หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิวทริป แคชเมียร์และทัชมาฮาล
กระทู้รีวิว
บันทึกนักเดินทาง
สวัสดีค่ะสมาชิกทุกท่าน เราเพิ่งกลับมาจากเที่ยวแคชเมียร์และทัชมาฮาลกับเพื่อน ๆ ที่ทำงาน มีความรู้สึกประทับใจมาก ไม่คิดว่าจะได้เจออะไรดีดีที่อินเดีย เลยอยากแบ่งปันให้เพื่อนรู้กันค่ะ
ทริปนี้เริ่มจากเราได้คุยกับพี่นีว่ามีพี่ที่รู้จักไปเที่ยวแคชเมียร์ และเล ลาดัก แต่บอกตามตรงข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย พี่นีบอกว่าอยากไปแคชเมียร์เพราะมันสวยมาก แคชเมียร์คือชนเผ่าตอนเหนือของอืนเดีย นับถือศาสนาอิสลาม แคชเมียร์เป็นเหมือนสวิสเซอร์แลนด์ของเอเชียเลย เช่นนั้นแล้วเราจึงไปฟอรมทีมโดยมีพี่วิ พี่นี พี่หนึ่ง เราและน้องอ้วน รวมทั้งหมด 5 คน พี่วิจัดการหาทัวร์ได้ทัวร์ชื่อ บริษัทถุงทองทัวร์ พอทุกอย่างพร้อมเราก็พร้อมเดินทางกัน ระยะเวลาคือ 17-23 ตุลาคม 2561 ไปเที่ยวกันเลยค่าาา
Ep.1 ชื่อตอน บินลัดฟ้าหาแคชเมียร์
บริษัททัวร์นัดเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิเวลา 23.55 น. ของวันที่ 17 ตค 61 เจอไกด์คือคุณฝน ไกด์ขอพาสปอรตพวกเราเพื่อไปออกตั๋ว ทัวร์นี้มีสมาชิกทั้งหมด 32 คน ถือว่าพอดี ๆ ออกเยอะนิด ๆ นะเราว่า ก็คิดอยู่ว่าไกด์จะเอาอยู่ไหม เมื่อไปเช็คอินแล้วพี่นี หนึ่งในทีมเราดันใส่ power bank เข้าไปในกระเป๋าใหญ่ เลยต้องรื้อกันเดี๋ยวนั้นเพื่อเอาออกมา กระป๋องมาม่าหล่นโครม!!! เพื่อน ๆ กรุ๊ปทัวร์ยิ้มเบา ๆๆ 555 เราก็เอาไปเว้ย!!! มาม่ากับปลากระป๋อง
กลัวกินอาหารอินเดียกันไม่ได้ เพราะไรน่ะเหรอ เพราะฟังมาเยอะมากกไง กลัวไปหมดเลยพกมาม่ากันใหญ่ หลังจากนั้นก็ไปรอที่ gate เมื่อถึงเวลาเราก็ขึ้นเครื่องโดย เราบินกับสายการบิน Spice Jet ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย ตอนแรก ๆ เราก็แอบคิดนะ ไอ้คำว่า Jet Jet เนี่ยเครื่องคงต้องเล็ก อึดอัด โน่น นี่ นั่นตามประสาคนเยอะอย่างเรา แหะ ๆ
แต่พอขึ้นไป ก็ดีเกินคาดค่ะ เครื่องA320 พอ ๆ กะ Thai smile ที่เรานั่งไปอุบลบ่อย ๆ เลยนะ แอร์บนเครื่องเป็นสาวแขกทั้งหมด หุ่นดี สวย หน้าคมแต่มีพุงนิด ๆ ตามความนิยมของอินเดีย เราใช้เวลาเดินทาง 4 ชม. ถึงสนามบินอินทิราคานธีที่นิวเดลี เวลาของอินเดียช้ากว่าเรา 1.30 ชม พวกเราถึงประมาณ 6โมงนิด ๆ
เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ไปต่อรถเพื่อไปอีกจุดหนึ่ง เพื่อต่อเครื่องไปสนามบินศรีนาคา พวกเราได้เจอไกด์ท้องถิ่นด้วย เป็นผู้ชาย ระหว่างนั่งรถไกด์แจกขนมให้เพื่อประทังความหิว ไกด์กำชับว่าอย่าทิ้งจนกว่าจะมั่นใจจริง ๆ ว่าไม่กินแล้ว เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในอินเดีย อุ๊ย!! ทำไมไกด์พูดแบบนี้
มองไปทางหน้าต่างรถ ต้นไม้ระหว่างทางเหมือนต้นไม้บ้านฉันเลย 555!! นี่ตรูมาอินเดียหรือมุกดาหาร ต้นสะเดาก็มี หางนกยูงก็มา ไป check in จ้า โอ้ !!แม่เจ้า นี่มันสนามบินหรือสนามรบ มีทหารเต็มไปหมด ไกด์บอกว่าเขาเข้มงวดมากก อยากจะบอกว่าพี่เข้มงวดขนาดนี้ แม้แต่ยุงก็ไม่กล้าบินผ่านหรอกค่าา ทหารคนแรกตรวจพวกเราตามรายชื่อที่ไกด์ท้องถิ่นได้ส่งให้ เทียบกะพาสปอรตของเราค่ะ ผ่านไปได้ ก็มามาชั่งนน. กระเป๋าเพื่อโหลด แปลกอีกแล้วจ้าาา เขาเอากระเป๋าทุกใบชั่งรวมกันเด้อ check in รับตั๋วแล้วก็เข้า gate แต่ที่นี่ชายหญิงเข้าคนละช่อง ช่องผู้หญิงจะมีม่านกั้นเพื่อไม่ให้อล่างฉ่างเกิน ผู้โดยสารผู้หญิงโดนลูบไล้ไปหมดดโดยทหารหญิง พี่แกหน้าดุมาก(อยากถ่ายรูปมากแต่เขาห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด) ตัวก็ใหญ่ด้วย แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ไปรอเครื่องซึ่งออกเวลา10.25 น. ถึงสนามบินศรีนาคาเวลา11.40 น. ศรีนาคาเป็นเมืองหลวงของแคชเมียร์ค่ะ เราบินกับสายการบินSpice Jet เช่นเดิม ฟังแอร์พูดไม่รู้เรื่องเลย เขาพูดภาษาอังกฤษผสมอินเดียมั้ง เรารู้สึกงงมากได้คำเดียว lady and gentleman ที่เหลือมืดแปดด้าน
ถึงศรีนาคา อากาศหนาวมากกก ต้องควักเสื้อกันหนาวมาใส่กันใหญ่จัดเต็มเลย ที่นี่ทหารเพียบค่ะเพื่อน ๆ เพราะเป็นสนามบินทหาร แต่ละคนถือปืนกระบอกใหญ่มาก ห้ามถ่ายรูปด้วยนะ แต่เรารู้สึกเฉย ๆ เพราะเราชินแล้ว 55555 คุ้น ๆ ไงไม่รู้ มารับกระเป๋าและเดินทางต่อไปที่พัก โดยพวกเราในกรุ๊ปทัวร์แยกไปกับรถ คันละ 5 คนพอดีกับทีมเราเลย คนที่นี่เขาชอบใช้รถToyota Innova กันค่ะ รถทัวร์ไม่มีหรอกยกเว้นรถโรงเรียน คนขับรถเราชื่อมุสตาฟา ชื่อเหมือนพระเอกนิยายที่เคยอ่านสมัยสาว ๆ มาก ขับรถประมาณ 1 ชม. ก็ถึงที่พัก ระหว่างทางบ้านเมืองเขาก็บ้านหลังใหญ่นะคะ ไม่เหมือนที่คิดไว้แฮะ มุสตาฟาขับพาพวกเราไปดูบ้านคนรวย ซึ่งบ้านก็หลังใหญ่สวย สไตล์แคชเมียร์ แต่จะไม่ทาสีฉูดฉาดเหมือนบ้านเรา บ้านแต่ละหลังจะดูแข็งแรงมาก เพราะเขาต้องออกแบบไว้รับน้ำหนักเวลาหิมะตก ซึ่งจะตกช่วงเดือน พย.- มีค. ถ้าจำไม่ผิด คนขับอัธยาสัยดีคุยได้เป็นวรรคเป็นเวร แต่เรางงกับสำเนียงแขกนะ
