สวัสดีอีกครั้งครับ สำหรับท่านใดที่เคยเห็นกระทู้ของผมมาก่อน
https://pantip.com/topic/38057227 กับ
https://pantip.com/topic/38080306
คงทราบว่าผมเป็นนักศึกษาอยู่ต่างประเทศ และเจอปัญหาอะไรบ้าง วันนี้ผมอยากเล่าที่มาที่ไปของผมทั้งหมดเลยครับ ผมรู้สึกว่าชีวิตผมไม่ปกติสักเท่าไหร่
ผมเป็นคนกรุงเทพครับ ตอนเด็กๆอยู่ชานเมืองฝั่งธน ตั้งแต่เกิดมา ก็ใช้ชีวิตตามแบบคนในบ้านโดยไม่ได้คิดอะไร จะเริ่มมารู้สึกแปลก ก็ช่วงหลังๆมานี้เอง
ผมถูกเลี้ยงมาแบบที่ค่อนข้างแปลก ส่วนมากผมจะต้องอยู่ในบ้าน มีของเล่นให้เล่นบ้าง มีการ์ตูนให้ดูบ้าง ในช่วงก่อนอนุบาล ผมแทบจะไม่เคยได้เล่นหรือคุยกับเด็กคนอื่นเลย เพราะทุกครั้งพ่อแม่มักจะไม่อยากให้ไปเข้าใกล้เด็กคนอื่น บ้างก็บอกว่าเดี๋ยวจะป่วย บ้างก็ว่าเด็กคนอื่นสกปรก
ตอนนั้นผมอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร โดยทั่วไป ผมไม่ค่อยได้ไปเล่นกับใครในหมู่บ้านเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ค่อยมีใครมายุ่งกับผมนัก (ก่อนที่ผมจะรู้สึกตัวว่า เพราะบ้านผมเป็นพวกไม่สุงสิงกับใคร เลยไม่มีใครอยากยุ่ง) ส่วนมากผมก็เล่นคนเดียว คุยกับตัวเอง จินตนาการไปวันๆ
ตอนยังเด็กเวลาไปตามร้านอาหาร ผมมักจะไม่ได้เลือกอะไรที่อยากกิน เพราะถ้าผมเลือก ผมจะโดนดุว่าเอาแต่ใจตัวเอง ผมจึงต้องกินของที่คนอื่นสั่งให้ตลอด
เรื่องโดนดุโดนด่าโดนตีเป็นเรื่องปกติครับ ผมจะโดนเป็นประจำจนบางครั้งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงโดน เพราะส่วนมากเหตุผลที่โดนคือผมพูดจาไม่ถูกใจผู้ใหญ่ บางครั้งเพราะผมบอกว่าไม่ชอบอะไร หรือบอกว่าอยากได้อะไร บางครั้งเพราะผมอยู่ผิดที่ผิดทางขวางหูขวางตาตอนผู้ใหญ่กำลังเครียด หรือบางครั้งก็ไม่มีเหตุผลอะไรเท่าไหร่ (แต่นานๆครั้งก็มีเพราะซนบ้าง)
พอผมเข้าอนุบาล ผมก็กลายเป็นเด็กประหลาด ที่เข้ากับเด็กคนอื่นไม่ค่อยได้ ผมเล่นกับคนอื่นไม่เป็น วางตัวไม่ถูก จนครูสงสัยว่าผมจะมีอาการผิดปกติ แต่เวลาครูคุยกับผม เค้าจะรู้สึกว่าผมดูรู้เรื่องรู้ราวกว่าเด็กคนอื่น แต่ผมก็ถูกส่งไปพบจิตแพทย์ตอนอนุบาล 2 ครั้ง ซึ่งได้คำตอบว่าผมปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้เป็นออทิสติก ไม่ได้เป็นสมาธิสั้น ไม่ได้เป็นอาการอะไรเลย
