มีตราบาปกับเต่าค่ะ

ตอนช่วงปอสอง พ่อเราซื้อเต่าญี่ปุ่นที่แก้มแดงๆมาให้สองตัว เราตั้งชื่อมันว่า เอ็ดดี้ กับ หมีพูห์ ค่ะ เอ็ดดี้จะตัวใหญ่กว่าหมีพูมาก ดูกินเก่ง ขี้เล่น ซนๆ ส่วนหมีพูห์จะนิ่งๆ ไม่กินต่อหน้าเรา ชอบอยู่เฉยๆค่ะ

เราเลี้ยงมันมาตั้งแต่มันตัวเท่านิ้วก้อยจนตัวเท่าฝ่ามือ ระยะเวลาหลายปีที่เลี้ยงมันมาและเติบโตไปพร้อมกับมัน เรารักมันมากๆค่ะ
แต่พอมาวันนึง พ่อเราเป็นคนที่เวลาเมาแล้วชอบเอาเต่าออกไปเล่นตรงแถวๆหน้าประตูบ้านของภายในบ้านค่ะ คือไม่เชิงว่าเป็นนอกบ้านน่ะค่ะ เป็นบริเวณหน้าบ้านที่มีประตูกับกำแพงที่ช่องว่าง แถมยังมีของเต็มไปหมด ดูรกๆ ซึ่งเราก็ต้องคอยไปเก็บมันกลับมาในบ่อเหมือนเดิมตลอด แต่ก็มีบ้างที่พ่อเราจะเอาไปเก็บเอง แล้วพอวันนึงที่เราไปเรียนและพ่อก็เอาเต่าออกไปเล่นตามเดิม แต่ครั้งนั้นเราไปเรียนค่ะเลยไม่ทราบว่าพ่อเอาออกมาเล่น  สิ่งที่เกิดขึ้นคือพ่อไม่ได้เอาหมีพูห์กลับบ่อเพราะอะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ เราจำไม่ได้แล้ว และไม่มีใครบอกเราเลยว่าหมีพูห์หาย ซึ่งเย็นวันนั้นหลังกลับบ้านมา เรายอมรับค่ะว่าเราห่วงเล่นอย่างอื่นมากกว่าเลยไม่ได้ให้อาหารเต่า แล้วก็ไม่ได้สังเกตในบ่อเลยว่ามีเอ็ดดี้แค่ตัวเดียว พอเย็นวันต่อมาเราไปให้อาหารก็พบว่ามีเอ็ดดี้แค่ตัวเดียว แต่ตอนนั้นเราเป็นบ้าอะไรไม่รู้ถึงไม่กระวนกระวายมากที่ควร แค่ตกใจและไปถามอากงว่าหมีพูห์หายไปไหน ท่านก็บอกว่าหาไม่เจอ เราก็ไปตามหาแค่"แป๊ปเดียว"แล้วกลับเข้าบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ ไม่รู้ทำไม

หลังจากนั้นตอน 1 ทุ่ม (เราจำได้ฝังใจ) มีเสียงข่วนตรงประตูบ้านที่เป็นไม้ค่ะ
นึกภาพตามนะคะ ตรงหน้าประตูตรงนั้นมีโต๊ะคอมอยู่ เราเล่นคอมอยู่ตรงนั้น และเสียงข่วนเกิดขึ้นคือเพียงเอื้อมมือ
ตอนนั้นสิ่งที่เราคิดอย่างแรกเลยคือ หนู ค่ะ คิดว่าเป็นเสียงของหนูมาข่วน เราก็เลยเปิดปิดประตูเป็นเชิงไล่มัน สักพักก็ไปเปิดไฟแล้วชะโงกออกไปนิดหน่อย แต่ไม่เห็นอะไรค่ะ

จากนั้นพอเสียงเงียบไปประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง เราก็พึ่งรู้ตัวว่ามันเป็นเสียงของหมีพูห์ค่ะ เพราะเต่าเล็บยาว และเสียงที่เล็บนั้นก็เสียงเดียวกับหมีพูห์เลย
ตอนนั้นเรารีบดิ่งออกไปหามันหน้าบ้านเลยค่ะ หาทุกซอกทุกมุมแต่ไม่พบ หาจนโดนยุงกัดเต็มไปหมดแต่ก็ยังไม่เจอ

พอกลับเข้ามาในบ้านเรานั่งเล่นคอมต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอหมีพูห์หาย เอ็ดดี้ก็อยู่ตัวเดียวเหงาๆ อากงเราเลยแอบเอาเอ็ดดี้ไปให้ทางอีกบ้านนึงเลี้ยงค่ะ ทั้งที่ยังไม่ได้ถามเราเลยสักคำ เราบอกให้ท่านไปเอากลับมาก็บอกว่าจะทำแต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอผ่านมาหลายปี เราโตขึ้น เราก็คิดได้ค่ะ

ถ้าตอนนั้น ตอนที่หมีพูห์อดทนอยู่นอกบ้านมาหนึ่งวันเต็มๆ และหาทางมาจนถึงหน้าประตูบ้านได้เพื่อเรียกเรา ถ้าตอนนั้นเราสังเกตมันอีกสักนิด ถ้าเราใส่ใจมันมากกว่านี้ ถ้าเราไม่ห่วงเล่นมากจนเกินไป เราคงพามันกลับมาได้ มันคงไม่ต้องออกไปไหนไกลอย่างไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ค่ะว่าหมีพูห์จะเป็นยังไงต่อไป

และถ้าเราพาหมีพูห์กลับมาได้ เอ็ดดี้คงไม่ต้องจากเราไปไหนไกล เราคงยังได้เลี้ยงมันอยู่
ทั้งที่หมีพูห์อยู่ห้างกับเราเพียงเอื้อมมือแท้ๆ ถ้าตอนนั้นในใจเราคิดถึงมันบ้างเรื่องคงไม่จบแบบนี้

เรารู้สึกผิดที่เรารับชีวิตของมันมาแล้ว แต่กลับไม่ใส่ใจมันจนสุดท้ายเป็นแบบนี้
เราร้องไห้ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ และตอนที่พิมพ์อยู่นี้เราก็ร้องไห้ค่ะ
มันกลายเป็นตราบาปเหมือนแผลเหวอะหวะที่ไม่มีวันจางหายอยู่ในใจเราค่ะ
เป็นแผลที่ไม่ใช่แผลเป็น เพราะแผลไม่เป็นไม่เจ็บปวดอีกแล้ว
แต่แผลนี้จะเจ็บไปจนกว่าเราจะตายเลยล่ะค่ะ
และแผลนี้ทำให้เราไม่กล้าไปรับชีวิตของใครมาอีกแล้ว

เลยอยากรบกวนถามทุกคนว่าจะทำยังไงดี
เราไม่ได้ต้องการจะลบรอยแผลหรืออะไรค่ะ
แต่เราอยากทำให้ตัวเองกล้าที่จะรับชีวิตอื่นมาเลี้ยง เพราะตอนนี้ยังกลัวไม่หาย กลัวว่าเราจะทำลายชีวิตที่รับมา
รบกวนด้วยนะคะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่