ในฐานะประชาชนคนดูคนหนึ่ง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้(หาใช่หน้าม้าแฝงตัวมาเล่นpantip)ขอเสนอมุมมองที่มีต่อละคร 'สายโลหิต' ที่กำลังออกอากาศทาง ช่อง7 HD อยู่ในตอนนี้

หลายคนกังวลไปต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น เพิ่งรีรันไปเมื่อสองปีก่อนนี้เอง ยุคกรุงศรีอยุธยาเหมือนกันเดี๋ยวก็โดนเปรียบเทียบกับ 'ละครแห่งชาติ' และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นละเอียดอ่อนเรื่องเชื้อชาติอาจกระทบต่อแรงงานพม่าซึ่งมีอยู่เกลื่อนประเทศตอนนี้ (เราเองก็เคยต่อต้านประเด็นนี้มาก่อนถึงขั้นตั้งกระทู้คัดค้านอย่ารีเมค แต่หลังจากนั้นก็เข้าใจ)
อยากบอกว่า ถูกที่ ถูกเวลา แล้วล่ะ มาในช่วงเวลาที่คนไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อต้องเลือกอนาคตของชาติอย่างพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน
ต่างด้าว สายโลหิตและสิทธิ์เลือกตั้ง
เราอยู่ในยุคที่ไม่ได้รบราฆ่าฟันแย่งดินแดนก็จริงแต่รุกรานแก่งแย่งกันทางเศรษฐกิจ เรียกว่าปกป้องประเทศด้วยนโยบายต่างๆ นี่แหละ จุดขายที่ทุกพรรคสามารถเรียกคะแนนสร้างกระแสได้แต่เนิ่นๆ ได้อย่างแท้จริง ลองเอากฏต่างๆ มาชำแหละว่าข้อดีข้อเสียอย่างไร ไม่เอาเปรียบใครแต่ก็ไม่ปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบ
ที่สำคัญ แรงงานหลักอย่างพม่าซึ่งมักมีปัญหาฆาตกรรมสะเทือนขวัญมาตลอด(แม้แต่ลาวก็ฆ่าโหดได้เหมือนกัน ต่างด้าวอาจคิดว่าไม่ใช่คนชาติเดียวกันไม่ต้องเกรงใจกระมัง) กฎหมายต้องเข้มงวดโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างแรงงานเถื่อนมีแนวโน้มนำไปสู่อาชญากรรมได้ รวมทั้ง อาชีพสงวนและยกเว้นลองทบทวนดูใหม่ หรือแม้แต่สิทธิ์ต่างๆ อย่าโอ๋ให้ทัดเทียมกับคนในชาติ
สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือเรื่องที่ควรโฟกัสมิใช่กล่าวโทษการนำเสนอเรื่องราวเสียกรุงของละครอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ เรียกว่าดูละครแล้วย้อนดูตัวจริงๆ ก็คือ ปัจจุบันอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ไม่มีปัญหา
คำว่า 'สายโลหิต' ในมุมมองของเราซึ่งเคยดูแต่ฉบับรีรันปลายปี 59 หมายถึง ปกป้องแผ่นดินถึงขั้นต้องหลั่งเลือดก็ยอม และลูกหลานเหลนโหลนสายเลือดไทยด้วยกันต้องร่วมกันปกป้องสืบไปชาติจึงจะธำรงอยู่ได้ นี่แหละคือแก่นของละครที่ต้องการนำเสนอ ไม่ได้ให้เกลียดชังพม่าแต่ให้ตระหนักถึงการปกป้องชาติ นโยบายการเมืองที่เอื้อต่อต่างชาติจนไทยเสียเปรียบก็คล้ายกับคนทรยศชาติยุคเสียกรุงเช่นกัน ส่วนการรุกรานของพม่ามันคือเรื่องจริงจะบิดเบือนได้หรือ