ผมก็มีชีวิตของผมแบบนั้นไปเรื่อยๆ จริงๆผมชอบเล่นของเล่นมาก แต่ผมจะไม่กล้าเล่นต่อหน้าคนอื่น ผมจะเล่นก็ต่อเมื่อผมอยู่คนเดียว ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย ผมจะทำเป็นไม่สนใจของเล่นเลย ถึงแม้ใจจะอยากเล่นมากก็ตาม (ดูวางท่ามากครับ)
พอเข้าประถม ผมก็ยังไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แค่เรียนๆไปเรื่อยๆ ผลการเรียนออกมาดีเท่านั้นก็พอแล้ว
ผมไม่เคยรู้เลยครับ ว่าผมอยากเป็นอะไร ผมไม่เคยรับรู้อะไรเลย ชีวิตผมก็มีแค่ บ้าน โรงเรียน ห้างบ้าง โรงแรมนานๆครั้ง โรงพยาบาลเวลาป่วย ร้านของที่บ้าน(แต่เค้าไม่ให้ผมยุ่ง ถ้าผมอยู่ในร้านนานๆผมจะโดนตี)
ครูทุกคนลงความเห็นครับว่า ผมไม่มีสังคมเลย ตอนนั้นผมยังรู้สึกเฉยๆ เพราะผมไม่ได้ต้องการอะไรนัก ผมไม่ค่อยมีของที่อยากได้(ผมจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายเคยอยากได้อะไร แต่จำได้แค่ว่าพอบอกก็โดนตี)
สิ่งที่ผมจำได้คือ คนอื่นชอบแกล้งผม ชอบหาทางทำให้เสื้อผ้าผมเลอะ ชอบทำให้ผมเจ็บ ชอบขวางทางไม่ให้ผมไปไหน ชอบรื้อกระเป๋าผม ฉีกสมุดหนังสือ หักดินสอไม้บรรทัด เอาของไปซ่อน เอาดินสอปากกามาทิ่มมาแทง ทำทุกอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดี ตอนนั้นผมเลยรู้สึกเกลียดทุกคน และทุกวันผมต้องอยู่คนเดียว เวลากลับบ้าน รร.เลิก 3 โมง แต่กว่าที่บ้านจะมารับก็เกือบๆ 5 โมง ผมได้แต่นั่งรอ โดยมากต้องไปแอบซ่อนตามที่มืดๆแคบๆที่ไม่มีใครจะหาผมเจอ ถ้าใครมาเจอ ผมต้องย้ายที่ซ่อนใหม่ทุกครั้ง ไม่อย่างนั้น ผมจะโดนเค้าตามมาแกล้ง
ครูไม่ค่อยสนใจผมเรื่องผมโดนแกล้ง เพราะครูมองว่าผมไม่มีเพื่อน คนอื่นๆเค้าจะเล่นด้วยเท่านั้น ผมเลยได้แต่ทน ให้วันๆได้กลับบ้านเร็วๆ บางครั้งผมก็ชอบไปอยู่กับครู ที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยกว่า
ตอนนั้นผมชอบไปอยู่ในห้องสมุด ผมต้องไปแอบอ่านหนังสือที่ริมหน้าต่าง เพราะเวลามีคนมาเจอผม ผมมักจะโดนแกล้ง มาดึงหนังสือไป มาส่งเสียงรบกวน ตบมือ กระทืบเท้า แหกปาก ถ้าผมไปฟ้องครู ทุกคนจะโกหกว่าผมหาเรื่องพวกเค้า จนผมจะเป็นคนที่โดนไล่แทน
ชีวิตผมตอนประถมไม่มีอะไรดีเท่าไหร่ พอช่วงป.4-5 ผมต้องย้ายบ้านมาอยู่ฝั่งพระนคร ทำให้ผมต้องตื่นเช้าขึ้นมากๆเพราะไกลและรถติด จนผมไปสายทุกวัน และถูกครูด่าบ้างตีบ้างทุกวัน ไม่มีเหตุผลอะไรจะอธิบายให้ครูรับฟังได้ ยิ่งอธิบาย เค้าก็ว่าเถียง จนผมเริ่มไม่ชอบครูอีกต่อไป และครูหลายคนก็ไม่ชอบผม โรงเรียนก็กลายเป็นนรกสำหรับผมไปในที่สุด
