สวัสดีค่ะ ตอนนี้เรารู้สึกแย่มากๆเลยค่ะ
ตอนนี้เราอายุจะ 25 แล้วค่ะ แม่เรามีลูก 2 คนคือเรากับพี่ชายคนละพ่อ (แม่ทำกับเราอย่างนึงแต่ทำกับพี่ชายอีกอย่างนึง)
เราอาศัยอยู่กับยายตั้งแต่เด็กจนจบม.6 แล้วเราก็ได้เข้ามาอยู่กับแม่ที่กรุงเทพเพราะแม่บังคับให้มาเรียนที่นี่ และตั้งแต่ที่เราเข้ามาอยู่กับแม่เราก็ถูกบังคับมาโดยตลอด เรียกได้ว่าในทุกๆเรื่องเลยค่ะ ต่างจากพี่ชายเรามากที่อยากเรียนอะไรก็ได้เรียน อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากได้อะไรก็ได้ อะไรก็ตามที่พี่ชายอยากทำหรืออยากได้ แม่ให้ทำ แม่ซื้อให้เลยโดยที่ไม่ต้องจ่ายคืน แต่ถ้าเราอยากทำอะไรแม่จะไม่ให้ทำ อยากได้อะไรแม่จะซื้อให้ก่อนและจะให้เราจ่ายคืนทุกเดือนจนกว่าจะหมด ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นรถ โทรศัพท์ โน๊ตบุค และของทุกอย่างที่เรามีล้วนเป็นเงินของเราหมดเลย และของบางอย่างก็ไม่ซื้อให้โดยให้เหตุผลว่าเพิ่งซื้อ...ให้พี่ชายไป แล้วก็ไม่สนใจเราอีกเลยหลังจากขอ
พอมาถึงตอนทำงาน ทั้งพี่ชายและเราทำงานกับที่บ้านค่ะ พี่ชายเราไม่เคยให้เงินแม่เลยค่ะมีแต่ขอยืมด้วยซ้ำ พอมีแฟนพี่ชายก็แยกไปอยู่กับแฟน (พ่อกับแม่เราซื้อคอนโดอยู่ค่ะ และพี่ชายพาแฟนมาทำงานกับที่บ้านเลยเช่าห้องติดกันและทางบริษัทจ่ายค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเนตให้) และแน่นอนว่าไม่เคยดูแลแม่เลยไม่ว่าจะตอนที่อยู่ด้วยกันหรือแยกออกไปแล้ว
ส่วนเราเอง เราให้เงินแม่ ดูแลแม่ ทำทุกอย่างจริงๆค่ะ อยู่ในกรอบที่แม่วาดไว้ตลอด จนตอนนี้เราอายุจะ 25 แล้ว เรามีแฟนและขอแม่แยกออกมาอยู่บ้างเพราะจะเริ่มทำธุรกิจขายของกับแฟน ตอนแรกแม่ก็อนุญาตแต่พอข้ามวันก็เรียกแฟนไปคุยเพราะแม่รู้จุดอ่อนเราค่ะ ว่าจุดอ่อนของเราคือแฟนเรา แม่บอกว่าอยากให้กลับมานอนที่เดิม ซึ่งตอนที่แม่เรียกแฟนไปคุยนั่นเราได้ขนของออกไปหมดแล้ว เลยไม่เข้าใจว่าจะมาพูดให้เราดีใจทำไม ไม่อยากให้ออกก็บอกตอนนั้นเลยสิ ทำไมต้องรอให้เราขนของเสร็จถึงมาบอก
ที่เล่ามาคือรวมๆที่เราเจอค่ะ ถ้าจะเจาะลงไปคือ แม่เราเป็นคนทำให้ที่บ้านสบายเพราะแม่เรามาเจอพ่อเราซึ่งฐานะดีอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้าที่แม่จะมาเจอพ่อแม่ก็ทำงานมาเยอะนะคะ เลยได้เงินส่งให้ทางบ้าน และตั้งแต่นั้นมาทุกคนที่บ้านจะยกแม่ขึ้นสูงมาก เมื่อก่อนแม่เราไม่เป็นขนาดนี้ค่ะจนตอนนี้แม่เราเป็นขนาดที่ ใช้ให้เราทำทุกอย่าง จากห้องแม่ไปตู้เย็นเดินไม่ถึง 