บทบาทของทหารกับการเมืองไทย มีมาตลอดและมีมากมายหลายครั้ง ด้วยการก่อรัฐประหารยึดอำนาจ
จากรัฐบาลและล้มรัฐธรรมนูญ พูดง่ายๆ ว่าภาพรวมของทหารเมื่อเข้ามาเกี่ยวพันกับการเมือง ล้วนอยู่
ตรงข้ามกับประชาธิปไตย
แม้ว่าตอนเข้ายึดอำนาจการเมือง ต้องมีการกล่าวอ้างถึงเหตุผลความจำเป็น เช่น รัฐบาลก่อการคอร์รัปชั่น
จนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ ไปจนถึงเพื่อระงับความขัดแย้งแตกแยกไม่ให้เกิดสงครามกลางเมือง
อะไรเหล่านี้
แต่นั่นก็ไม่ใช่การเข้ามาตามวิถีทางประชาธิปไตย จึงไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและในทางสากล
การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในต้นปี 2562 กำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก เพราะเป็นการกลับคืนสู่ประชาธิปไตย
หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557
ผู้คนหลายวงการแห่กันเดินเข้าสู่ถนนการเมือง เข้าสังกัดพรรคต่างๆ
รวมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ที่เข้าสู่การเมืองด้วยวิถีทางที่ถูกต้อง ตามแนวทางประชาธิปไตย
ตอนนี้ชื่อของ พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ หรือ บิ๊กยอร์ช เป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างกว้างขวาง
ยิ่งได้บิ๊ก คสช.ออกมาช่วยเชียร์ ช่วยปั่นกระแสให้ ยิ่งเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว
พล.อ.ยศนันท์ เพิ่งเกษียณอายุในตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค
ไทยรักษาชาติ ที่มีชื่อย่อฮือฮา “ทษช.”
มาพร้อมคำกล่าวต่อสื่อมวลชนและสมาชิกพรรค ทษช.ที่น่าสนใจว่า
อยากเรียกร้องทหารทุกคนยืนเคียงข้างประชาชน หมดยุคของการใช้อำนาจเผด็จการมาปกครอง
ประเทศแล้ว บทเรียนของการยึดอำนาจตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่าประเทศชาติ
ไม่เจริญก้าวหน้า ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจไม่เจริญเติบโต ถึงเวลาแล้วที่วันนี้ทหารทุกคน
ต้องหันมาหาประชาชน
ฟังจบ นักประชาธิปไตยต้องปรบมือรับเกรียวกราว
เพราะเป็นนายทหารผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมการเมือง ด้วยแนวทางตรงกันข้ามกับภาพรวมของกองทัพ
ถ้าไปดูปูมประวัติการรับราชการของ พล.อ.ยศนันท์ ก็เติบโตมาในสายกุมกำลังทั้งระดับ ผบ.พัน,
ผบ.พล ผ่านหลักสูตรการศึกษาในต่างประเทศที่บ่งบอกว่าเป็นระดับหัวกะทิของกองทัพแน่ๆ
บางครั้งก็เคยพบปะเจอะเจอบิ๊กยอร์ช ไปร่วมฟังสัมมนาทางเศรษฐกิจวิชาการอีกด้วย
ทำให้พอมองออกว่า ทำไมจึงเป็นนายทหารสายประชาธิปไตยในวันนี้
อันที่จริง ในหลายยุคหลายสมัย มีนายทหารแนวคิดประชาธิปไตย แนวคิดกว้างและออกนอก
กรอบ มีทหารสายพิราบที่คิดต่างออกไป
เช่น สมัยสงครามกับคอมมิวนิสต์ มี พันเอก หาญ พงศ์สิฏานนท์ นายทหาร กอ.รมน. ที่เริ่มผลัก
ดันแนวคิด การจับกุมปราบปรามมีแต่ทำให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ยิ่งโต
จากนั้นก็มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาสานต่อ สร้างแนวทางการเมืองนำการทหาร จนกลายมาเป็น
คำสั่งที่ 66/2523 ใช้สันติวิธีหยุดสงครามคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จ
แถมในยุคนั้นยังมีนายทหารอีกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มทหารประชาธิปไตย” พยายามเสนอ
แนวคิดทางการเมืองและการแก้ปัญหาประชาธิปไตย ที่แตกต่างจากความคิดรวมๆ ของคนในกองทัพ
หรือการรัฐประหารปี 2520 ของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ถือว่าเป็นการล้มรัฐบาลแนวขวาจัด
เพื่อพลิกการเมืองให้คลี่คลายไปสู่ประชาธิปไตย
มาในการเลือกตั้ง 2562 นี้ มีทหารแนวทางประชาธิปไตยเกิดขึ้นมาแล้ว แถมเข้าสมัครพรรค ทษช.