ผมแทบไม่เคยร่วมกิจกรรมอะไรเลย เพราะส่วนใหญ่แล้วต้องจ่ายเงิน และหลายครั้งกิจกรรมต้องการให้ผู้ปกครองเข้าร่วม แต่ที่บ้านผมไม่ชอบการพบปะผู้คน ผมเลยไม่เข้ากิจกรรมเลยจนชินไปในที่สุด
ผมไม่เคยไปไหนมาไหนเองเลย เพราะที่บ้านไม่ให้ไป โดยผมจะถูกขู่มาตลอดตั้งแต่จำความได้ว่าไปไหนมาไหนจะถูกจับตัว ถูกปล้น ถูกฆ่า ถูกทำร้าย ถูกส่งไปเป็นแรงงานทาสในโรงงานเด็ก ถูกส่งไปเป็นขอทานพิการ ถูกส่งไปเป็นแรงงานในเรือประมง ถูกจับไปขายที่ชายแดน (ผู้ใหญ่ขู่ผมแบบนี้จริงๆครับ) แต่เค้าก็จะด่าผมตลอดว่าไปไหนเองไม่เป็น แต่พอจะไปก็ไม่ให้ไป และผมก็ไม่เคยไปไหนเองเลยจนขึ้นม.ปลาย
จนผมจะเข้ามัธยม ผมถูกคาดหวังว่าจะเข้ารร.ใกล้บ้านได้ แต่ผมสอบไม่ติด หลังจากครั้งนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดของชีวิตผม ผมยอมรับว่าผมเคยคิดว่าตัวเองเรียนเก่ง และนั่นเป็นความภูมิใจเดียวของผม ทุกคนก็ชอบบอกว่าผมเรียนเก่ง ทั้งครู ทั้งนร.คนอื่นๆ จากวันที่ผมสอบไม่ติด มันเหมือนทุกอย่างมืดไปทันที ผมถูกด่าทั้งวันทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน ช่วงนั้นไม่มีวันไหนที่ผมไม่ร้องไห้ ผมไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลยนับจากนั้น ผมได้ที่เรียนใหม่ที่นึง แต่ผลการเรียนของผมเลวร้ายมาก ทุกสิ่งทุกอย่ากลับตาลปัตรกับผมในช่วงประถม จนครูขอให้ผมไปพบจิตแพทย์ และพบว่าผมเป็นซึมเศร้าที่ต้องใช้ยา และนั่นกลายมาเป็นชีวิตใหม่ของผม
ผมย้ายมาเข้ารร.ใกล้บ้านได้สำเร็จในปีถัดมา ผมปลอมโปรไฟล์ตัวเองเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับคนอื่นได้ง่ายขึ้น แต่ถูกจับได้เพราะคนที่มาจากโรงเรียนประถมเดียวกันเค้ารู้ว่าผมอยู่คนละรุ่น เลยต้องยอมๆไป
ในช่วงม.ต้นผมเรียนแบบเรื่อยๆ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ตอนนั้นผมยังมีอาการต่างๆเวลาที่มีเรื่องเครียดมากๆ หรือถูกกดดันมากๆจนหลายคนมองว่าผมบ้าๆไป และคนก็ไม่ค่อยอยากคบกับผมเท่าไหร่ เพราะผมคุยกับเขาไม่เป็น (ช่วงนั้นผมกำลังพยายามคบคนครับ ผมไม่เคยทำมาก่อน หลายครั้งคุยแบบนั้นแล้วเค้าจะไม่ชอบบ่อยๆ)
