ชีวิตลิขิตไว้แล้ว

ก่อนอื่น....แนะนำว่า
หากท่านใดทีไม่มี ความเชื่อเรื่อง ชะตาชีวิตกำหนด, เวียนว่าย ตายเกิด, ทฤษฎีพระผู้สร้าง ปล่อยผ่านครับ(เสียเวลา 555)
=======================
เรื่องมีอยู่ว่า...
   ตั้งแต่เล็กจนโตมา ปัจจุบัน เข้าเลข 3 แล้ว มีความรู้สึกว่า เวลาเดินทางไปที่ใดก็แล้วแต่ มักจะพบว่าเจอแต่คนคุ้นหน้าคร่าตามาก่อน
แต่หาได้รู้จักเขาไม่ แม้แต่น้อยเลย ผมเกิดในจังหวัดนึง แต่บ้านเกิด พระบิดา และพระมารดา อยู่คนละจังหวัด แน่นอน พระบิดา และ
พระมารดา ก็ต้องพาไปเที่ยวบ้านเกิดของตนซึ่งนั่นคือ ไปไหว้เหล่าพ่อเฒ่า แม่เฒ่าต่างๆ ในเครือวงศาคณาญาติ
และพี่ป้า น้า อา ทั้งหลาย ต่างก็มีครอบครัวซึ่งนั่นมิได้อยู่ในจังหวัดเดียวกับบ้านเกิดของตนทั้งหมด ใช่แล้ว...กระผมก็ต้องไปเยี่ยม
เหล่าบ้านเกิดของ บ้านเกิดของ พระสวามี และ พระชายา ของ ลุง ป้า น้า อา กระผมก็รู้สึกคุ้นหน้าเช่นเคย แต่หาได้รู้จักไม่
กระผมก็ยกมือไหว้ ละก็ได้ตังค์ไปซื้อหนม ตามที่พระบิดา/มารดาบอก....นั่นคือสิ่งที่จับประเด็นได้ในตอนเด็กๆ
======================  
   ต่อมา...เมื่อเรียนจบ ทำงาน (ออกจากบ้านเกิด) ก็จะรู้สึกแบบเดียวกันกับตอนเด็ก แต่เราก็พยามคิดวนไป วนมา จนเกิดเป็น ทฤษฎีเล่นๆ ในหัว
เพราะทุกสถานที่ที่เราไปพำนักพักพิงอยู่ ก็จะรู้สึกว่า เคยเจอกันมาก่อนนะ แต่ก็หาได้รู้จักไม่แม้แต่น้อยเลย....
ครอบครัวผมเป็นคนโบราณจะเชื่อเรื่องลึกลับ ที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์มิได้....(คงจะเดาได้นะ) แต่ไอ่กระผมเองก็หาได้มีความเชื่อเลยไม่ เพียงแต่
มีความไม่แน่ใจอยู่ในใน แต่ก็เพราะถูกปลูกฝังมาเช่นนั้น...ทฤษฎีดังกล่าวถึง แบ่งเป็น 2 ฝ่ายในหัว

==ทฤษฎีแรก==
ขอเรียกว่าฝั่งโบราณ  ประมาณว่า การที่เราเห็นคนอื่นแล้วคุ้นหน้า เหมือนเคยเจอมาก่อน ก็เพราะ
- เรื่องเจ้ากรรมนายเวร
- เรื่องภพภูมิที่แล้ว
- ทำบุญร่วมกัน
- ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผูกพันธสัญญาร่วมกัน
พูดง่ายๆ ว่ากลับชาติมาเกิด

=================แต่ทะว่า
     เมื่อเราได้เรียนหนังสือ เราได้รู้จักกับวิทยาศาสตร์ การทดลองด้วยเหตุ และผล กระผมก็พยามคิด
พยายามที่จะหาเหตุ มาแย้งผลของทฤษฎีแรก กระผมขอเรียกทฤษฎีนี้ว่า