น่าสลดใจที่ผู้คนในโซเชียลเกิดอคติกดคุณค่าที่ละครต้องการสื่อ อาทิ ตำหนิที่นำเสนอการเสียกรุง โดยเฉพาะการนำสองผลงานของอีกช่องมาเปรียบเทียบเชิงตำหนิที่ ช่อง 7 รีเมค ละครเรื่องนี้ ทำไมไม่นำเสนอมุมมองใหม่ในยุคเสียกรุงหรือยุคใดยุคหนึ่งของกรุงศรีฯ ไม่เว้นแม้แต่ผู้เขียน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เหมือน 'สายโลหิต' โดนดิสเครดิตแม้กระทั่งผู้เขียน
รออยู่ว่า อาจารย์รู้สึกอย่างไรที่ 'สายโลหิต' ออกอากาศในปีนี้แล้วนะ แต่พอรู้ก็ถึงกับคาดไม่ถึงเรียกว่าเสียความรู้สึกเลยทีเดียว จากบทสัมภาษณ์ของอาจารย์ในมติชนคือการแสดงออกในเชิงลบต่อละครเรื่องนี้ เหมือนรับเขียนอย่างเสียมิได้หรืออย่างไรเพราะเป็นค่ายที่คุ้นเคย ละครลงทุนมหาศาล 100 ล้าน! กล้าออกอากาศตอนนี้ทั้งที่เสี่ยงโดนเปรียบเทียบต่างๆ นานา อาจารย์น่าจะรอพูดสิ่งที่อยากพูดตอนละครจบแล้วก็ได้ หรือมีน้ำใจช่วยโปรโมตทำนองว่าเป็นเรื่องสุดท้ายแล้วนะสำหรับแนวอิงประวัติศาสตร์เสียกรุงเรียกว่าเขียนทิ้งทวน อย่างน้อยคอละครก็อาจตามดูเพราะอาจารย์คือมือวางอันดับ 1 แนวนี้
แล้วยังตอกย้ำในทำนองว่าละครแนวนี้ไม่ได้ปลุกความรักชาติหรอก(คนดูแล้วฮึกเหิมมีไม่เยอะ) เหมือนยืนยันว่าไม่ควรสร้างดีแล้วสร้างไปก็ไม่ได้ช่วยการรักชาติขนาดตนเขียนเองยังไม่รู้สึกแบบนั้น
รู้อยู่คนไทยไม่ค่อยอ่านหนังสือ ยิ่งแนวประวัติศาสตร์ไม่ต้องพูดถึง การนำมาทำเป็นหนังและละครก็เพื่อให้เห็นภาพเข้าใจง่ายส่วนกระตุ้นปลุกเลือดรักชาติคือผลพลอยได้ บรรพบุรุษสละชีพเพื่อปกป้องประเทศจะมิให้คนรุ่นปัจจุบันซาบซึ้งบุญคุณเชียวหรือ แค่อยู่ในหนังสือบังคับเรียนพอแล้วกระนั้นหรือ แล้วทำไมเรื่องอื่นที่ไม่ใช่สายโลหิตกลับไม่กล้าแตะ ที่สำคัญเหมือนตำหนิล่วงหน้าหากใครสร้างผลงานแนวเสียกรุงอีกตามมาก็เหมือนเขาทำผิดทำสิ่งไม่สมควรยังไงยังงั้น
ไม่เชียร์ ไม่สนับสนุนไม่เป็นไร แต่แสดงออกเช่นนี้เหมือนไม่ให้เกียรติทั้งผลงานของตัวเองและผู้ร่วมงาน เราคนดูจะไม่เสียความรู้สึกได้อย่างไร
จงภูมิใจที่ได้ทำ ... ความภูมิใจที่ได้ดู
ขอเป็นกำลังใจให้ 'สายโลหิต ๒๕๖๑' จากใจจริง คุณค่าอยู่เหนือกระแสและความนิยม(เรตติ้ง) เราคนนึงล่ะที่เล็งเห็นคุณค่าของละครเรื่องนี้และจะรอดูตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ(หลังจากพลาดดูไม่เต็มเรื่องเสียที)
แม้เหลือเพียงเสี้ยวชีวิต
สายโลหิต ... จักอยู่คู่ฟ้า
