ฉายาต่างๆที่นักข่าวหรือบุคคลทั่วไปตั้งให้นักการเมือง มันก็เปรียบได้ดั่งกระจกเงาที่สะท้อนเอกลักษณ์และตัวตนของนักการเมืองคนนั้น
หากกล้าพอที่จะยอมรับความจริงที่เขาสะท้อนให้มาในฉายา และมองตนเองย้อนไปในกระจกและพินิจพิจารณาตนเองด้วยสายตาคนภายนอก
จนเห็นจริงและพร้อมน้อมรับและเปลี่ยนแปลงตนเองให้หลุดจากฉายาที่ไม่ดี ก็จะเป็นประโยชน์แก่ตนเอง มิใช่ใครอื่น
อดีตมีนักการเมืองหนุ่ม หน้าตาดี ดีกรีนักเรียนนอก พูดจาดีมีหลักการ ยึดถือหลักประชาธิปไตยทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หนุ่มคนนี้
ต่างพากันคาดหวังว่า คนนี้แหละนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่จะมาแทนที่นักการเมืองรุ่นเก่าที่แสนโสโครก
อนาคตนายกรัฐมนตรีไทย ไม่หนีไปจากหนุ่มคนนี้แน่นอน
จากภาพที่สวยหรูดุจผ้าขาว บวกกับวาจาที่โดดเด่น ไม่ช้าก็ได้รับการผลักดันก้าวขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเก่าแก่
ที่เต็มไปด้วย เสือ สิงห์ กระทิง และแรด และได้นำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่ก็พ่ายแพ้…
แต่ด้วยวาสนาที่จะได้นั่งเก้าอี้ตำแหน่งนายกฯ พรรคที่ชนะการเลือกตั้งรวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาล ได้ถูกกลเกมส์การเมืองตัดสินยุบพรรค
ตำแหน่งนายกฯทีมีก็ว่างลง ส้มเลยมาหล่นที่ นักการเมืองหนุ่มแบบมีผ้าขาวปูมาให้แบบใสๆ
แม้จะมีวาสนาแต่ก็มีกรรมที่ติดตัวมาเช่นกัน อาจเพราะอายุยังน้อย หรืออาจเพราะด้อยบารมีในพรรค
การตัดสินใจอะไรที่มีหลักการ มันก็พาลจะปักไปบนขี้เลน โยกเยกโอนเอนอ่อนผ่อนตามสถานการณ์ที่เล็งเห็นว่าตัวเองและพรรคจะได้เปรียบ
จึงเป็นที่มาของฉายาว่า “หล่อหลักลอย”
ฉายาเดียวอาจไม่สามารถอธิบายฉายภาพความเป็นตัวตนที่แท้จริงของหนุ่มคนนี้ได้ไม่ เพราะตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมาในการพูดออกสื่อ
ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆทั้งในและนอกประเทศ ดูดีน่าเชื่อถือ หลักการแน่นเปี๊ยะ แต่การกระทำกลับตรงข้ามเสียทุกเรื่อง
เลยได้อีกหนึ่งฉายาว่า “ดีแต่พูด”
สองฉายาก็ใช่ว่าจะพอสำหรับพ่อหนุ่มน้อยคนนี้ (ตอนนี้หนุ่มน้อยลง) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองคนนี้
มิเคยมองถึงผลความผิดความชั่วที่ตัวเองเคยกระทำเลยสักครั้ง กับโยนผลความผิดต่างๆทั้งๆที่ตัวเป็นต้นเหตุแท้ๆ ผลักให้ผู้อื่นได้อย่างหน้าตาเฉย
จะว่าไม่รู้ประสีประสาจริงๆ หรือว่าแกล้งไม่รู้ หรือคิดว่า คนฟังกินหญ้า พูดไปใครก็เชื่อ
จึงได้ฉายาที่สาม “เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น”
เจริญรอยตามหัวหน้าพรรคคนเก่าคนที่คอยผลักดันและได้รับฉายาว่า “ช่างทาสี” เรียกว่าสายเลือดบุคคลพรรคนี้ เข้มข้น เชื้อไม่ทิ้งแถว…
ทั้งสามฉายา “หล่อหลักลอย” “ดีแต่พูด” และ “เอาดีใส่ตัวเอาชัวใส่คนอื่น” ที่คนนอกพากันส่องสะท้อนให้นักการเมืองคนนี้รับทราบ
แต่ดูเหมือนที่บ้านท่านคงมีแต่กระจกวิเศษ ท่านเลยมิสามารถมองเห็นรูปลักษณ์ อันอัปลักษณ์แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หนังหน้าหนาๆของท่าน
…บทความนี้ก็ทำได้เพียงสะท้อนและเป็นจอบเพื่อจะถากหนังหน้า แม้จะได้เพียงน้อยนิด แต่ขอได้สะกิดก็ยังดี…
