เงาเพลิง โดย พรายทราย บทที่ 10 เพื่อนร่วมทาง

กระทู้สนทนา
บทที่ 10  เพื่อนร่วมทาง

เด็กสาวข้าง ๆ หลับไปแล้ว โจว์อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเธอ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่ว ๆ ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ เธอคงเหนื่อยล้า ความจริงแล้วตัวเขาเองก็เพลียอยู่ไม่ใช่น้อย แต่เหมือนร่างกายไร้ซึ่งความอ่อนล้า ความรู้สึกเดียวมีเพียงอยากให้เรื่องบ้า ๆ นี่จบ หรือไม่ก็มีคำตอบให้เขาเข้าใจมากขึ้น ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี่คืออะไร

เสียงละเมอเบา ๆ งึมงำลอดมาจากเด็กสาว เธอขยับตัวแต่ก็ยังคงหลับใหล เหตุการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมง สำหรับเด็กสาวที่กล้าบ้าบิ่น ดูจะโลดโผนเกินวัยของเธอไม่ใช่น้อย มันทำให้เขาต้องครุ่นคิดอย่างหนักอีกครั้ง ที่เอาเธอเข้ามาร่วมชะตากรรมของเขา

แต่นั่นแหละ เขาเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มากน้อยเพียงใด แม้แต่ข้อมูลที่เขารับรู้จากเธอจะทำให้เขาเข้าใจเรื่องบางส่วน แต่มันก็อย่างคลุมเครือสิ้นดี แต่อย่างน้อยการเดินทางไปหาเจนนี่ นั่นคงเป็นจุดหมายปลายทาง ที่จะตอบคำตอบในส่วนที่คลุมเครือให้กระจ่างมากขึ้นอย่างแน่นอน

การเดินทางไปหาเจนนี่ซึ่งต้องข้ามหลายเมือง การใช้มอเตอร์ไซค์ของเจนนี่เป็นเรื่องตลก และเขาเองก็ไม่อยากเสี่ยงให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายต้องบาดเจ็บอีก แขนข้างหนึ่งก็มากพอแล้ว อีกอย่างหนึ่งความไว้วางใจในตัวเด็กผู้หญิงคนนี้ก็ยังไม่มากพอ
    
โจว์เลือกตัดสินใจที่จะทิ้งรถมอร์เตอร์ไซค์ของเธอไว้ที่บริษัทรถเช่า และเช่ารถยนต์ออกมา  ครั้งแรกเขาคิดจะให้เธอเป็นคนขับ แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ คิมเมอร์ลี่ทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ที่เห็นเขาดันทุรังจะขับรถกับแขนที่ไม่ต่างอะไรกับคนพิการ
    
บางความรู้สึกที่เกี่ยวกับเด็กสาวคนนี้ ทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจเหตุผลกับการทุ่มเททำสิ่งหนึ่งสิ่งใดของเด็กมหาวิทยาลัยคนนี้  ซึ่งดูบ้าระห่ำมากพอที่จะติดตามเขามา  โจว์อาจทำกับเธอเหมือนเป็นตัวประกัน แต่เขาก็ไม่ได้เอาปืนจ่อหัวบังคับให้มากับเขา ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เธอสามารถปฏิเสธการอยู่กับเขาได้ตลอดเวลา

หรือว่า เธอกำลังพิสูจน์ตัวเองแบบเด็ก ๆ ว่ามีความบริสุทธิ์ใจจริงกับเขา และไม่เกี่ยวข้องกับพวกที่ตามล่าฆ่าเขา หากเป็นเช่นนั้น ทุกเรื่องที่เธอพูดก็คงเป็นความจริง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่า เวลาที่เขาอยู่กับเธอ ไอ้พวกบ้านั่นหายหัวไปไหน พวกมันกำลังคิดทำอะไรอยู่กันแน่