==ทฤษฎีปัจจบัน==
สิ่งแรกที่ประมวลข้อมูลได้คือ สถานที่ที่เราไป พำนักพักพิงคือตัวแปรแรก
- บ้านเกิดตน ตัวแปรแรกของช่วงเวลานั้นๆ
- บ้านเกิดพระบิดา/มารดา ตัวแปรที่สอง
- บ้านเกิดของบรรดา พระสวามี/พระชายา ของเครือญาติ
- โรงเรียนสมัยประถม
- โรงเรียนมัธยม (คนละโรงกะตอนประถม)
- วิทยาลัย
- สถามที่ทำงาน....ที่แรก...2...3...4 และบางที่อาจต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอีก ก็เป็น 2.1----2.2---2.3
กล่าวคือ...ในแต่ละที่ที่ของตัวแปรนี้ ผมยกตัวอย่าง...

         1 สถานที่ เราจะเจอคนกลุ่มนี้ 20 คน ที่เหมือนเคยเห็นหน้ามาก่อน (ซึ่งถ้าอยู่นานตัวเลขก็จะเพิ่มขึ้น)
        ก็จะเป็นลักษณะนี้ทุก ๆ สถานที่
        =ตอนเรียนมัธยม ก็จะเห็นเพื่อนมัธยม หน้าเหมือนเพื่อนประถม=
        =ตอนเรียนวิทยาลัย ก็จะเห็นเพื่อน หน้าเหมือน ตอนมัธยม....(หรืออาจจะมีประถมแฝงอยู่)=
เป็นต้น

====================
หากพูดถึงเรื่องหน้าเหมือน
ในโลกนีก็อาจจะมีคนหน้าเหมือนกันโดยบังเอิญ นั่นก็เพราะ เชื่อกันว่ามนุษย์ เกิดจาก ตัวผู้ และุตัวเมีย ที่อยู่ในสวน เอเดน...(ถุ๊ยย!!!)
เพราะเชื้อสาย พันธุกรรม และวิวัฒนาการของเซลล์ดึกดำบรรพ์ ก็เกือบจะอธิบาย หรือแย้งได้อยู่แล้ว....
         เมื่อตะกี๊เห็นอดัม กับ อีฟ มา...กระผมก็ไปหาข้อมูลมาอีกได้ความว่า มีบางอย่างสร้าง ตัวผู้/เมีย 2 ตนนี้ขึ้นมา...
อ้าว!!!  แล้วใครเป็นคนสร้างล่ะ??....เฮ้ย!!! แล้วคนสร้างมาจากไหน????...แล้วใครสร้างคนสร้างล่ะ??? สุดท้ายแล้วก็มาจบที่
อวกาศ ในตำราเรียนบอกทุกอย่างเกิดจาก พี่แบงก์ (วงแคลช) ถถถถุ๊ย!!! แล้วเกี่ยวอะไรกับคนหน้าเหมือน
ทฤษฎีนี้อ้างถึงมีบางอย่างเป็นคนสร้าง มุนษย์ และก็คงกำหนดไว้ว่าในห้วงชีวิตของ บุคคลๆ หนึ่งๆ ต้องพบเจอสภาวะแบบนี้วนไป
เพราะไม่รู้จะผสมผสานให้ได้หน้าใหม่ๆ ให้ยากทำไม มันอยู่ได้ไม่เกิน 100 ปี

===================
เงื่อนไขการเจอ
         ชาย-หญิง-เด็ก-ชรา กล่าวคือ...คุณอาจจะเจอหน้าตอนเป็นเด็ก เมื่อเปลี่ยนสถานที่คุณก็จะเจอหน้านี้ใน ผู้ใหญ่ ชาย-หญิง-ชรา
ผมสังเกต และก็มีมาตลอด หรือบางทีแอบคิดไปถึง....เดจาวู
==================ฝันดีราตรีสวัสดิ์ เดี๋ยวมาใหม่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่