ถึงที่พักแล้ว พวกเราพักบ้านเรือกันค่ะ Deluxe house boat แต่กว่าจะได้พักมีปัญหาของเจ้าของเรือและไกด์ พวกเขาสื่อสารไงไม่รู้ห้องกับคนไม่ลงตัว หลังจากนั้นมีพ่อบ้านมาต้อนรับน่ารักมากชื่อลุง Sunshine พี่นีเรียกลุงตะวันฉาย เขาช่วยยกกระเป๋าให้พวกเราไปที่ห้อง เราพักกับพี่นีและน้องอ้วน พี่วิอยู่กับพี่หนึ่ง พี่นีให้ทิปไป 500 รูปี ซึ่งเป็นเงินไทยก็ 250 บาท เงินไทยมีค่ากว่าเงินอินเดียตั้งครึ่งนึง เมื่อเรามาอินเดีย เราจะเป็นเจ้าแแห่งเงินทันที 5555 จริง ๆ ก็สมควรให้ทิปแหละเพราะกระเป๋าแต่ละคนหนักมาก หลังจากนั้นถึงได้กินข้าวที่ยง เอาเป็นว่าข้าวเช้าและเที่ยงเลยแล้วกัน ซึ่งกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ประมาณบ่ายสองกว่า ๆ อาหารก็มีข้าว มีแกง มีผัดผัก มีผักสด เรากินไม่ค่อยได้เลย ไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศ เลยกินข้าวกับผัดผักแต่ไม่เยอะ
หลังจากทานข้าวแล้ว พวกเราก็เริ่มเที่ยวแล้วจ้า บ่ายแรกนี้ไปสวนดอกไม้ 2 สวนคือสวน ชาลิมาร์และสวนนิชา บากห์ ดอกไม้สวยมาก บรรยากาศภูเขาข้างหลังสวน ข้างหน้าคือทะเลสาปดาล ทะเลสาปดาลเป็นทะเลสาปที่ใหญ่มาก ในสวนมีคนเยอะนะ ทั้งไทยและอินเดียเต็มไปหมด ดอกไม้ก็มีสวยบ้างเหี่ยวบ้าง เราไม่เท่าไหร่
กไม้ แต่เราตื่นเต้นกับหนุ่มแคชเมียร์ หน้าตาดีไม่เหมือนอินเดียเลย เพราะพวกเขาเป็นแขกขาวค่ะ ไม่ดำ จมูกโด่ง ไม่มีกลิ่นตัว งานดี ๆๆ ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยแม้แต่น้อย แต่แปลกนะ เราจะเห็นแต่ผู้ชาย ผู้หญิงหายากมาก ถามมุสตาฟา เขาบอกว่าผู้หญิงอยู่บ้าน ทำงานที่บ้านกันดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่ตามที่ต่าง ๆ จะมีแต่ผู้ชายทั้งน้านน
หลังจากนั้นก่อนกลับไปนอนพวกเราแวะโรงงานทำพรมแคชเมียร์ มีคุณลุงที่เป็นเหมือนผู้จัดการแหละมาอธิบาย ปากหวานนมากกก โรงงานรี้เป็นสหกรณ์ของชาวแคชเมียร์ ดูแล้วพรมที่ทอก็ยากลำบากเหลือเกิน ละเอียดละออและสวยงาม เหมาะแล้วที่ราคาแพง แต่พวกเราไม่มีใครซื้อ โดยส่วนตัวคิดว่าพรมแคชเมียร์ไม่เหมาะกับเมืองไทย เพราะเราเป็นเมืองร้อนฝุ่นเยอะ หลังจากนั้นไกด์ก็พากลับที่พัก อาบน้ำกินข้าว และนอนเพื่อจะเที่ยวต่อพรุ่งนี้ วันนี้สะบักสะบอมมาก เพราะไม่ได้นอนเต็มที่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แถมกินข้าวก็ช้า เหนื่อยจุง แอบเคืองไกด์นิดๆด้วยเพราะไม่ค่อยอธิบายอะไรเลยปล่อยให้หิวข้าวเที่ยงจนแย่ แต่ก็พยายามเข้าใจแหละ
