ขอถามครูบาจารย์หน่อยครับ เราจะต้องทำตัว"วางตัวยังไงกับเหตุการณ์แบบนี้ครับ คือว่านะครับ ตอนนี้ผมมาอยู่ในสถานที่ปฏิบัติธรรมเเห่งหนึ่ง ใกล้ๆหมู่บ้านที่ผมเกิด ก่อนหน้านี้ผมจะอยู่ตามสำนักครูบาจารย์เป็นส่วนใหญ่ ที่นี้ผมเป็นห่วงคุณแม่ผมครับเลยอยากมาอยู่ใกล้ๆบ้าน เพื่อจะได้ไปหากันได้สะดวก ไม่ต้องลำบากไปหาไกลๆเหมือนก่อนก่อน เห็นคุณแม่ทุลักทุเลไปหาแล้วเป็นห่วง บางแห่งที่ผมอยู่บางทีรถก็เข้าไม่ได้ครับ อยู่ในป่าในเขาไฟฟ้าไม่มี และปัญหาที่มีกับสถานที่ตรงนี้ตอนนี้ปัจจุบันนี้นะครับ คือ
1.ที่นี่เราอยู่กัน6คนครับ วัยรุ่นชายทั้งหมด แต่อีกคนนึง แก่สุด อายุ42ครับ และคนอายุ42นี่แหละครับที่ชวนผมมา ส่วนผมอายุ30ครับแต่ชั่วโมงบินในสายธรรม ผมเยอะสุดในสถานที่แห่งนี้
2.ผมชั่วโมงบินเยอะสุดก็จริงครับแต่ถูกจัดให้อยู่อับดับ3
3.ธรรมดาสถานปฏิบัติธรรมแบบนี้จะไม่กินข้าวเย็นนะครับ แต่ที่นี่ตอนค่ำๆหลังห้องผม คือว่าหลังห้องผมมันมีเตาแก๊สนะครับ พวกเลยพากันมาทำอาหารเย็นกินกันเป็นประจำโดยไม่ให้ความเกรงใจกันสักนิด เรียกได้ว่ากลิ่นนี้หอมอบอวน ยั่วยวนกิเลสมาก แต่ผมกับคนอายุ42ไม่ยุ่งนะครับ
4.ผมเบื่อที่จะเห็นพวกไปตกปลาในบ่อมาทุบหัวต้มครับ มันปาดตาปาดใจเกินไป
5.ถ้าผมไปบอกว่าไม่ควรทำอย่างนั้น ผมก็ต้องค่อยรับมือกับไฟโทสะที่จะเกิดขึ้น เพราะผมเคยถูกขู่ว่าจะเอามีดแทงจะเอาปืนยิงมาแล้วครับ
6.ประวัติของแต่ละคนที่นี่ไม่ธรรมดาครับ บางคนเคยฆ่าคนเคยติดคุก เคยค่ายาเสพติด "ธรรมดาผมเป็นคนไม่สนใจอดีตความผิดพลาดของคนนะครับ คนเรามีโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เสมอ
7.แต่พูดกันตรงๆเลยนะครับว่าที่นี่มีการค่ายาเสพติดและเสพยาเสพติดกันครับ มีแค่ผมกับคนอายุ42ครับที่ไม่ยุ่ง
8.หลายครั้งครับที่ ผมถูกจับตามอง ถูกแอบมอง ก็ไม่เข้าใจว่าจะระแวงอะไรในตัวผม ทั้งๆที่ ก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกันเลย คือต่างคนต่างอยู่ ล่าสุดมีคนนอกมาเตือนผมครับว่าระวังถูกคนยิงนะ คนที่มาเตือนก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งญาติของผมเองแหละครับ คือผมกับมันโตมาด้วยกันกินข้าวหม้อเดี๋ยวกันมา แต่มันมาเสียคนตอนโต ไปพัวพันกับยาเสพติด
9.ผมมาอยู่ที่นี่ไม่ถึง2เดือนถูกยืมเงินไปแล้ว4ครั้ง และยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการคืน
10.ทุกวัน ผมต้องค่อยรับมือกับอารมณ์ขึ้นๆลงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของคน คือบทจะดีก็ดีบทจะร้ายก็ร้าย (อาการแบบเขาเรียกว่าอะไรครับ)
11.มีการพูดเสี้ยมให้คนอายุ42กับผมระแวงกันครับ เช่นมาพูดกับผมถึงคนอายุ42อย่างนี้ พูดกับคนอายุ42ถึงผมอย่างนั้น
12.และตอนนี้คนอายุ42ก็หันมาระแวงในตัวผมจริงๆแล้วนะครับ แกจะค่อยพูดเสียดสีผมอยู่ตลอด ทั้งคำพูดและอากัปกิริยา
13.แต่ผมเข้าใจแกนะครับ พยายามพูดดีๆกับแก แต่เหมือนแกจะมีอคติกับผมอย่างมากมายไปเสียแล้วครับ บางทีเวลาแกเห็นผมรู้สึกเจ็บซ้ำในคำพูดที่แกปล่อยออกมา แกจะยิ้มมุมปาก
14.และตอนนี้คนที่ผมรู้สึกหนักใจสุดคือคนอายุ42นะครับ เพราะถ้าวัดปริมาณแล้วแกเป็นคนทำผมปวดหัวจิตตกได้มากที่สุดครับ คำพูดบางคำพูดของแกเหมือนไม่หยาบแต่มันทะลวงเข้าไปถึงทรวงในจริงๆ เข้าใจเลยครับว่าเวลาผู้ดีเขาว่ากันมันจี๊ดแค่ไหน ถึงจะพยายามใช้อุเปกขาวางใจเป็นกลางแค่ไหน แต่เชื่อไหมครับ ว่าคำพูดของคนมีปัญญา มันเป็นอะไรที่อยากนะครับที่อุเปกขาของคนธรรมดาอย่างผมจะทานไหว
15.นี่เป็นปัญหาแค่บางส่วนที่ผมเจอในช่วงเวลาที่ผมมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้นะครับ และแน่นอนครับผมยังไปไหนไม่ได้ ผมจึงขอให้ครูบาอาจารย์ช่วยแนะนำและอธิบายทีครับว่า จะมีวิธีการว่างตัวในสถานการณ์แบบนี้เช่นไรขอบคุณครับ
สิ่งไหนคือความถูกต้อง ความถูกผิดมันอยู่ตรงไหน ผิดไหมถ้าคิดจะ ปล่อยวาง
1.ที่นี่เราอยู่กัน6คนครับ วัยรุ่นชายทั้งหมด แต่อีกคนนึง แก่สุด อายุ42ครับ และคนอายุ42นี่แหละครับที่ชวนผมมา ส่วนผมอายุ30ครับแต่ชั่วโมงบินในสายธรรม ผมเยอะสุดในสถานที่แห่งนี้
2.ผมชั่วโมงบินเยอะสุดก็จริงครับแต่ถูกจัดให้อยู่อับดับ3
3.ธรรมดาสถานปฏิบัติธรรมแบบนี้จะไม่กินข้าวเย็นนะครับ แต่ที่นี่ตอนค่ำๆหลังห้องผม คือว่าหลังห้องผมมันมีเตาแก๊สนะครับ พวกเลยพากันมาทำอาหารเย็นกินกันเป็นประจำโดยไม่ให้ความเกรงใจกันสักนิด เรียกได้ว่ากลิ่นนี้หอมอบอวน ยั่วยวนกิเลสมาก แต่ผมกับคนอายุ42ไม่ยุ่งนะครับ
4.ผมเบื่อที่จะเห็นพวกไปตกปลาในบ่อมาทุบหัวต้มครับ มันปาดตาปาดใจเกินไป
5.ถ้าผมไปบอกว่าไม่ควรทำอย่างนั้น ผมก็ต้องค่อยรับมือกับไฟโทสะที่จะเกิดขึ้น เพราะผมเคยถูกขู่ว่าจะเอามีดแทงจะเอาปืนยิงมาแล้วครับ