ผมเปลี่ยนไปแบบสุดๆตอนม.ปลายครับ ตอนที่ผมเริ่มทำทุกอย่างใหม่ ผมปิดบังอดีตของผมด้วยมาดใหม่ เป็นเด็กเรียนที่เฟรนลี่ และมันได้ผลมากครับ ผมไม่ต้องใช้ยา ผลการเรียนที่ดีขึ้นมาก ได้หัดออกไปไหนเอง(ทะเลาะกับที่บ้านพอสมควรครับ กว่าจะได้ไปไหนมาไหนเอง) ผมได้คบกับคนกลุ่มนึง ที่ไม่รู้อดีตของผมเลย และมันดีมากๆครับ เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ผมได้รู้จักความสุขจากการมีสังคม (แค่ได้คุยเล่น ได้เล่น ได้ไปกินข้าว ไปดูหนัง นั่นคือสิ่งที่ผมไม่เคยได้มีเลยครับ)
สิ่งที่ผมต้องระวัง คือคนที่รู้อดีตของผม หลายคนเลิกคบกับผมเมื่อรู้อดีตของผม เค้าจะกลัวและถอยห่างออกไป นั่นทำให้ผมต้องระวังมากจนระแวง
ที่บ้านไม่ชอบหรอครับที่ผมคบคนอื่นได้ คนในบ้านผม(ครอบครัวใหญ่) จะมีลักษณะร่วมกันคือ ต่อต้านสังคม ไม่มีใครคบใคร ทุกคนจะใช้ชีวิตคล้ายๆกัน (ผมได้รู้มาว่าตอนที่ญาติๆผมยังเด็ก ก็ถูกมองว่าเป็นเด็กมีปัญหาทุกคน) คนในละแวกบ้านจะรู้กันหมดว่าบ้านนี้มีปัญหา เค้าจะไม่พยายามมายุ่งนัก
เวลาแสนสุขมันสั้นมากครับ ผมตอบตัวเองไม่ถูกว่าอยากจะเรียนอะไร เพราะผมก็ไม่รู้อะไรเลย ที่รู้แน่ๆคือผมไม่ชอบวิศวะ (ซึ่งมากกว่า 60% ในรร.ผมจะเข้ากัน) นอกนั้นผมไม่รู้อะไรเลย ที่ผ่านมาผมเรียนอย่างเดียว ตามที่ตารางกำหนด ผมไม่เคยต้องเลือกอะไรเลย เพราะผมไม่มีสิทธิ์เลือก และผมก็เลือกไม่ได้ว่าจะเข้าอะไร ผมเลยสอบๆไปเรื่อยๆ แต่คะแนนก็ไม่ดีเท่าไหร่นัก ต่างจากเกรดรร.มาก แต่ผมก็ได้ที่เรียนที่มหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังในที่สุด ซึ่งผมเลือกแบบกลางๆมาก จนถูกถามตลอดว่าจบไปจะไปทำอะไร
พอผมจบมัธยมมา ระหว่างรอเปิดเทอม ชีวิตผมเหมือนกลับสู่อดีต วันๆไม่ได้พบหน้าใคร อยู่แต่ในบ้าน เพราะจะออกไปไหนต้องโดนป่าวประกาศให้ทั้งบ้านรู้หมดก่อน (จริงๆอยากออกไปเงียบๆบ้างครับ แต่ไม่เคยได้) ผมกลับสู่ชีวิตที่น่าเบื่ออีกครั้ง ขาดการติดต่อจากคนที่ผมเคยคบด้วยไปเกือบหมด จะออกจากบ้านทีก็เดือนหรือ 2 เดือนครั้ง นั่งๆนอนๆหายใจทิ้งไปวันๆ เรื่องจะออกไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์ ที่บ้านไม่เคยเห็นด้วย (สิ่งนึงที่หล่อหลอมผมขึ้นมาคือ ผมไม่ค่อยกล้าขัดครับ ผมมักจะยอมๆตลอด เพราะตอนเด็กๆโดนมามากจนกลายเป็นนิสัยไปแล้ว)
แต่แล้วเหตุผลบางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงสิงหาคมปีที่แล้ว เปลี่ยนชีวิตผมอีกครั้งครับ มีใครบางคนที่กำลังจะทำอะไรบางอย่าง ทำให้ชีวิตผมเบนสู่การมาเรียนที่ประเทศนี้แบบงงๆ (ใครอยากทราบรายละเอียดจริงๆถามได้นะครับ) และก็เริ่มเป็นไปตามกระทู้ก่อนๆของผมครับ