จบทริปวันแรกนะคะ ขอไปพักก่อนเดี๋ยวจะมาต่อของวันถัด ๆ ไปนะ รอติดตามด้วยจ้าาา
ปล. เมื่อก้าวเข้าสู่อินเดียเราไม่มีสัญญานinternet เลย ความหวังอยู่ที่ wifi ของห้องพักที่แคชเมียร์ ผลปรากฎว่าwifiพัง โอ้ววว แม่เจ้านั่นมันคือลมหายใจของพวกเราเลยนะ แต่ไม่เป็นไรรอพรุ่งนี้เพราะเจ้าของเรือบอกว่าจะซ่อมคืนนี้ แถ่น แถน แถ๊นนน ไปนอนนนนค่าาาา
ชื่อสินค้า:
แคชเมียร์ ศรีนาการ์
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างแต่ได้รับผลประโยชน์อย่างอื่น เช่น บัตรกำนัล ค่าเดินทางตามจริง
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
From Kashmir with Love - แคชเมียร์ สวรรค์บนดิน ในอ้อมกอดหิมาลัย
แ ค ช เ มี ย ร์ - อิ น เ ดี ย เมื่อหลายปีก่อน ระหว่างกำลังนั่งไถจอมือถือเล่น เราบังเอิญไปเจอภาพของฝูงม้าที่มีฉากหลังเป็นแนวเท
themermaidlife
[CR] เมื่อโชคชะตานำพาฉัน ไป " แคชเมียร์ Kashmir " [บันทึกการเดินทางพอสังเขป+ข้อมูลฉบับพกพาเที่ยวเล่นแคชเมียร์]
....ทุกการเดินทาง เรามีความเชื่อว่าผู้คน สถานที่ ความสุขความสนุกสนานความประทับใจ เหตุการณ์ทั้งดีและร้าย ที่เราพบเจอระหว่างทาง ต้องมีความเกี่ยวข้องมีความผูกพันธ์กัน บนโลกกว้างใหญ่มีช่วงเวลานึงได้โคจรมา
สมาชิกหมายเลข 7240007
สายแอดเวนเจอร์ต้องมา! ลุยหิมะฟิน ๆ ที่ชิโตเสะ ฮอกไกโด
กราบสวัสดีมิตรรักแฟนเพลงทุกๆท่าน.. ( ตึ้งโป๊ะ ! ) ฤดูหนาวนี้มีใครไปญี่ปุ่นมาบ้างไหมเอ่ย ไปไหนกันมาบ้าง...ขอเสียงหน่อยค่าเอาจริงๆเมเป็นคนไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยอยู่นะแต่ไม่ค่อยมาเขียนรีวิวเพราะขี้เกี
Mayrygoround
เล่าเรื่องอาหาร หญ้าฝรั่น
รูปประกอบจากน้อง Gemini นะคะ ถ้าพูดถึง "หญ้าฝรั่น" (Saffron) มันคือ เกสรของดอกโครคัส ด้วยความที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องเทศที่แพงที่สุดในโลก ทำให้นึกถึงเมนูหรูหราในโรงแรมห้าดาว หรือข้าวหมกไก
สมาชิกหมายเลข 7918220
เที่ยวจบ กลับบ้านกินข้าวไข่พะโล้
ไปเที่ยวทริปทะเลบัวแดง-สกลนคร-นครพนม ตั้งแต่30 ม.ค. วันกลับ 3 ก.พ. เงินสดนี่แทบจะเกลี้ยงกระเป๋าเลยเชียว ที่สนามบินนครพนมเล็กมาก และไม่มีตู้ATM อิอิ ก็นั่งรอเที่ยวบินแบบจนๆไป ตีหน้าจ๋อยๆทำเป็นเปิด