10 ก้าวแต่แม่ก็ไม่ทำค่ะ บอกว่าตัวเองป่วยนะแต่ก็นอนติดเตียงทั้งๆที่โรคที่แม่เป็นควรออกกำลังกาย ทำตัวเหมือนป่วยมากทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรเยอะขนาดนั้น และที่สำคัญคือแม่ไม่ทำตามที่หมอบอกเลยเพื่อรักษาตัวเอง เหมือนจะเอาคำว่า"ป่วย"เป็นตัวดึงเราไม่ให้ไปไหนได้ ต้องคอยอยู่ดูแล ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนเข้ามาช่วยเราดูแลหลายคนเลยค่ะ แต่ทุกคนก็ค่อยๆถอยห่างแล้วดีดตัวเองออกจากแม่ไปหมด ไม่มีใครอยู่กับแม่ได้เลยจริงๆค่ะ และคนปัจจุบันที่ช่วยเราดูแลแม่คือลูกพี่ลูกน้องเราค่ะ และแน่นอนว่าน้องเราก็เตรียมดีดออกแล้วโดยการไปสมัครเป็นทหาร ก่อนหน้านี้มันไม่เคยอยากเป็นเลยค่ะ เราคุยกับน้องแล้วมันบอกว่ามันอยู่ไม่ไหวจริงๆ และนี่เป็นทางเดียวที่มันจะได้ดีดตัวออกจากที่นี่
แม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งในทุกๆเรื่อง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเรากับน้องออกจากบ้านไปทำงานทุกวัน พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็อยากนอนพักอยู่ที่บ้าน แม่ที่อยู่บ้านเฉยๆในวันธรรมดาก็ลากเรากับน้องไปทะเล แม่บอกว่าแม่อยู่แต่ที่บ้านและอยากพาเรากับน้องไปเที่ยว คำว่าเที่ยวในที่นี้คือแม่เที่ยวแค่คนเดียวค่ะ เรากับน้องเหมือนไปเป็นคนรับใช้ให้แม่ ที่บ้านเลี้ยงหมาสองตัว พอไปเที่ยวทะเลเรากับน้องต้องคอยดูแลหมาคนละตัว ทั้งๆที่เรากับน้องไม่เคยอยากไปเลย แต่ถ้าบอกว่าไม่อยากไปแม่ก็บ่นและไม่พอใจเพราะออกไปเที่ยวจะหารทุกอย่าง เรากับน้องอยากเก็บเงินบ้าง ถ้าเป็นพี่ชายแม่ไม่เคยหารเลย แม่จ่ายเองหมด และพี่ชายไม่ต้องมาคอยดูแลหมาเหมือนที่เรากับน้องทำ
และแม่ทำร้ายจิตใจเราในหลายๆเรื่องจนก่อนหน้านี้เราคิดจะฆ่าตัวตายหลายรอบๆมากค่ะ แต่ตอนนั้นเราคิดแค่ว่ามีน้องหมาอยู่ เราต้องอยู่กับน้องเพราะน้องติดเรามาก จนมาเจอแฟนคนนี้ แฟนเราอายุเยอะกว่าเราค่ะและตอนแรกแฟนเราคอยพูดเหมือนคนรอบข้างเราว่า "เค้าเป็นแม่เรานะ ต้องไม่คิดแบบนั้นสิคะ" (เรากับแฟนเป็นผู้หญิงทั้งคู่ค่ะ) จนแฟนเราได้เข้ามาอยู่กับเราที่บ้านและเจอนิสัยแม่เข้าไป เค้าเห็นทุกอย่างที่แม่ทำกับเรา เค้ายังบอกเลยค่ะว่าสงสารเราเพราะเค้าเห็นครอบครัวอื่นมาเยอะ ไม่เคยเจอแม่คนไหนทำกับลูกแบบนี้ และความคิดที่จะหนีออกจากบ้านนี้มาจากเราเองค่ะ และเราได้ขอร้องแฟนว่าช่วยเข้าใจเราหน่อย และตอนนี้เราจะอดทนอยู่ที่บ้านจนถึงสิ้นปี