สิ้นชีพ ... ชื่อยั้งโลกา
ญาติกา ... จักสืบต่อไป
เรื่องของคนรักชาติ ประวัติศาสตร์และการเมือง
อยากบอกว่า ถูกที่ ถูกเวลา แล้วล่ะ มาในช่วงเวลาที่คนไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อต้องเลือกอนาคตของชาติอย่างพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน
ต่างด้าว สายโลหิตและสิทธิ์เลือกตั้ง
เราอยู่ในยุคที่ไม่ได้รบราฆ่าฟันแย่งดินแดนก็จริงแต่รุกรานแก่งแย่งกันทางเศรษฐกิจ เรียกว่าปกป้องประเทศด้วยนโยบายต่างๆ นี่แหละ จุดขายที่ทุกพรรคสามารถเรียกคะแนนสร้างกระแสได้แต่เนิ่นๆ ได้อย่างแท้จริง ลองเอากฏต่างๆ มาชำแหละว่าข้อดีข้อเสียอย่างไร ไม่เอาเปรียบใครแต่ก็ไม่ปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบ
ที่สำคัญ แรงงานหลักอย่างพม่าซึ่งมักมีปัญหาฆาตกรรมสะเทือนขวัญมาตลอด(แม้แต่ลาวก็ฆ่าโหดได้เหมือนกัน ต่างด้าวอาจคิดว่าไม่ใช่คนชาติเดียวกันไม่ต้องเกรงใจกระมัง) กฎหมายต้องเข้มงวดโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างแรงงานเถื่อนมีแนวโน้มนำไปสู่อาชญากรรมได้ รวมทั้ง อาชีพสงวนและยกเว้นลองทบทวนดูใหม่ หรือแม้แต่สิทธิ์ต่างๆ อย่าโอ๋ให้ทัดเทียมกับคนในชาติ
สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือเรื่องที่ควรโฟกัสมิใช่กล่าวโทษการนำเสนอเรื่องราวเสียกรุงของละครอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ เรียกว่าดูละครแล้วย้อนดูตัวจริงๆ ก็คือ ปัจจุบันอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ไม่มีปัญหา
คำว่า 'สายโลหิต' ในมุมมองของเราซึ่งเคยดูแต่ฉบับรีรันปลายปี 59 หมายถึง ปกป้องแผ่นดินถึงขั้นต้องหลั่งเลือดก็ยอม และลูกหลานเหลนโหลนสายเลือดไทยด้วยกันต้องร่วมกันปกป้องสืบไปชาติจึงจะธำรงอยู่ได้ นี่แหละคือแก่นของละครที่ต้องการนำเสนอ ไม่ได้ให้เกลียดชังพม่าแต่ให้ตระหนักถึงการปกป้องชาติ นโยบายการเมืองที่เอื้อต่อต่างชาติจนไทยเสียเปรียบก็คล้ายกับคนทรยศชาติยุคเสียกรุงเช่นกัน ส่วนการรุกรานของพม่ามันคือเรื่องจริงจะบิดเบือนได้หรือ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ขอเป็นกำลังใจให้ 'สายโลหิต ๒๕๖๑' จากใจจริง คุณค่าอยู่เหนือกระแสและความนิยม(เรตติ้ง) เราคนนึงล่ะที่เล็งเห็นคุณค่าของละครเรื่องนี้และจะรอดูตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ(หลังจากพลาดดูไม่เต็มเรื่องเสียที)
แม้เหลือเพียงเสี้ยวชีวิต
สายโลหิต ... จักอยู่คู่ฟ้า
สิ้นชีพ ... ชื่อยั้งโลกา
ญาติกา ... จักสืบต่อไป