—-ผลึกหิน—-
@@@ฉายาคือกระจกสะท้อน@@@ —-ผลึกหิน—-
หากกล้าพอที่จะยอมรับความจริงที่เขาสะท้อนให้มาในฉายา และมองตนเองย้อนไปในกระจกและพินิจพิจารณาตนเองด้วยสายตาคนภายนอก
จนเห็นจริงและพร้อมน้อมรับและเปลี่ยนแปลงตนเองให้หลุดจากฉายาที่ไม่ดี ก็จะเป็นประโยชน์แก่ตนเอง มิใช่ใครอื่น
อดีตมีนักการเมืองหนุ่ม หน้าตาดี ดีกรีนักเรียนนอก พูดจาดีมีหลักการ ยึดถือหลักประชาธิปไตยทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หนุ่มคนนี้
ต่างพากันคาดหวังว่า คนนี้แหละนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่จะมาแทนที่นักการเมืองรุ่นเก่าที่แสนโสโครก
อนาคตนายกรัฐมนตรีไทย ไม่หนีไปจากหนุ่มคนนี้แน่นอน
จากภาพที่สวยหรูดุจผ้าขาว บวกกับวาจาที่โดดเด่น ไม่ช้าก็ได้รับการผลักดันก้าวขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเก่าแก่
ที่เต็มไปด้วย เสือ สิงห์ กระทิง และแรด และได้นำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่ก็พ่ายแพ้…
แต่ด้วยวาสนาที่จะได้นั่งเก้าอี้ตำแหน่งนายกฯ พรรคที่ชนะการเลือกตั้งรวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาล ได้ถูกกลเกมส์การเมืองตัดสินยุบพรรค
ตำแหน่งนายกฯทีมีก็ว่างลง ส้มเลยมาหล่นที่ นักการเมืองหนุ่มแบบมีผ้าขาวปูมาให้แบบใสๆ
แม้จะมีวาสนาแต่ก็มีกรรมที่ติดตัวมาเช่นกัน อาจเพราะอายุยังน้อย หรืออาจเพราะด้อยบารมีในพรรค
การตัดสินใจอะไรที่มีหลักการ มันก็พาลจะปักไปบนขี้เลน โยกเยกโอนเอนอ่อนผ่อนตามสถานการณ์ที่เล็งเห็นว่าตัวเองและพรรคจะได้เปรียบ
จึงเป็นที่มาของฉายาว่า “หล่อหลักลอย”
ฉายาเดียวอาจไม่สามารถอธิบายฉายภาพความเป็นตัวตนที่แท้จริงของหนุ่มคนนี้ได้ไม่ เพราะตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมาในการพูดออกสื่อ
ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆทั้งในและนอกประเทศ ดูดีน่าเชื่อถือ หลักการแน่นเปี๊ยะ แต่การกระทำกลับตรงข้ามเสียทุกเรื่อง
เลยได้อีกหนึ่งฉายาว่า “ดีแต่พูด”
สองฉายาก็ใช่ว่าจะพอสำหรับพ่อหนุ่มน้อยคนนี้ (ตอนนี้หนุ่มน้อยลง) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองคนนี้
มิเคยมองถึงผลความผิดความชั่วที่ตัวเองเคยกระทำเลยสักครั้ง กับโยนผลความผิดต่างๆทั้งๆที่ตัวเป็นต้นเหตุแท้ๆ ผลักให้ผู้อื่นได้อย่างหน้าตาเฉย
จะว่าไม่รู้ประสีประสาจริงๆ หรือว่าแกล้งไม่รู้ หรือคิดว่า คนฟังกินหญ้า พูดไปใครก็เชื่อ
จึงได้ฉายาที่สาม “เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น”
เจริญรอยตามหัวหน้าพรรคคนเก่าคนที่คอยผลักดันและได้รับฉายาว่า “ช่างทาสี” เรียกว่าสายเลือดบุคคลพรรคนี้ เข้มข้น เชื้อไม่ทิ้งแถว…
ทั้งสามฉายา “หล่อหลักลอย” “ดีแต่พูด” และ “เอาดีใส่ตัวเอาชัวใส่คนอื่น” ที่คนนอกพากันส่องสะท้อนให้นักการเมืองคนนี้รับทราบ
แต่ดูเหมือนที่บ้านท่านคงมีแต่กระจกวิเศษ ท่านเลยมิสามารถมองเห็นรูปลักษณ์ อันอัปลักษณ์แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หนังหน้าหนาๆของท่าน
…บทความนี้ก็ทำได้เพียงสะท้อนและเป็นจอบเพื่อจะถากหนังหน้า แม้จะได้เพียงน้อยนิด แต่ขอได้สะกิดก็ยังดี…
—-ผลึกหิน—-