ถ้าเราได้โบนัสแล้วเราจะออกจากบ้านไปสร้างครอบครัวใหม่กับแฟน ไปเริ่มต้นกันใหม่ โดยที่เราจะไม่ทิ้งแม่แน่นอนค่ะ เราจะยังส่งเงินให้แม่เหมือนเดิม เรายังเป็นห่วงแม่นะคะ แต่เรารู้นิสัยแม่ดีค่ะว่าที่ตรงนั้นจะไม่ใช่เราก็ได้ แม่แค่ต้องการให้มีใครสักคนอยู่ข้างๆแกคอยให้แกเรียกใช้ตลอดเวลา ถ้าเราออกมา ที่ตรงนั้นก็ต้องถูกแทนด้วยใครสักคนอยู่ดีค่ะ
สุดท้าย ตั้งแต่เด็กจนโต เราไม่เคยได้รับกอดจากแม่เลยค่ะ เราไม่เคยได้รับความรักจากแม่เลย ไม่เคยรู้สึกเลยว่าแม่รักเราจริงๆค่ะ ถ้าดูจากภายนอกจะรู้ว่าแม่มีลูกคนเดียวคือพี่ชาย ส่วนเราคือคนรับใช้ ขนาดพี่เราไม่สบายแม่เรายังดูแล แต่พอเราไม่สบายลุกไม่ขึ้น เรายังต้องรอให้ลุกไหวแล้วลากตัวเองไปซื้อยามากินเองเลยค่ะ ตอนนี้เราไม่ไหวกับสิ่งที่เจอแล้วจริงๆ มันมากเกินกว่าที่เราจะรับไหวแล้ว จริงๆเราอยากไปตั้งแต่วันนี้พรุ่งนี้เลย แต่เราต้องอดทนเพื่อรอเงินโบนัสเพื่อเอามาเป็นทุนค่ะ
เราอยากมาระบายค่ะ และเราได้วางแผนไว้หมดแล้ว เราจะแยกไปมีชีวิตของเราเองแต่เราก็ยังส่งเงินให้แม่อยู่เหมือนเดิมค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องที่เราอึดอัดมาโดยตลอด ขอบคุณค่ะ
แม่ทำเหมือนเราไม่ใช่ลูก จนตอนนี้เตรียมหนีออกจากบ้านแล้วค่ะ
ตอนนี้เราอายุจะ 25 แล้วค่ะ แม่เรามีลูก 2 คนคือเรากับพี่ชายคนละพ่อ (แม่ทำกับเราอย่างนึงแต่ทำกับพี่ชายอีกอย่างนึง)
เราอาศัยอยู่กับยายตั้งแต่เด็กจนจบม.6 แล้วเราก็ได้เข้ามาอยู่กับแม่ที่กรุงเทพเพราะแม่บังคับให้มาเรียนที่นี่ และตั้งแต่ที่เราเข้ามาอยู่กับแม่เราก็ถูกบังคับมาโดยตลอด เรียกได้ว่าในทุกๆเรื่องเลยค่ะ ต่างจากพี่ชายเรามากที่อยากเรียนอะไรก็ได้เรียน อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากได้อะไรก็ได้ อะไรก็ตามที่พี่ชายอยากทำหรืออยากได้ แม่ให้ทำ แม่ซื้อให้เลยโดยที่ไม่ต้องจ่ายคืน แต่ถ้าเราอยากทำอะไรแม่จะไม่ให้ทำ อยากได้อะไรแม่จะซื้อให้ก่อนและจะให้เราจ่ายคืนทุกเดือนจนกว่าจะหมด ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นรถ โทรศัพท์ โน๊ตบุค และของทุกอย่างที่เรามีล้วนเป็นเงินของเราหมดเลย และของบางอย่างก็ไม่ซื้อให้โดยให้เหตุผลว่าเพิ่งซื้อ...ให้พี่ชายไป แล้วก็ไม่สนใจเราอีกเลยหลังจากขอ
