สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
เรามองมุมนี้มากกว่าค่ะ...
_ต้นปีที่แล้ว เขามา “ขอเลิก” เพราะคุณไม่เปิดตัวคบเขา
_เค้าให้ได้หนึ่งแสนทองห้าบาท ถ้าไม่ตกลง “เลิกกัน”
_ตอนนี้แฟน “ไม่ยอมคุย” กับเราแล้ว
เราว่า นิสัยจุดนี้ของแฟนคุณ ประเภท ยอมหักไม่ยอมงอ .. ท่าทางเหมือนไม่ง้อแบบนี้ (ทั้งๆที่ยังไม่ได้แต่งกันเลย)
จะสร้างปัญหาให้คุณมากกว่าเรื่องค่าสินสอดนี้มากเลยล่ะค่ะ
สินสอดที่พ่อคุณเรียกมานั้น
เรามองว่าท่านคงเรียก ลองใจ ความพยายามฝ่ายชายมากกว่า
เพราะเงินจำนวนนี้ ไม่ได้มากเลยค่ะ
ดูจากที่คุณเสนอจะช่วยออกนั้น ไม่ใช่การดูถูก แต่เป็นการช่วยกันแก้ปัญหา แฟนคุณกลับมองเป็นอย่างอื่น
และยืนกรานจะเอาตามใจ ถ้าไม่ได้ ก็ เลิก !
ถ้าในทางกลับกัน เขาไม่ยอมให้คุณช่วยจ่าย อ้างว่าดูถูกกัน
แต่เขาจะยืดเวลาแต่งออกไป เก็บหอมรอมริบจนได้มา แก้ปัญหาแบบนี้ มันดูมีความทรนงที่น่าปลื้มอยู่เหมือนกัน
แต่ทางที่ดีที่สุด จะมาขอลูกสาวเขา ก็ควรกล้าพูดคุยกับพ่อของคุณ
แสดงให้ท่านเห็นความจริงใจเสียก่อน เงินไม่พอ ก็กล้าพูดกล้าขอตรงๆ และมีแนวทางให้ท่านเห็นชัดๆว่า
จะรักและดูแลลูกสาวของท่าน อย่าง “เห็นคุณค่า”
การยื่นคำขาด คำก็เลิก สองคำ ก็เลิก ไม่ควรมีในคนที่กำลังจะแต่งงานกัน
คือไม่ต้องเชื่อเรานักหรอกค่ะ
เราแค่มีอคติ กับ คนที่ทำท่าไม่แคร์กัน
สมมติ ถ้าคุณเป็นน้องสาวเรา เราคงไม่ปล่อยให้คุณไปเป็นเบี้ยล่างของใคร
หรือรีบแต่งงานกับคนที่ไม่เห็นค่าของคุณเท่ากับที่คนในครอบครัวเห็น
สมมติแฟนคุณ เป็นน้องชายเรา เรานี่แหละจะพาเขาเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ฝ่ายคุณ
บอกถึงความพยายาม (อย่างสุดความสามารถ) ที่จะสร้างครอบครัวกับคุณ
_ต้นปีที่แล้ว เขามา “ขอเลิก” เพราะคุณไม่เปิดตัวคบเขา
_เค้าให้ได้หนึ่งแสนทองห้าบาท ถ้าไม่ตกลง “เลิกกัน”
_ตอนนี้แฟน “ไม่ยอมคุย” กับเราแล้ว
เราว่า นิสัยจุดนี้ของแฟนคุณ ประเภท ยอมหักไม่ยอมงอ .. ท่าทางเหมือนไม่ง้อแบบนี้ (ทั้งๆที่ยังไม่ได้แต่งกันเลย)
จะสร้างปัญหาให้คุณมากกว่าเรื่องค่าสินสอดนี้มากเลยล่ะค่ะ
สินสอดที่พ่อคุณเรียกมานั้น
เรามองว่าท่านคงเรียก ลองใจ ความพยายามฝ่ายชายมากกว่า
เพราะเงินจำนวนนี้ ไม่ได้มากเลยค่ะ
ดูจากที่คุณเสนอจะช่วยออกนั้น ไม่ใช่การดูถูก แต่เป็นการช่วยกันแก้ปัญหา แฟนคุณกลับมองเป็นอย่างอื่น
และยืนกรานจะเอาตามใจ ถ้าไม่ได้ ก็ เลิก !