หนอนแบกเป้
[CR] รีวิว เดินป่าอินเดีย แคชเมียร์ 8 วัน 7 คืน Kashmir great lakes , India
Kashmir great lakes , India รวมแก๊งคนไม่รู้จัก 16 คน ไปใช้ชีวิตด้วยกัน ไม่มีเน็ต ไม่มีไฟฟ้า ไม่ได้อาบน้ำ!! มีแต่ธรรมชาติรอบตัว 8 วัน 7
สมาชิกหมายเลข 4228682
ปรึกษาเกี่ยวกับการจองบ้านเรือที่ทะเลสาบดาลและการจองรถพาเที่ยวในแคชเมียร์
ขอรบกวนเพื่อน ๆ ที่เคยไปเที่ยวแคชเมียร์ด้วยนะคะ เนื่องจากเราได้ทำการจองไปเที่ยวแคชเมียร์ช่วงสงกรานต์กับเว็บ ๆ หนึ่ง โดยในโปรแกรมตอนแรกคือ บินด้วยสายการบิน Jet airway ไปลงที่เดลลี และต่อเครื่องไปยังศรี
Thewinner
รีวิว ที่พักบ้านเรือ Houseboats และ Royal Heritage Hotel ที่ Srinagar, Jammu & Kashmir
เพิ่งกลับจากไปเที่ยว ศรีนาคา-แคชเมียร์ (ไปกับทัวร์เมื่อวันที่ 13-18 ตุลาคม 2565) เลยนำบรรยากาศที่พักแบบบ้านเรือ Houseboats ที่ Dal Lake, Srinagar, Jammu & Kashmir มาฝากค่ะ บรรยากาศยามเย็นที่
จินดาหรา
[อินเดีย] สอบถามเรื่องงบและเวลา เลห์-แคชเมียร์ค่ะ
สวัสดีค่า ตอนนี้กำลังดูๆแพลนจะไปอินเดียอยู่ค่ะ ไม่รู้จะได้ไปหรือเปล่า เพราะรองานอยู่ แต่ยังไงขอสอบข้อมูลหน่อยนะคะ แพลนไว้ว่าสองอาทิตย์ค่ะ ที่อยากไปคือ Akra (ทัชมาฮาล) เลห์ ลาดักห์ แคชเมียร์ค่ะ ทีนี้
หมีน้อยในอ่างจากุชชี่
เทียวแคชเมียร์ ชิมลา มะนาลี ดาลัมศาลา ด่านวาการ์
แคชเมียร์ ความตั้งใจของฉันและเพื่อนต้องการเที่ยวแคชเมียร์สักครั้งหลังจากปีที่แล้วโดนเทจากกรุ๊ป ทั้งที่เก็บเสื้อผ้าเรียบร้อยพรุ่งนี้จะบินแล้ว ทัว
สมาชิกหมายเลข 3048098
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 67
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิวทริป แคชเมียร์และทัชมาฮาล
ทริปนี้เริ่มจากเราได้คุยกับพี่นีว่ามีพี่ที่รู้จักไปเที่ยวแคชเมียร์ และเล ลาดัก แต่บอกตามตรงข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย พี่นีบอกว่าอยากไปแคชเมียร์เพราะมันสวยมาก แคชเมียร์คือชนเผ่าตอนเหนือของอืนเดีย นับถือศาสนาอิสลาม แคชเมียร์เป็นเหมือนสวิสเซอร์แลนด์ของเอเชียเลย เช่นนั้นแล้วเราจึงไปฟอรมทีมโดยมีพี่วิ พี่นี พี่หนึ่ง เราและน้องอ้วน รวมทั้งหมด 5 คน พี่วิจัดการหาทัวร์ได้ทัวร์ชื่อ บริษัทถุงทองทัวร์ พอทุกอย่างพร้อมเราก็พร้อมเดินทางกัน ระยะเวลาคือ 17-23 ตุลาคม 2561 ไปเที่ยวกันเลยค่าาา
Ep.1 ชื่อตอน บินลัดฟ้าหาแคชเมียร์