ผมอยากระบายเรื่องชีวิตผมครับ (จากกระทู้ 38057227 กับ 38080306)
คงทราบว่าผมเป็นนักศึกษาอยู่ต่างประเทศ และเจอปัญหาอะไรบ้าง วันนี้ผมอยากเล่าที่มาที่ไปของผมทั้งหมดเลยครับ ผมรู้สึกว่าชีวิตผมไม่ปกติสักเท่าไหร่
ผมเป็นคนกรุงเทพครับ ตอนเด็กๆอยู่ชานเมืองฝั่งธน ตั้งแต่เกิดมา ก็ใช้ชีวิตตามแบบคนในบ้านโดยไม่ได้คิดอะไร จะเริ่มมารู้สึกแปลก ก็ช่วงหลังๆมานี้เอง
ผมถูกเลี้ยงมาแบบที่ค่อนข้างแปลก ส่วนมากผมจะต้องอยู่ในบ้าน มีของเล่นให้เล่นบ้าง มีการ์ตูนให้ดูบ้าง ในช่วงก่อนอนุบาล ผมแทบจะไม่เคยได้เล่นหรือคุยกับเด็กคนอื่นเลย เพราะทุกครั้งพ่อแม่มักจะไม่อยากให้ไปเข้าใกล้เด็กคนอื่น บ้างก็บอกว่าเดี๋ยวจะป่วย บ้างก็ว่าเด็กคนอื่นสกปรก
ตอนนั้นผมอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร โดยทั่วไป ผมไม่ค่อยได้ไปเล่นกับใครในหมู่บ้านเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ค่อยมีใครมายุ่งกับผมนัก (ก่อนที่ผมจะรู้สึกตัวว่า เพราะบ้านผมเป็นพวกไม่สุงสิงกับใคร เลยไม่มีใครอยากยุ่ง) ส่วนมากผมก็เล่นคนเดียว คุยกับตัวเอง จินตนาการไปวันๆ
ตอนยังเด็กเวลาไปตามร้านอาหาร ผมมักจะไม่ได้เลือกอะไรที่อยากกิน เพราะถ้าผมเลือก ผมจะโดนดุว่าเอาแต่ใจตัวเอง ผมจึงต้องกินของที่คนอื่นสั่งให้ตลอด
เรื่องโดนดุโดนด่าโดนตีเป็นเรื่องปกติครับ ผมจะโดนเป็นประจำจนบางครั้งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงโดน เพราะส่วนมากเหตุผลที่โดนคือผมพูดจาไม่ถูกใจผู้ใหญ่ บางครั้งเพราะผมบอกว่าไม่ชอบอะไร หรือบอกว่าอยากได้อะไร บางครั้งเพราะผมอยู่ผิดที่ผิดทางขวางหูขวางตาตอนผู้ใหญ่กำลังเครียด หรือบางครั้งก็ไม่มีเหตุผลอะไรเท่าไหร่ (แต่นานๆครั้งก็มีเพราะซนบ้าง)
พอผมเข้าอนุบาล ผมก็กลายเป็นเด็กประหลาด ที่เข้ากับเด็กคนอื่นไม่ค่อยได้ ผมเล่นกับคนอื่นไม่เป็น วางตัวไม่ถูก จนครูสงสัยว่าผมจะมีอาการผิดปกติ แต่เวลาครูคุยกับผม เค้าจะรู้สึกว่าผมดูรู้เรื่องรู้ราวกว่าเด็กคนอื่น แต่ผมก็ถูกส่งไปพบจิตแพทย์ตอนอนุบาล 2 ครั้ง ซึ่งได้คำตอบว่าผมปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้เป็นออทิสติก ไม่ได้เป็นสมาธิสั้น ไม่ได้เป็นอาการอะไรเลย