คำถามที่ไร้คำตอบยังวนเวียนอยู่ในสมองของโจว์ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันเหมือนจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น อย่างน้อยเขาก็รู้สึกอุ่นใจเมื่อรู้ว่าคริสโตเฟอร์ยังปลอดภัยดี หลังจากที่ได้คุยกับนอร่า แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้โทรศัพท์กลับไปหาคริสโตเฟอร์อย่างที่นัดกันไว้ก็ตาม
    
แต่นั่นก็ช่างเถอะ ยิ่งห่างจากคนใกล้ตัวเขามากแค่ไหน เขาก็ยิ่งรู้สึกสบายใจมากขึ้น หากพวกนั้นมันต้องการไล่ล่าตามเขาเพียงผู้เดียว และนั่นก็จะเป็นคำตอบให้ชายหนุ่มกระจ่างมากขึ้นว่ามันเป็นเรื่องของการผิดฝาผิดตัว ผิดที่ผิดทางจริง ๆ


เพียงแค่เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง เด็กสาวยังคงหลับสนิท โจว์เองก็รู้สึกเพลีย อีกทั้งความเจ็บ ระบมแขน เขาเริ่มรู้สึกถึงความดันทุรังของตัวเองที่บ้าขับรถทั้ง ๆ ที่แขนเข้าเฝือก แถมยังกระแทกกับฝาผนังบันไดหนีไฟในอพาร์ตเมนท์ของเขา ตอนนี้เริ่มส่งผลทำให้เขารู้สึกชา ๆ ไปทั้งแขน มันยิ่งทำให้โจว์รู้สึกอ่อนล้ามากยี่งขึ้น ประสาทการควบคุมเริ่มผ่อนแรงลงไปมากมาย แม้การขับรถในเส้นทางบนทางหลวงจะไม่ต้องควบคุมพวงมาลัยมากนักก็ตาม แต่การขับในความมืด กับเส้นทางที่ยาวไกล ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกล้าระบมปวดไปทั้งตัว
    
แม้ว่าชายหนุ่มไม่อยากจะเสียเวลามากเพียงใด แต่เหมือนว่าการออกนอกเมืองครั้งนี้ ยังไม่มีพวกนรกนั่นตามมาให้เขาต้องสั่นประสาทอีก บางทีเขาควรจะพักผ่อน แต่ก็รู้สึกไม่แน่ใจเท่าไรนัก ว่าท่ามกลางเหตุการณ์ที่ผ่านมา เขาจะหลับตาได้มากน้อยเพียงใด
    

ลิบ ๆ เบื้องหน้าโจว์เห็นแสงไฟของที่พักกลางทาง การได้ดื่มเบียร์เย็น ๆ สักเแก้ว อาหารอร่อย ๆ สักจาน กาแฟร้อน ๆ สักถ้วย คงทำให้เขาสดชื่นมากขึ้น
    
อาหาร...นั่นสินะเขาจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่ากระเพาะของเขามีอาหารตกลงไปครั้งสุดท้ายนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เด็กสาวข้าง ๆ เองก็คงยังไม่ได้กินอะไรเช่นกัน คงต้องหิวอยู่ไม่น้อยแน่  และเธอก็คงจะได้นอนสบายมากขึ้น เช่นเดียวกับตัวเขาเอง ดูน่าจะเหมาะสมมากกว่าการดันทุรังขับรถไปกลางดึกเช่นนี้
    
เจ้าของบริษัทโฆษณาหนุ่มลังเลใจอยู่เล็กน้อยว่าจะเลือกจอดรถตรงด้านไหน บางทีการเข้าไปพูดคุยเจรจาอธิบายเป็นเรื่องเป็นราว แล้วหาอะไรกินก่อนในร้านอาหารข้าง ๆ ที่พักซึ่งยังคงเปิดไฟให้บริการอยู่ ดูเหมือนเด็กสาวน่าจะตื่นขึ้นมาเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายกว่า ที่จะปลุกเธอเพื่อบอกว่าให้เข้าไปนอนต่อในห้อง ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันหากเธอตกอกตกใจ และคิดไปไกลมากกว่าการต้องการแค่จะพักผ่อนจากการขับรถ เหตุการณ์คงจะกลับตาลปัตรมากยิ่งขึ้น
    