บริษัททัวร์นัดเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิเวลา 23.55 น. ของวันที่ 17 ตค 61 เจอไกด์คือคุณฝน ไกด์ขอพาสปอรตพวกเราเพื่อไปออกตั๋ว ทัวร์นี้มีสมาชิกทั้งหมด 32 คน ถือว่าพอดี ๆ ออกเยอะนิด ๆ นะเราว่า ก็คิดอยู่ว่าไกด์จะเอาอยู่ไหม เมื่อไปเช็คอินแล้วพี่นี หนึ่งในทีมเราดันใส่ power bank เข้าไปในกระเป๋าใหญ่ เลยต้องรื้อกันเดี๋ยวนั้นเพื่อเอาออกมา กระป๋องมาม่าหล่นโครม!!! เพื่อน ๆ กรุ๊ปทัวร์ยิ้มเบา ๆๆ 555 เราก็เอาไปเว้ย!!! มาม่ากับปลากระป๋อง
กลัวกินอาหารอินเดียกันไม่ได้ เพราะไรน่ะเหรอ เพราะฟังมาเยอะมากกไง กลัวไปหมดเลยพกมาม่ากันใหญ่ หลังจากนั้นก็ไปรอที่ gate เมื่อถึงเวลาเราก็ขึ้นเครื่องโดย เราบินกับสายการบิน Spice Jet ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย ตอนแรก ๆ เราก็แอบคิดนะ ไอ้คำว่า Jet Jet เนี่ยเครื่องคงต้องเล็ก อึดอัด โน่น นี่ นั่นตามประสาคนเยอะอย่างเรา แหะ ๆ
เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ไปต่อรถเพื่อไปอีกจุดหนึ่ง เพื่อต่อเครื่องไปสนามบินศรีนาคา พวกเราได้เจอไกด์ท้องถิ่นด้วย เป็นผู้ชาย ระหว่างนั่งรถไกด์แจกขนมให้เพื่อประทังความหิว ไกด์กำชับว่าอย่าทิ้งจนกว่าจะมั่นใจจริง ๆ ว่าไม่กินแล้ว เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในอินเดีย อุ๊ย!! ทำไมไกด์พูดแบบนี้
ถึงศรีนาคา อากาศหนาวมากกก ต้องควักเสื้อกันหนาวมาใส่กันใหญ่จัดเต็มเลย ที่นี่ทหารเพียบค่ะเพื่อน ๆ เพราะเป็นสนามบินทหาร แต่ละคนถือปืนกระบอกใหญ่มาก ห้ามถ่ายรูปด้วยนะ แต่เรารู้สึกเฉย ๆ เพราะเราชินแล้ว 55555 คุ้น ๆ ไงไม่รู้ มารับกระเป๋าและเดินทางต่อไปที่พัก โดยพวกเราในกรุ๊ปทัวร์แยกไปกับรถ คันละ 5 คนพอดีกับทีมเราเลย คนที่นี่เขาชอบใช้รถToyota Innova กันค่ะ รถทัวร์ไม่มีหรอกยกเว้นรถโรงเรียน คนขับรถเราชื่อมุสตาฟา ชื่อเหมือนพระเอกนิยายที่เคยอ่านสมัยสาว ๆ มาก ขับรถประมาณ 1 ชม. ก็ถึงที่พัก ระหว่างทางบ้านเมืองเขาก็บ้านหลังใหญ่นะคะ ไม่เหมือนที่คิดไว้แฮะ มุสตาฟาขับพาพวกเราไปดูบ้านคนรวย ซึ่งบ้านก็หลังใหญ่สวย สไตล์แคชเมียร์ แต่จะไม่ทาสีฉูดฉาดเหมือนบ้านเรา บ้านแต่ละหลังจะดูแข็งแรงมาก เพราะเขาต้องออกแบบไว้รับน้ำหนักเวลาหิมะตก ซึ่งจะตกช่วงเดือน พย.- มีค. ถ้าจำไม่ผิด คนขับอัธยาสัยดีคุยได้เป็นวรรคเป็นเวร แต่เรางงกับสำเนียงแขกนะ
