เราอะนะเป็นคนขี้อิจฉา

กระทู้สนทนา
มีพระคัมภีร์ไบเบิลตอนนึงที่ผมได้อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เพราะมันทำให้ผมได้มองย้อนกลับมาสำรวจตัวเองว่าจริงๆแล้วตัวเองเป็นคนยังไงกันแน่ ผมเชื่อว่าเราทุกคนพยายามบอกกับตัวเองเสมอว่าเราไม่ใช่คนที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น อิจฉาคนอื่น และในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา เรามักจะรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม การถูกเอาเปรียบจากคนอื่นอยู่เสมอ รู้สึกว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี จนบางครั้งไม่อยากทำมันต่อไป พระคุมภีร์บทที่ผมกำลังจะพูดถึงนั้นถูกเขียนขึ้นมากว่า 2000ปีแล้ว แต่ยังคงนำมาใช้เตือนสติเราได้จนถึงยุคปัจจุบัน นั่นแสดงว่าจิตใจเบื้องลึกของมนุษย์นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป ผมไม่รู้ว่าท่านที่ได้อ่านบทความนี้แล้วจะรู้สึกเหมือนกับผมหรือไม่ แต่ผมก็หวังว่ามันอาจจะเป็นส่วนเล็กๆที่ทำให้ท่านมีความสุขมากขึ้นกับบางสถานการณ์ที่ท่านคิดว่ามันไม่ยุติธรรม

เจ้าของสวนคนหนึ่งออกไปจ้างคนมาทำงานในสวนของตนตั้งแต่เวลาเช้าตรู่ พบชายคนหนึ่งที่ยืนว่างงานอยู่จึงตกลงข้าจ้างกับชายคนนั้นวันละ 1เดนาริอันและให้เขาไปทำงานในสวนองุ่น พอเวลาสามโมงเช้า เจ้าของสวนก็ออกไปอีก เห็นคนอื่นยืนอยู่ว่างๆกลางตลาดจึงพูดกับเขาว่า "ท่านทั้งหลายจงไปทำงานในสวนองุ่นด้วยเถิด เราจะให้ค่าจ้างแก่พวกท่านตามสมควร" แล้วเขาก็พากันไป พอเวลาเที่ยงวันและเวลาบ่ายสามโมงเจ้าของสวนก็ออกไปอีก พบอีกพวกหนึ่งยืนว่างอยู่ จึงพูดกับเขาว่า" พวกท่านยืนอยู่เปล่าๆวันยังค่ำทำไม" พวกเขาจึงตอบเจ้าของสวนว่า "เพราะไม่มีใครจ้างพวกข้าพเจ้า" เจ้าของสวนบอกพวกเขาว่า "ท่านทั้งหลายจงไปทำงานในสวนองุ่นเราเถิดและท่านจะได้รับค่าจ้างที่สมควร" ครั้นถึงเวลาพลบค่ำเจ้าของสวนจึงวั่งเจ้าพนักงานว่า "จงไปเรียกคนงานมาและให้ค่าจ้างแก่เขาตั้งแต่คนมาทำงานสุดท้ายจนถึงคนแรก" คนที่มาทำงานเวลาประมาณบ่ายห้าโมงนั้น ได้ค่าจ้างคนละ 1 เดนาริอัน ส่วนคนที่มาทำงานคนแรกนึกว่าเขาคงจะได้มากกว่านั้น แต่ก็ได้ 1 เดนาริอัน เหมือนกัน เมื่อเขารับเงินไปแล้ว ก็บ่นต่อว่าเจ้าของสวนว่า"พวกที่มาสุดท้ายได้ทำงานชั่วโมงเดียวและท่านได้ให้ค่าจ้างแก่เขาเท่ากันกับพวกเราที่ทำงานตรากตรำกลางแดดตลอดวัน" ฝ่ายเจ้าของสวนก็ตอบแก่คนหนึ่งในพวกนั้นว่า "สหายเอ๋ย เรามิได้โกงท่านเลยท่านได้ตกลงกับเราแล้ววันละ 1 เดนาริอันมิใช่เหรอ รับค่าจ้างของท่านไปเถิด เราพอใจจะให้คนที่มาทำงานหลังที่สุดนั้นเท่ากับท่าน เราปรารถนาจะทำอะไรกับสิ่งที่เป็นของเราเองนั้นไม่ถูกต้องตามพระบัญญัติหรือ ทำไมท่านอิจฉาเมื่อเห็นเราใจดี"

เคยมั้ยเวลาที่เราทำงานเหนื่อยหนักกว่าคนอื่นแต่คนอื่นได้ค่าตอบแทนมากกว่าเรา เคยมั้ยที่รู้สึกเป็นทุกข์กับการที่รู้ว่ามีคนซื้อของที่เหมือนกับที่เราซื้อมาในราคาที่ถูกกว่า หลายๆครั้งความทุกข์หรือความรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมมันเกิดจากการที่เราเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นๆ อย่างเรื่องในพระคำภีร์ ถ้าเราลองคิดถึงคนที่ถูกจ้างงานคนแรก เขาคงมีความสุขมากถ้าเทียบกับตอนที่เขายืนว่างงานอยู่ หรือเค้าอาจจะไม่รู้สึกเป็นทุกข์ถ้าเขาไม่ได้รับรู้ว่ามีคนอื่นที่ทำงานน้อยกว่าแต่ได้ค่าตอบแทนเท่ากันกับเขา ทั้งที่จริงๆไม่ว่ายังไงเขาก็ทำงานเท่าเดิมและได้ค่าตอบแทนตามที่ตกลง ลองสังเกตุเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวดูกันนะครับแล้วถามตัวเองว่าที่เราทุกข์อยู่นั้นเพราะเรากำลังเห็นคนอื่นได้สิ่งที่ดีกว่าอยู่หรือเปล่า


อ่านแล้วคิดเห็นยังไงหรือมีประสบการณ์แบบในเนื้องเรื่องแชร์กันได้นะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่