ถ้าในทางกลับกัน เขาไม่ยอมให้คุณช่วยจ่าย อ้างว่าดูถูกกัน
แต่เขาจะยืดเวลาแต่งออกไป เก็บหอมรอมริบจนได้มา แก้ปัญหาแบบนี้ มันดูมีความทรนงที่น่าปลื้มอยู่เหมือนกัน
แต่ทางที่ดีที่สุด จะมาขอลูกสาวเขา ก็ควรกล้าพูดคุยกับพ่อของคุณ
แสดงให้ท่านเห็นความจริงใจเสียก่อน เงินไม่พอ ก็กล้าพูดกล้าขอตรงๆ และมีแนวทางให้ท่านเห็นชัดๆว่า
จะรักและดูแลลูกสาวของท่าน อย่าง “เห็นคุณค่า”
การยื่นคำขาด คำก็เลิก สองคำ ก็เลิก ไม่ควรมีในคนที่กำลังจะแต่งงานกัน
คือไม่ต้องเชื่อเรานักหรอกค่ะ
เราแค่มีอคติ กับ คนที่ทำท่าไม่แคร์กัน
สมมติ ถ้าคุณเป็นน้องสาวเรา เราคงไม่ปล่อยให้คุณไปเป็นเบี้ยล่างของใคร
หรือรีบแต่งงานกับคนที่ไม่เห็นค่าของคุณเท่ากับที่คนในครอบครัวเห็น
สมมติแฟนคุณ เป็นน้องชายเรา เรานี่แหละจะพาเขาเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ฝ่ายคุณ
บอกถึงความพยายาม (อย่างสุดความสามารถ) ที่จะสร้างครอบครัวกับคุณ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เลิกกับแฟนเพราะเรื่องสินสอด
พอเปิดตัวสักพักเราก็เริ่มคุยเรื่องแต่งงาน ว่าจะแต่งประมาณ ต.ค.ปีนี้ แฟนเราเค้าก็มีทีท่าว่าจะให้พ่อแม่เค้ามาสู่ขอเรา เราเลยถามพ่อเราว่าจะเรียกสินสอดเท่าไร แฟนเราจะได้มีเวลาเตรียมตัว พ่อเราเรียกเงิน2แสน ทอง10บาท (พ่อเราไม่ชอบแฟนเรา แต่เห็นว่าเรารักเลยยอมให้แต่ง) พอเรามาคุยกับแฟน เค้าบอกว่าเค้าให้ได้แค่เงิน1แสน ทอง5บาท ถ้าไม่ตกลงตามนี้ก็คงต้องเลิกกัน
เราพยายามเจรจา ให้เค้าเข้ามาคุยกับพ่อ ขอลดค่าสินสอด หรือขอเวลาเก็บเงินไหม เราคบเค้าคนเดียวเรารอได้อยู่แล้ว เค้าก็ไม่ยอม ยืนกรานอย่างเดียวต้องตกลงที่เงิน1แสน ทอง5บาท (แม้เราเสนอจะช่วยออกค่าสินสอด เค้าก็ว่าเราไปดูถูกเค้า) ที่เราติดใจก็คือ เค้าไม่เข้าหาพ่อเราเลย ไม่แสดงออกเลยว่าอยากอยู่กับเรา
อยากถามความคิดเห็นเพื่อนๆนะคะ
1.สินสอด2แสน ทอง10บาท มากไปหรือเปล่าคะ เราอายุ33 ปี อาชีพรับราชการ เรียนจบ ป.โท
2.เงิน2แสน ทอง10บาท สำหรับแฟนอายุเท่ากัน รายได้ประมาณ25,000บาทต่อเดือน มันจะเกินความสามารถที่เค้าจะเก็บได้ไหมคะ (ถ้าเค้ามาคุยกับพ่อ พ่อก็คงลดให้ได้) ไม่ได้เช่าบ้าน มีภาระแค่ผ่อนรถ
3.เราเสนอช่วยออกค่าสินสอด มันเป็นการดูถูกเค้าหรอคะ (จิงๆแล้วฝ่ายหญิงจะเสียเปรียบหรือเปล่าคะ เหมือนเอาเงินมาขอตัวเอง)
4.ตอนนี้แฟนเราไม่ยอมคุยกับเราแล้ว เราควรจะหาโอกาสคุยกับเค้าอีกรอบ หรือจะตัดใจดีคะ (ยังรักเค้ามาก และอยากสร้างครอบครัวกับเค้า)