ถึงที่พักแล้ว พวกเราพักบ้านเรือกันค่ะ Deluxe house boat แต่กว่าจะได้พักมีปัญหาของเจ้าของเรือและไกด์ พวกเขาสื่อสารไงไม่รู้ห้องกับคนไม่ลงตัว หลังจากนั้นมีพ่อบ้านมาต้อนรับน่ารักมากชื่อลุง Sunshine พี่นีเรียกลุงตะวันฉาย เขาช่วยยกกระเป๋าให้พวกเราไปที่ห้อง เราพักกับพี่นีและน้องอ้วน พี่วิอยู่กับพี่หนึ่ง พี่นีให้ทิปไป 500 รูปี ซึ่งเป็นเงินไทยก็ 250 บาท เงินไทยมีค่ากว่าเงินอินเดียตั้งครึ่งนึง เมื่อเรามาอินเดีย เราจะเป็นเจ้าแแห่งเงินทันที 5555 จริง ๆ ก็สมควรให้ทิปแหละเพราะกระเป๋าแต่ละคนหนักมาก หลังจากนั้นถึงได้กินข้าวที่ยง เอาเป็นว่าข้าวเช้าและเที่ยงเลยแล้วกัน ซึ่งกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ประมาณบ่ายสองกว่า ๆ อาหารก็มีข้าว มีแกง มีผัดผัก มีผักสด เรากินไม่ค่อยได้เลย ไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศ เลยกินข้าวกับผัดผักแต่ไม่เยอะ
หลังจากทานข้าวแล้ว พวกเราก็เริ่มเที่ยวแล้วจ้า บ่ายแรกนี้ไปสวนดอกไม้ 2 สวนคือสวน ชาลิมาร์และสวนนิชา บากห์ ดอกไม้สวยมาก บรรยากาศภูเขาข้างหลังสวน ข้างหน้าคือทะเลสาปดาล ทะเลสาปดาลเป็นทะเลสาปที่ใหญ่มาก ในสวนมีคนเยอะนะ ทั้งไทยและอินเดียเต็มไปหมด ดอกไม้ก็มีสวยบ้างเหี่ยวบ้าง เราไม่เท่าไหร่
หลังจากนั้นก่อนกลับไปนอนพวกเราแวะโรงงานทำพรมแคชเมียร์ มีคุณลุงที่เป็นเหมือนผู้จัดการแหละมาอธิบาย ปากหวานนมากกก โรงงานรี้เป็นสหกรณ์ของชาวแคชเมียร์ ดูแล้วพรมที่ทอก็ยากลำบากเหลือเกิน ละเอียดละออและสวยงาม เหมาะแล้วที่ราคาแพง แต่พวกเราไม่มีใครซื้อ โดยส่วนตัวคิดว่าพรมแคชเมียร์ไม่เหมาะกับเมืองไทย เพราะเราเป็นเมืองร้อนฝุ่นเยอะ หลังจากนั้นไกด์ก็พากลับที่พัก อาบน้ำกินข้าว และนอนเพื่อจะเที่ยวต่อพรุ่งนี้ วันนี้สะบักสะบอมมาก เพราะไม่ได้นอนเต็มที่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แถมกินข้าวก็ช้า เหนื่อยจุง แอบเคืองไกด์นิดๆด้วยเพราะไม่ค่อยอธิบายอะไรเลยปล่อยให้หิวข้าวเที่ยงจนแย่ แต่ก็พยายามเข้าใจแหละ
จบทริปวันแรกนะคะ ขอไปพักก่อนเดี๋ยวจะมาต่อของวันถัด ๆ ไปนะ รอติดตามด้วยจ้าาา
ปล. เมื่อก้าวเข้าสู่อินเดียเราไม่มีสัญญานinternet เลย ความหวังอยู่ที่ wifi ของห้องพักที่แคชเมียร์ ผลปรากฎว่าwifiพัง โอ้ววว แม่เจ้านั่นมันคือลมหายใจของพวกเราเลยนะ แต่ไม่เป็นไรรอพรุ่งนี้เพราะเจ้าของเรือบอกว่าจะซ่อมคืนนี้ แถ่น แถน แถ๊นนน ไปนอนนนนค่าาาา
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้