พอมาถึงตอนทำงาน ทั้งพี่ชายและเราทำงานกับที่บ้านค่ะ พี่ชายเราไม่เคยให้เงินแม่เลยค่ะมีแต่ขอยืมด้วยซ้ำ พอมีแฟนพี่ชายก็แยกไปอยู่กับแฟน (พ่อกับแม่เราซื้อคอนโดอยู่ค่ะ และพี่ชายพาแฟนมาทำงานกับที่บ้านเลยเช่าห้องติดกันและทางบริษัทจ่ายค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเนตให้) และแน่นอนว่าไม่เคยดูแลแม่เลยไม่ว่าจะตอนที่อยู่ด้วยกันหรือแยกออกไปแล้ว
ส่วนเราเอง เราให้เงินแม่ ดูแลแม่ ทำทุกอย่างจริงๆค่ะ อยู่ในกรอบที่แม่วาดไว้ตลอด จนตอนนี้เราอายุจะ 25 แล้ว เรามีแฟนและขอแม่แยกออกมาอยู่บ้างเพราะจะเริ่มทำธุรกิจขายของกับแฟน ตอนแรกแม่ก็อนุญาตแต่พอข้ามวันก็เรียกแฟนไปคุยเพราะแม่รู้จุดอ่อนเราค่ะ ว่าจุดอ่อนของเราคือแฟนเรา แม่บอกว่าอยากให้กลับมานอนที่เดิม ซึ่งตอนที่แม่เรียกแฟนไปคุยนั่นเราได้ขนของออกไปหมดแล้ว เลยไม่เข้าใจว่าจะมาพูดให้เราดีใจทำไม ไม่อยากให้ออกก็บอกตอนนั้นเลยสิ ทำไมต้องรอให้เราขนของเสร็จถึงมาบอก
ที่เล่ามาคือรวมๆที่เราเจอค่ะ ถ้าจะเจาะลงไปคือ แม่เราเป็นคนทำให้ที่บ้านสบายเพราะแม่เรามาเจอพ่อเราซึ่งฐานะดีอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้าที่แม่จะมาเจอพ่อแม่ก็ทำงานมาเยอะนะคะ เลยได้เงินส่งให้ทางบ้าน และตั้งแต่นั้นมาทุกคนที่บ้านจะยกแม่ขึ้นสูงมาก เมื่อก่อนแม่เราไม่เป็นขนาดนี้ค่ะจนตอนนี้แม่เราเป็นขนาดที่ ใช้ให้เราทำทุกอย่าง จากห้องแม่ไปตู้เย็นเดินไม่ถึง 10 ก้าวแต่แม่ก็ไม่ทำค่ะ บอกว่าตัวเองป่วยนะแต่ก็นอนติดเตียงทั้งๆที่โรคที่แม่เป็นควรออกกำลังกาย ทำตัวเหมือนป่วยมากทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรเยอะขนาดนั้น และที่สำคัญคือแม่ไม่ทำตามที่หมอบอกเลยเพื่อรักษาตัวเอง เหมือนจะเอาคำว่า"ป่วย"เป็นตัวดึงเราไม่ให้ไปไหนได้ ต้องคอยอยู่ดูแล ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนเข้ามาช่วยเราดูแลหลายคนเลยค่ะ แต่ทุกคนก็ค่อยๆถอยห่างแล้วดีดตัวเองออกจากแม่ไปหมด ไม่มีใครอยู่กับแม่ได้เลยจริงๆค่ะ และคนปัจจุบันที่ช่วยเราดูแลแม่คือลูกพี่ลูกน้องเราค่ะ และแน่นอนว่าน้องเราก็เตรียมดีดออกแล้วโดยการไปสมัครเป็นทหาร ก่อนหน้านี้มันไม่เคยอยากเป็นเลยค่ะ เราคุยกับน้องแล้วมันบอกว่ามันอยู่ไม่ไหวจริงๆ และนี่เป็นทางเดียวที่มันจะได้ดีดตัวออกจากที่นี่