ผมก็มีชีวิตของผมแบบนั้นไปเรื่อยๆ จริงๆผมชอบเล่นของเล่นมาก แต่ผมจะไม่กล้าเล่นต่อหน้าคนอื่น ผมจะเล่นก็ต่อเมื่อผมอยู่คนเดียว ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย ผมจะทำเป็นไม่สนใจของเล่นเลย ถึงแม้ใจจะอยากเล่นมากก็ตาม (ดูวางท่ามากครับ)
พอเข้าประถม ผมก็ยังไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แค่เรียนๆไปเรื่อยๆ ผลการเรียนออกมาดีเท่านั้นก็พอแล้ว
ผมไม่เคยรู้เลยครับ ว่าผมอยากเป็นอะไร ผมไม่เคยรับรู้อะไรเลย ชีวิตผมก็มีแค่ บ้าน โรงเรียน ห้างบ้าง โรงแรมนานๆครั้ง โรงพยาบาลเวลาป่วย ร้านของที่บ้าน(แต่เค้าไม่ให้ผมยุ่ง ถ้าผมอยู่ในร้านนานๆผมจะโดนตี)
ครูทุกคนลงความเห็นครับว่า ผมไม่มีสังคมเลย ตอนนั้นผมยังรู้สึกเฉยๆ เพราะผมไม่ได้ต้องการอะไรนัก ผมไม่ค่อยมีของที่อยากได้(ผมจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายเคยอยากได้อะไร แต่จำได้แค่ว่าพอบอกก็โดนตี)
สิ่งที่ผมจำได้คือ คนอื่นชอบแกล้งผม ชอบหาทางทำให้เสื้อผ้าผมเลอะ ชอบทำให้ผมเจ็บ ชอบขวางทางไม่ให้ผมไปไหน ชอบรื้อกระเป๋าผม ฉีกสมุดหนังสือ หักดินสอไม้บรรทัด เอาของไปซ่อน เอาดินสอปากกามาทิ่มมาแทง ทำทุกอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดี ตอนนั้นผมเลยรู้สึกเกลียดทุกคน และทุกวันผมต้องอยู่คนเดียว เวลากลับบ้าน รร.เลิก 3 โมง แต่กว่าที่บ้านจะมารับก็เกือบๆ 5 โมง ผมได้แต่นั่งรอ โดยมากต้องไปแอบซ่อนตามที่มืดๆแคบๆที่ไม่มีใครจะหาผมเจอ ถ้าใครมาเจอ ผมต้องย้ายที่ซ่อนใหม่ทุกครั้ง ไม่อย่างนั้น ผมจะโดนเค้าตามมาแกล้ง
ครูไม่ค่อยสนใจผมเรื่องผมโดนแกล้ง เพราะครูมองว่าผมไม่มีเพื่อน คนอื่นๆเค้าจะเล่นด้วยเท่านั้น ผมเลยได้แต่ทน ให้วันๆได้กลับบ้านเร็วๆ บางครั้งผมก็ชอบไปอยู่กับครู ที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยกว่า
ตอนนั้นผมชอบไปอยู่ในห้องสมุด ผมต้องไปแอบอ่านหนังสือที่ริมหน้าต่าง เพราะเวลามีคนมาเจอผม ผมมักจะโดนแกล้ง มาดึงหนังสือไป มาส่งเสียงรบกวน ตบมือ กระทืบเท้า แหกปาก ถ้าผมไปฟ้องครู ทุกคนจะโกหกว่าผมหาเรื่องพวกเค้า จนผมจะเป็นคนที่โดนไล่แทน
ชีวิตผมตอนประถมไม่มีอะไรดีเท่าไหร่ พอช่วงป.4-5 ผมต้องย้ายบ้านมาอยู่ฝั่งพระนคร ทำให้ผมต้องตื่นเช้าขึ้นมากๆเพราะไกลและรถติด จนผมไปสายทุกวัน และถูกครูด่าบ้างตีบ้างทุกวัน ไม่มีเหตุผลอะไรจะอธิบายให้ครูรับฟังได้ ยิ่งอธิบาย เค้าก็ว่าเถียง จนผมเริ่มไม่ชอบครูอีกต่อไป และครูหลายคนก็ไม่ชอบผม โรงเรียนก็กลายเป็นนรกสำหรับผมไปในที่สุด