6.ประวัติของแต่ละคนที่นี่ไม่ธรรมดาครับ บางคนเคยฆ่าคนเคยติดคุก เคยค่ายาเสพติด "ธรรมดาผมเป็นคนไม่สนใจอดีตความผิดพลาดของคนนะครับ คนเรามีโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เสมอ
7.แต่พูดกันตรงๆเลยนะครับว่าที่นี่มีการค่ายาเสพติดและเสพยาเสพติดกันครับ มีแค่ผมกับคนอายุ42ครับที่ไม่ยุ่ง
8.หลายครั้งครับที่ ผมถูกจับตามอง ถูกแอบมอง ก็ไม่เข้าใจว่าจะระแวงอะไรในตัวผม ทั้งๆที่ ก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกันเลย คือต่างคนต่างอยู่ ล่าสุดมีคนนอกมาเตือนผมครับว่าระวังถูกคนยิงนะ คนที่มาเตือนก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งญาติของผมเองแหละครับ คือผมกับมันโตมาด้วยกันกินข้าวหม้อเดี๋ยวกันมา แต่มันมาเสียคนตอนโต ไปพัวพันกับยาเสพติด
9.ผมมาอยู่ที่นี่ไม่ถึง2เดือนถูกยืมเงินไปแล้ว4ครั้ง และยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการคืน
10.ทุกวัน ผมต้องค่อยรับมือกับอารมณ์ขึ้นๆลงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของคน คือบทจะดีก็ดีบทจะร้ายก็ร้าย (อาการแบบเขาเรียกว่าอะไรครับ)
11.มีการพูดเสี้ยมให้คนอายุ42กับผมระแวงกันครับ เช่นมาพูดกับผมถึงคนอายุ42อย่างนี้ พูดกับคนอายุ42ถึงผมอย่างนั้น
12.และตอนนี้คนอายุ42ก็หันมาระแวงในตัวผมจริงๆแล้วนะครับ แกจะค่อยพูดเสียดสีผมอยู่ตลอด ทั้งคำพูดและอากัปกิริยา
13.แต่ผมเข้าใจแกนะครับ พยายามพูดดีๆกับแก แต่เหมือนแกจะมีอคติกับผมอย่างมากมายไปเสียแล้วครับ บางทีเวลาแกเห็นผมรู้สึกเจ็บซ้ำในคำพูดที่แกปล่อยออกมา แกจะยิ้มมุมปาก
14.และตอนนี้คนที่ผมรู้สึกหนักใจสุดคือคนอายุ42นะครับ เพราะถ้าวัดปริมาณแล้วแกเป็นคนทำผมปวดหัวจิตตกได้มากที่สุดครับ คำพูดบางคำพูดของแกเหมือนไม่หยาบแต่มันทะลวงเข้าไปถึงทรวงในจริงๆ เข้าใจเลยครับว่าเวลาผู้ดีเขาว่ากันมันจี๊ดแค่ไหน ถึงจะพยายามใช้อุเปกขาวางใจเป็นกลางแค่ไหน แต่เชื่อไหมครับ ว่าคำพูดของคนมีปัญญา มันเป็นอะไรที่อยากนะครับที่อุเปกขาของคนธรรมดาอย่างผมจะทานไหว
15.นี่เป็นปัญหาแค่บางส่วนที่ผมเจอในช่วงเวลาที่ผมมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้นะครับ และแน่นอนครับผมยังไปไหนไม่ได้ ผมจึงขอให้ครูบาอาจารย์ช่วยแนะนำและอธิบายทีครับว่า จะมีวิธีการว่างตัวในสถานการณ์แบบนี้เช่นไรขอบคุณครับ