แค่วันเดียวก็มีระดับบิ๊กออกมาช่วยประโคม จนชื่อเสียงดังเปรี้ยงปร้าง
คล้ายๆ กับที่ช่วยกันเรียกยอดคนเข้าดูเพลงแร็พประเทศกูมี ทำนองนั้น
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
https://www.matichon.co.th/columnists/news_1239802
สถานีคิดเลขที่12 : ทหารประชาธิปไตย : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน ....มติชนออนไลน์ ../sao..เหลือ..noi
จากรัฐบาลและล้มรัฐธรรมนูญ พูดง่ายๆ ว่าภาพรวมของทหารเมื่อเข้ามาเกี่ยวพันกับการเมือง ล้วนอยู่
ตรงข้ามกับประชาธิปไตย
แม้ว่าตอนเข้ายึดอำนาจการเมือง ต้องมีการกล่าวอ้างถึงเหตุผลความจำเป็น เช่น รัฐบาลก่อการคอร์รัปชั่น
จนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ ไปจนถึงเพื่อระงับความขัดแย้งแตกแยกไม่ให้เกิดสงครามกลางเมือง
อะไรเหล่านี้
แต่นั่นก็ไม่ใช่การเข้ามาตามวิถีทางประชาธิปไตย จึงไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและในทางสากล
การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในต้นปี 2562 กำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก เพราะเป็นการกลับคืนสู่ประชาธิปไตย
หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557
ผู้คนหลายวงการแห่กันเดินเข้าสู่ถนนการเมือง เข้าสังกัดพรรคต่างๆ
รวมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ที่เข้าสู่การเมืองด้วยวิถีทางที่ถูกต้อง ตามแนวทางประชาธิปไตย
ตอนนี้ชื่อของ พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ หรือ บิ๊กยอร์ช เป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างกว้างขวาง
ยิ่งได้บิ๊ก คสช.ออกมาช่วยเชียร์ ช่วยปั่นกระแสให้ ยิ่งเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว
พล.อ.ยศนันท์ เพิ่งเกษียณอายุในตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค
ไทยรักษาชาติ ที่มีชื่อย่อฮือฮา “ทษช.”
มาพร้อมคำกล่าวต่อสื่อมวลชนและสมาชิกพรรค ทษช.ที่น่าสนใจว่า
อยากเรียกร้องทหารทุกคนยืนเคียงข้างประชาชน หมดยุคของการใช้อำนาจเผด็จการมาปกครอง
ประเทศแล้ว บทเรียนของการยึดอำนาจตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่าประเทศชาติ
ไม่เจริญก้าวหน้า ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจไม่เจริญเติบโต ถึงเวลาแล้วที่วันนี้ทหารทุกคน
ต้องหันมาหาประชาชน
ฟังจบ นักประชาธิปไตยต้องปรบมือรับเกรียวกราว
เพราะเป็นนายทหารผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมการเมือง ด้วยแนวทางตรงกันข้ามกับภาพรวมของกองทัพ
ถ้าไปดูปูมประวัติการรับราชการของ พล.อ.ยศนันท์ ก็เติบโตมาในสายกุมกำลังทั้งระดับ ผบ.พัน,
ผบ.พล ผ่านหลักสูตรการศึกษาในต่างประเทศที่บ่งบอกว่าเป็นระดับหัวกะทิของกองทัพแน่ๆ
บางครั้งก็เคยพบปะเจอะเจอบิ๊กยอร์ช ไปร่วมฟังสัมมนาทางเศรษฐกิจวิชาการอีกด้วย
ทำให้พอมองออกว่า ทำไมจึงเป็นนายทหารสายประชาธิปไตยในวันนี้
อันที่จริง ในหลายยุคหลายสมัย มีนายทหารแนวคิดประชาธิปไตย แนวคิดกว้างและออกนอก
กรอบ มีทหารสายพิราบที่คิดต่างออกไป
เช่น สมัยสงครามกับคอมมิวนิสต์ มี พันเอก หาญ พงศ์สิฏานนท์ นายทหาร กอ.รมน. ที่เริ่มผลัก
ดันแนวคิด การจับกุมปราบปรามมีแต่ทำให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ยิ่งโต
จากนั้นก็มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาสานต่อ สร้างแนวทางการเมืองนำการทหาร จนกลายมาเป็น
คำสั่งที่ 66/2523 ใช้สันติวิธีหยุดสงครามคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จ
แถมในยุคนั้นยังมีนายทหารอีกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มทหารประชาธิปไตย” พยายามเสนอ
แนวคิดทางการเมืองและการแก้ปัญหาประชาธิปไตย ที่แตกต่างจากความคิดรวมๆ ของคนในกองทัพ
หรือการรัฐประหารปี 2520 ของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ถือว่าเป็นการล้มรัฐบาลแนวขวาจัด
เพื่อพลิกการเมืองให้คลี่คลายไปสู่ประชาธิปไตย
มาในการเลือกตั้ง 2562 นี้ มีทหารแนวทางประชาธิปไตยเกิดขึ้นมาแล้ว แถมเข้าสมัครพรรค ทษช.
แค่วันเดียวก็มีระดับบิ๊กออกมาช่วยประโคม จนชื่อเสียงดังเปรี้ยงปร้าง
คล้ายๆ กับที่ช่วยกันเรียกยอดคนเข้าดูเพลงแร็พประเทศกูมี ทำนองนั้น
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
https://www.matichon.co.th/columnists/news_1239802