แชร์ประสบการณ์มันส์ๆของมนุษย์เงินเดือน ฉบับ "ออฟฟิสวุ่นวาย เจ้านายเพี้ยนจัง"

ออฟฟิสวุ่นวาย เจ้านายเพี้ยนจัง

แด่ มนุษย์ออฟฟิสทุกชีวิต

บทความนี้ เขียนจากประสบการณ์จริงของมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง
บทสนทนาจริง ไม่มีสแตนอินหรือการแต่งเติม
เพื่อความบันเทิง เมามันส์ และขมขื่น ร่วมกัน
ที่สำคัญ เก็บดีๆ อย่าให้บอสเห็น ยังไม่อยากตกงาน

อ่านเอามันนะจ้ะ อย่าซีเรียสสสสสส



น้อง อ : พี่พีมาทำงานกับบอสที่นี่ได้ยังไง?
พี : (ย้อนคิดกลับไป.....จุดเริ่มต้น ก็เหมือนละคร) เรื่องมันยาวนะ อยากฟังจิงดิ?
น้อง อ : (พยักหน้าหงึกหงัก) อยากๆ


บทที่ 1
จุดเริ่มต้น (ภาคต้น)

พี : คือ ตอนแรก พีไปสมัครเรียนภาษาเกาหลีที่สถาบันสอนภาษาและศาสนาแห่งนึง ชอบเรียนภาษาไง ตอนนั้นแค่อยากรู้จักคนเกาหลีไว้ฝึกพูดคุย
น้อง อ : อ้อๆ
พี : อาจารย์โกที่สอนภาษาเกาหลีให้พี เค้าเอ็นดู เห็นว่าเราพูดได้ เลยอยากให้ไปเป็นเพื่อนกับภรรยาเค้า เพราะภรรยาเค้าก็เรียนภาษาไทยอยู่แต่ไม่มีเพื่อนคนไทย
น้อง : แล้วไงต่อ
พี : วันแรกที่ได้พบภรรยาของอาจารย์ก็ประทับใจนะ เค้าใจดีมาก วันเดียวกันก็ได้เจอกับคุณลุงเกาหลีอีกคนนึง เค้ามาด้วยกัน ตอนนั้นพีก็จำคุณลุงคนนั้นไม่ได้หรอก ลุงคุยเก่ง พูดภาษาไทยได้เป็นคำๆ แต่โม้แหลก พีก็จับใจความไม่ค่อยได้นะ เพราะเลเวลภาษาเกาหลีเราต่ำ รู้แต่ว่าแกบอกว่าลูกชายแกก็เกิดปีกระต่ายเหมือนพี
น้อง : ลุงเค้าเป็นใครน้าาาา
พี : ฟังไปก่อนๆ
น้อง : อะเคร
พี : ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พีเป็นฟรีแลนซ์ รับสอนเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษ อาจารย์ ภรรยาเค้า และลุงเกาหลีเลยจ้างให้พีไปสอนภาษาไทย แล้วเค้าก็สอนภาษาเกาหลีให้พี สนุกดี
น้อง : พี่พีเก็บตังเค้าป่ะ
พี : ไม่อยากได้นะ เพราะเราก็เรียนจากเค้าไง แต่อาจารย์พูดตลอดเลยว่ารับเถอะ เพราะลุงเกาหลีแกรวย 5555
น้อง : แก่ และ รวย!
พี : รู้จักกันได้ปีกว่าๆ ลุง เกาหลีก็ขอให้ไปช่วยสอนภรรยาแก ภรรยาแกอยากเรียนภาษาอังกฤษพอเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ ตอนนั้นเราก็พอมีเวลานะ เลยรับงานนี้
น้อง : พี่พีรับงานเยอะ แบบนี้ รวยเละ!
พี : เค้าจ่ายดีเลยแหละ ภรรยาคุณลุงดูเป็นคุณนายแต่ใจก็ดีเหมือนคุณลุงที่ชอบแต่งตัวเป็นอาแปะ สอนกันได้แค่ไม่กี่ครั้ง  แล้วเค้าก็เริ่ม ถามพีว่า....

พีวิ่งสอนพิเศษแบบนี้ ไม่เหนื่อยเหรอ? เห็นว่ามีนักเรียนเยอะ คงวิ่งหลายที่

ก็เหนื่อยค่ะ...แต่ก็สนุกและได้เงินดีด้วย
ดีกว่าตอนที่พีเคยทำงานออฟฟิสตอนเพิ่งจบใหม่ๆตั้งสองสามเท่าแหน่ะ (ความภูมิใจของเด็กจบใหม่อ่ะเนอะ)

คุณป้าเกาหลี บอกว่า ลูกๆของคุณป้ามีบริษัทเครื่องสำอางค์เกาหลีในไทย
ถามว่าพีรู้จักเครื่องสำอางค์ยี่ห้อ S มั้ย? (เอ่ออออ นึกว่านี่ยี่ห้ออาหาร)
แถมลูกชายกำลังหาคนมาช่วยงานอยู่  พีสนใจมั้ย?

บอกตรงๆเลยว่า "ไม่ค่ะ"
คุณป้าไม่ได้ถามเหตุผล แต่บอกว่าขอนัดให้ลูกสาวมาคุยด้วย พีจะคิดค่าชั่วโมงก็ได้
สุดท้ายก็มัดมือชก พาลูกสาวมาคุยกันพร้อมเลี้ยงข้าว

ลูกสาวคุณลุงคุณป้าสวย พูดภาษาไทยเก่ง เธอมีสามีเป็นคนไทย
เปิดบริษัทลูกครึ่งเกาหลี-ไทยอยู่ที่นี่มาราวๆ 6 ปีแล้ว มีร้านสาขามากมาย
น้องชายเธอกำลังจะเปิดธุรกิจใหม่ ต้องการผู้ช่วย
คุยกันจนอิ่มไป 1 มื้อ เห็นพีไม่ยอมใจอ่อน เลยบอกว่า "ลองไปเที่ยวเล่นที่ออฟฟิสดูเฉยๆก็ได้นะ"

ไม่คิด จะไปที่ออฟฟิสนี้หรอก ตอนนั้น...เหตุผลเรามีตั้งเยอะ
1. ไม่อยากเป็นพนักงานออฟฟิสอีกแล้ว (ทั้งๆที่เคยเป็นพนักงานออฟฟิสมาแค่ 2 เดือน)
2. ชอบเป็นติวเตอร์
3. ชอบอิสระ
4. ได้ตังเยอะกว่าอีก (เราจบ ป.ตรี เรทเงินออฟฟิสก็คงไม่เยอะกว่าแน่นอน)
5. อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองอ่ะ!! (Start-up กำลังมาแรงเลย)

ด้วยความเกรงใจคุณลุง-คุณป้า
ภรรยาของอาจารย์โกแนะนำว่า ตามธรรมเนียมเกาหลี
ถ้าเราจะปฏิเสธ ควรไปปฏิเสธต่อหน้า ไม่ควรคุยทางโทรศัพท์

ในที่สุดเมื่อตัดสินใจไป "ปฏิเสธงาน"
แล้วพีก็เจอ "ว่าที่บอส" กับเล่ห์เหลี่ยมระดับปรมาจารย์
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่