อีกทั้งความจริง โจว์ก็ไม่อาจปฏิเสธ ว่าเธอยังเป็นแค่เพียงเด็กมหาวิทยาลัย อายุอานามเท่าไรก็ไม่รู้ ดีไม่ดีเขาจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ได้ง่าย ๆ ซ้ำร้ายนอกจากเขาจะยังไม่รู้จักเรื่องราวความเป็นมาของเธอ แถมลากเธอออกมาตะลอนแบบนี้ผู้ปกครองของเธอจะว่าเช่นไรที่ลูกสาวคนเก่งยังไม่กลับบ้าน และถูกลากออกมาไกลนอกเมืองขนาดนี้
    
เขาเองน่าจะปากหนักถามเธอให้มากกว่านี้ ตอนที่เช่ารถ และกึ่งบังคับให้เธอมากับเขา อาจจะเป็นเพราะในเวลานั้น เขามุ่งมั่นและเชื่อสนิทใจว่าเธอมีส่วนเกี่ยวพันกับพวกที่ตามไล่ล่าเขา ซึ่งเธอเองก็ไม่มีทีท่าคิดอะไรมากมาย หรือแม้แต่จะติดต่อไปหาใครอีกด้วย
    
ชายหนุ่มหันไปดูเด็กสาวที่หลับสนิทอีกครั้ง อดเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้ แน่นอนล่ะเขาไม่เคยคิดที่จะต้องมาพัวพันใกล้ชิดกับเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยขนาดนี้นี่นา ว่าไปแล้วแม้แต่ชื่ออย่างเป็นทางการเขายังไม่เคยรู้จากปากของเธอเลย นอกจากเด็กผู้ชายคนที่หวงเธอออกนอกหน้าและเกือบจะมีเรื่องกับเขาที่เรียกเธอว่าคิมมี่ก็ตาม

    
ในที่สุดโจว์เลือกตัดสินใจจอดรถหน้าร้านอาหารแทนที่จะจอดรถด้านสำนักงานของที่พัก ค่อย ๆ ปลุกเธอเบา ๆ ซึ่งเธอก็งัวเงียก้าวลงจากรถตามเขามาราวกับเด็กเล็ก ๆ ว่าง่าย ๆ
    
ร้านอาหารเล็ก ๆ อยู่ในบริเวณที่พักริมทางระหว่างเมือง ลูกค้าจึงน่าจะเป็นคนที่ขับรถเดินทางไปมา อีกทั้งในเวลาดึก ๆ เช่นนี้  แทบไม่มีลูกค้าอื่นใดในร้านอีกเลย
    
หญิงสาวสูงวัยที่เป็นทั้งเจ้าของร้านและเจ้าของที่พัก แม้จะยิ้มแย้มเป็นมิตรท่าทางใจดีแค่ไหน โจว์ก็อดไม่ได้ที่จะสำรวจหน้าตา และมองไปทั่วร้าน ความหวาดระแวงยังคงตามหลอนเขาอยู่ไม่น้อย แต่ยามดึกเช่นนี้ ดูเธอก็อ่อนล้าคงอยากจะเข้านอนมากกว่าที่จะรับแขก อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาไม่ต้องกังวลใจที่จะนั่งหรือพักอยู่ที่นี่
    
โจว์สั่งเบียร์และแฮมเบอร์เกอร์พร้อมด้วยไข่ดาว ขณะที่คิมเบอร์ลี่เลือกเพียงแซนด์วิชทูน่า และนมอุ่น ๆ อีกแก้ว นัยน์ตาคู่สวยยังหรี่ปรืองัวเงียเหมือนเด็กเล็ก ๆ ที่ถูกปลุกขึ้นมาในระหว่างการนอนหลับที่แสนสบาย

(ยังมีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่