แม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งในทุกๆเรื่อง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเรากับน้องออกจากบ้านไปทำงานทุกวัน พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็อยากนอนพักอยู่ที่บ้าน แม่ที่อยู่บ้านเฉยๆในวันธรรมดาก็ลากเรากับน้องไปทะเล แม่บอกว่าแม่อยู่แต่ที่บ้านและอยากพาเรากับน้องไปเที่ยว คำว่าเที่ยวในที่นี้คือแม่เที่ยวแค่คนเดียวค่ะ เรากับน้องเหมือนไปเป็นคนรับใช้ให้แม่ ที่บ้านเลี้ยงหมาสองตัว พอไปเที่ยวทะเลเรากับน้องต้องคอยดูแลหมาคนละตัว ทั้งๆที่เรากับน้องไม่เคยอยากไปเลย แต่ถ้าบอกว่าไม่อยากไปแม่ก็บ่นและไม่พอใจเพราะออกไปเที่ยวจะหารทุกอย่าง เรากับน้องอยากเก็บเงินบ้าง ถ้าเป็นพี่ชายแม่ไม่เคยหารเลย แม่จ่ายเองหมด และพี่ชายไม่ต้องมาคอยดูแลหมาเหมือนที่เรากับน้องทำ
และแม่ทำร้ายจิตใจเราในหลายๆเรื่องจนก่อนหน้านี้เราคิดจะฆ่าตัวตายหลายรอบๆมากค่ะ แต่ตอนนั้นเราคิดแค่ว่ามีน้องหมาอยู่ เราต้องอยู่กับน้องเพราะน้องติดเรามาก จนมาเจอแฟนคนนี้ แฟนเราอายุเยอะกว่าเราค่ะและตอนแรกแฟนเราคอยพูดเหมือนคนรอบข้างเราว่า "เค้าเป็นแม่เรานะ ต้องไม่คิดแบบนั้นสิคะ" (เรากับแฟนเป็นผู้หญิงทั้งคู่ค่ะ) จนแฟนเราได้เข้ามาอยู่กับเราที่บ้านและเจอนิสัยแม่เข้าไป เค้าเห็นทุกอย่างที่แม่ทำกับเรา เค้ายังบอกเลยค่ะว่าสงสารเราเพราะเค้าเห็นครอบครัวอื่นมาเยอะ ไม่เคยเจอแม่คนไหนทำกับลูกแบบนี้ และความคิดที่จะหนีออกจากบ้านนี้มาจากเราเองค่ะ และเราได้ขอร้องแฟนว่าช่วยเข้าใจเราหน่อย และตอนนี้เราจะอดทนอยู่ที่บ้านจนถึงสิ้นปี ถ้าเราได้โบนัสแล้วเราจะออกจากบ้านไปสร้างครอบครัวใหม่กับแฟน ไปเริ่มต้นกันใหม่ โดยที่เราจะไม่ทิ้งแม่แน่นอนค่ะ เราจะยังส่งเงินให้แม่เหมือนเดิม เรายังเป็นห่วงแม่นะคะ แต่เรารู้นิสัยแม่ดีค่ะว่าที่ตรงนั้นจะไม่ใช่เราก็ได้ แม่แค่ต้องการให้มีใครสักคนอยู่ข้างๆแกคอยให้แกเรียกใช้ตลอดเวลา ถ้าเราออกมา ที่ตรงนั้นก็ต้องถูกแทนด้วยใครสักคนอยู่ดีค่ะ
สุดท้าย ตั้งแต่เด็กจนโต เราไม่เคยได้รับกอดจากแม่เลยค่ะ เราไม่เคยได้รับความรักจากแม่เลย ไม่เคยรู้สึกเลยว่าแม่รักเราจริงๆค่ะ ถ้าดูจากภายนอกจะรู้ว่าแม่มีลูกคนเดียวคือพี่ชาย ส่วนเราคือคนรับใช้ ขนาดพี่เราไม่สบายแม่เรายังดูแล แต่พอเราไม่สบายลุกไม่ขึ้น เรายังต้องรอให้ลุกไหวแล้วลากตัวเองไปซื้อยามากินเองเลยค่ะ ตอนนี้เราไม่ไหวกับสิ่งที่เจอแล้วจริงๆ มันมากเกินกว่าที่เราจะรับไหวแล้ว จริงๆเราอยากไปตั้งแต่วันนี้พรุ่งนี้เลย แต่เราต้องอดทนเพื่อรอเงินโบนัสเพื่อเอามาเป็นทุนค่ะ
เราอยากมาระบายค่ะ และเราได้วางแผนไว้หมดแล้ว เราจะแยกไปมีชีวิตของเราเองแต่เราก็ยังส่งเงินให้แม่อยู่เหมือนเดิมค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องที่เราอึดอัดมาโดยตลอด ขอบคุณค่ะ