ผมแทบไม่เคยร่วมกิจกรรมอะไรเลย เพราะส่วนใหญ่แล้วต้องจ่ายเงิน และหลายครั้งกิจกรรมต้องการให้ผู้ปกครองเข้าร่วม แต่ที่บ้านผมไม่ชอบการพบปะผู้คน ผมเลยไม่เข้ากิจกรรมเลยจนชินไปในที่สุด
ผมไม่เคยไปไหนมาไหนเองเลย เพราะที่บ้านไม่ให้ไป โดยผมจะถูกขู่มาตลอดตั้งแต่จำความได้ว่าไปไหนมาไหนจะถูกจับตัว ถูกปล้น ถูกฆ่า ถูกทำร้าย ถูกส่งไปเป็นแรงงานทาสในโรงงานเด็ก ถูกส่งไปเป็นขอทานพิการ ถูกส่งไปเป็นแรงงานในเรือประมง ถูกจับไปขายที่ชายแดน (ผู้ใหญ่ขู่ผมแบบนี้จริงๆครับ) แต่เค้าก็จะด่าผมตลอดว่าไปไหนเองไม่เป็น แต่พอจะไปก็ไม่ให้ไป และผมก็ไม่เคยไปไหนเองเลยจนขึ้นม.ปลาย
จนผมจะเข้ามัธยม ผมถูกคาดหวังว่าจะเข้ารร.ใกล้บ้านได้ แต่ผมสอบไม่ติด หลังจากครั้งนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดของชีวิตผม ผมยอมรับว่าผมเคยคิดว่าตัวเองเรียนเก่ง และนั่นเป็นความภูมิใจเดียวของผม ทุกคนก็ชอบบอกว่าผมเรียนเก่ง ทั้งครู ทั้งนร.คนอื่นๆ จากวันที่ผมสอบไม่ติด มันเหมือนทุกอย่างมืดไปทันที ผมถูกด่าทั้งวันทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน ช่วงนั้นไม่มีวันไหนที่ผมไม่ร้องไห้ ผมไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลยนับจากนั้น ผมได้ที่เรียนใหม่ที่นึง แต่ผลการเรียนของผมเลวร้ายมาก ทุกสิ่งทุกอย่ากลับตาลปัตรกับผมในช่วงประถม จนครูขอให้ผมไปพบจิตแพทย์ และพบว่าผมเป็นซึมเศร้าที่ต้องใช้ยา และนั่นกลายมาเป็นชีวิตใหม่ของผม
ผมย้ายมาเข้ารร.ใกล้บ้านได้สำเร็จในปีถัดมา ผมปลอมโปรไฟล์ตัวเองเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับคนอื่นได้ง่ายขึ้น แต่ถูกจับได้เพราะคนที่มาจากโรงเรียนประถมเดียวกันเค้ารู้ว่าผมอยู่คนละรุ่น เลยต้องยอมๆไป
ในช่วงม.ต้นผมเรียนแบบเรื่อยๆ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ตอนนั้นผมยังมีอาการต่างๆเวลาที่มีเรื่องเครียดมากๆ หรือถูกกดดันมากๆจนหลายคนมองว่าผมบ้าๆไป และคนก็ไม่ค่อยอยากคบกับผมเท่าไหร่ เพราะผมคุยกับเขาไม่เป็น (ช่วงนั้นผมกำลังพยายามคบคนครับ ผมไม่เคยทำมาก่อน หลายครั้งคุยแบบนั้นแล้วเค้าจะไม่ชอบบ่อยๆ)
ผมเปลี่ยนไปแบบสุดๆตอนม.ปลายครับ ตอนที่ผมเริ่มทำทุกอย่างใหม่ ผมปิดบังอดีตของผมด้วยมาดใหม่ เป็นเด็กเรียนที่เฟรนลี่ และมันได้ผลมากครับ ผมไม่ต้องใช้ยา ผลการเรียนที่ดีขึ้นมาก ได้หัดออกไปไหนเอง(ทะเลาะกับที่บ้านพอสมควรครับ กว่าจะได้ไปไหนมาไหนเอง) ผมได้คบกับคนกลุ่มนึง ที่ไม่รู้อดีตของผมเลย และมันดีมากๆครับ เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ผมได้รู้จักความสุขจากการมีสังคม (แค่ได้คุยเล่น ได้เล่น ได้ไปกินข้าว ไปดูหนัง นั่นคือสิ่งที่ผมไม่เคยได้มีเลยครับ)
สิ่งที่ผมต้องระวัง คือคนที่รู้อดีตของผม หลายคนเลิกคบกับผมเมื่อรู้อดีตของผม เค้าจะกลัวและถอยห่างออกไป นั่นทำให้ผมต้องระวังมากจนระแวง
ที่บ้านไม่ชอบหรอครับที่ผมคบคนอื่นได้ คนในบ้านผม(ครอบครัวใหญ่) จะมีลักษณะร่วมกันคือ ต่อต้านสังคม ไม่มีใครคบใคร ทุกคนจะใช้ชีวิตคล้ายๆกัน (ผมได้รู้มาว่าตอนที่ญาติๆผมยังเด็ก ก็ถูกมองว่าเป็นเด็กมีปัญหาทุกคน) คนในละแวกบ้านจะรู้กันหมดว่าบ้านนี้มีปัญหา เค้าจะไม่พยายามมายุ่งนัก
เวลาแสนสุขมันสั้นมากครับ ผมตอบตัวเองไม่ถูกว่าอยากจะเรียนอะไร เพราะผมก็ไม่รู้อะไรเลย ที่รู้แน่ๆคือผมไม่ชอบวิศวะ (ซึ่งมากกว่า 60% ในรร.ผมจะเข้ากัน) นอกนั้นผมไม่รู้อะไรเลย ที่ผ่านมาผมเรียนอย่างเดียว ตามที่ตารางกำหนด ผมไม่เคยต้องเลือกอะไรเลย เพราะผมไม่มีสิทธิ์เลือก และผมก็เลือกไม่ได้ว่าจะเข้าอะไร ผมเลยสอบๆไปเรื่อยๆ แต่คะแนนก็ไม่ดีเท่าไหร่นัก ต่างจากเกรดรร.มาก แต่ผมก็ได้ที่เรียนที่มหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังในที่สุด ซึ่งผมเลือกแบบกลางๆมาก จนถูกถามตลอดว่าจบไปจะไปทำอะไร
พอผมจบมัธยมมา ระหว่างรอเปิดเทอม ชีวิตผมเหมือนกลับสู่อดีต วันๆไม่ได้พบหน้าใคร อยู่แต่ในบ้าน เพราะจะออกไปไหนต้องโดนป่าวประกาศให้ทั้งบ้านรู้หมดก่อน (จริงๆอยากออกไปเงียบๆบ้างครับ แต่ไม่เคยได้) ผมกลับสู่ชีวิตที่น่าเบื่ออีกครั้ง ขาดการติดต่อจากคนที่ผมเคยคบด้วยไปเกือบหมด จะออกจากบ้านทีก็เดือนหรือ 2 เดือนครั้ง นั่งๆนอนๆหายใจทิ้งไปวันๆ เรื่องจะออกไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์ ที่บ้านไม่เคยเห็นด้วย (สิ่งนึงที่หล่อหลอมผมขึ้นมาคือ ผมไม่ค่อยกล้าขัดครับ ผมมักจะยอมๆตลอด เพราะตอนเด็กๆโดนมามากจนกลายเป็นนิสัยไปแล้ว)
แต่แล้วเหตุผลบางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงสิงหาคมปีที่แล้ว เปลี่ยนชีวิตผมอีกครั้งครับ มีใครบางคนที่กำลังจะทำอะไรบางอย่าง ทำให้ชีวิตผมเบนสู่การมาเรียนที่ประเทศนี้แบบงงๆ (ใครอยากทราบรายละเอียดจริงๆถามได้นะครับ) และก็เริ่มเป็นไปตามกระทู้ก่อนๆของผมครับ