ทำดีกับคนอื่นยกเว้นเราเพื่อนแบบนี้เขามีความจริงใจและยังน่าคบหาอยู่ไหมครับถ้าเป็นท่านๆควรทำอย่างไรครับ

ผมเรียนปวส.เรียนได้สองปีล่ะครับ นี้ก็เทรมสุดท้ายแล้ว
คือเรื่องมีอยู่ว่า ผมจะต้องเดินทางเข้าไปเรียนในเมืองทุกวันเสาร์อาทิตย์ ระยะทางไปโรงเรียนทั้งไปกลับประมาณ100กิโล ผมขับรถยนต์ไปเรียนเพราะต้องทำงานและเรียนไปด้วย  พอดีมีเพื่อนคนหนึ่งรู้จักกันตอนไปปฐมนิเทศอยู่คนล่ะอำเภอ บ้านผมเป็นทางผ่านไปโรงเรียน คือเพื่อนคนนี้บางวันจะขอติดรถผมไปโรงเรียนด้วย แรกๆก็ไม่มีปัญหาอะไรเขาเป็นคนดี ณตอนนั้น แต่หลังๆมานี้จะขอติดรถไปด้วยทุกอาทิตย์ เราเริ่มสนิทกันเพราะต้องเดินทางไปเรียนด้วยกัน พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ พูดหยอกล้อเล่นกันได้ผมไม่ถือ แต่ผมจะเป็นคนระวังคำพูดกลัวจะกระทบกระทั่งกัน แต่คำพูดมันไม่เคยแคร์เราทำดีด้วยยิ่งทำไม่ดีใส่เราทั้งคำพูด การกระทำ ผมไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนคนอื่น เพื่อนคนนี้โดยเฉพาะเวลามีปัญหาหรือแก้ปัญหาไม่ได้ชอบเหวี่ยง  ใส่ผมตลอดทั้งเรื่องเรียนยันเรื่องส่วนตัว ทั้งที่ต้องติดรถผมไปเรียนทุกอาทิตย์ คำพูดคำจาชวนให้อารมณ์เสียตลอดเวลาในช่วงเวลาเดินทางไปด้วยกัน ทั้งที่ค่าน้ำมันก็ช่วยผมคนล่ะครึ่งกับผม ออกบางไม่ออกบ้าง ซึ้งผมไม่เคยขอว่าต้องช่วยผมเติมเพราะผมถือว่าแล้วแต่น้ำใจ และอีกอย่างบ้านผมก็เป็นทางผ่านกลับบ้านมันพอดี เพราะบ้านมันไกล ผมจึงสงสารและให้นั่งรถไปเรียนด้วยกันจะได้มีเพื่อนคุย แต่หลังๆมานี้ ผมเริ่มรับรู้นิสัยของเขาที่ผมรู้สึกว่าแย่โดยเฉพาะเรื่องเอาใจตัวเอง"ผมเคยคุยกับเขาตรงๆว่าให้เปลี่ยนนิสัยแย่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองบ้าง เขาก็โกรธแต่พออารมณ์เย็นลงก็โทรมาขอโทษบอกจะปรับตัว ผมก็ให้อภัย  แต่ก็ทำได้ไม่เกินอาทิตย์ อาทิตย์ถัดมาก็เหมือนเดิม เขาชอบบ่นเรื่องเบื่อพ่อเกลียดพ่อไม่เคยกินข้าวไม่เคยพูดคุยด้วยไม่เคยร่วมวงกินข้าวกับครอบครัวอยู่บ้าน ชอบกินข้าวกับคนข้างบ้าน ที่ไม่ใช่ครอบครัวมัน หรือกินคนเดียว(ผมก็แปลกใจที่ได้ยินตอนแรก) และชอบบอกว่าตัวเองเป็นคนดีไปอยู่ที่ไหนมีแต่คนรักคนชอบ (อันนี้น่าจะจริงอยู่เพราะมันเลียเก่งพูดเอาใจผู้ใหญเก่ง กว่าผมเพราะผมจะเป็นคนนิ่งๆไม่ชอบพูดมาก) มันชอบเล่าเรื่องตัวเองและครอบครัวตัวเองให้ฟังตั้งแต่ทวดจนถึงหลานคนสุดท้องของน้องมันให้ฟังชอบพูดว่ามีแต่คนมาหลงรักมันเบื่อผู้หญิงกูจะไม่ใช้ซิมโทรศัพท์เพราะกลัวผู้หญิงโทรมาคืนดี  ทั้งที่ตรงกันข้ามกับหน้าตามันมาก ผมก็ได้แต่อืมๆ  แต่ไม่เคยถามไถ่ผมเลย พอผมจะพูดเรื่องของผมบ้างก็ตัดบทตลอด ซึ่งผมยอมรับว่าอึดอัดมากครับพูดแต่เรื่องเดิมของตัวเองทุกอาทิตย์ที่เจอกัน พูดตั้งแต่เริ่มเดินทางจนถึงโรงเรียน 40กว่าโลใช้เวลาเกือบชั่วโมง บางวันผมเบื่อ ผมเปิดเพลงมันก็ลดเสียงเพลงลงมันจะพูดเล่าเรื่องชีวิตและประสบการณ์ของมัน จนผมจำได้และคาดการได้ว่ามันจะพูดเรื่องอะไร พูดไม่หยุดทั้งขากลับอีก ตอนแรกผมคิดว่าผมต้องทนให้ได้เพราะคนร้อยพ่อพันแม่มีทุกรูปแบบ คิดบวกไว้ มันอาจไว้ใจเชื่อใจเราหรือมีปมด้อยอะไรบ้างอย่าง แต่ทนมาเป็นเวลา2ปี คือมันอึดอัดมากครับพอสนิทกันมากขึ้นนิสัยขี้เหวี่ยงเริ่มออกให้เห็นบ่อยๆ โดยเฉพาะเอาอารมณ์มาลงใส่ผม เวลาเครียดและโมโหควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ ชอบพูดอวดรวย ว่ารถที่บ้านมีหลายคันแต่ไม่ขี่ "กูเบื่อพวกที่ชอบขับรถยนต์แล้วต้องมาเป็นหนี้เบื่อพวกชอบเป็นหนี้คนที่มีภาระต้องดิ้นรนอยู่แบบกูสบายกว่า" ทั้งที่ต้องอาศัยรถผมไปเรียนทุกอาทิตย์ ผมบอก"คนที่เป็นหนี้ได้ก็ต้องมีเครดิตและมีหลักประกันไม่ได้เอาหนี้มาฟรีๆนะ" มันบอกแล้วแต่มันจะขัดผมตลอดเวลา แล้วอาทิตย์ไหนที่ผมไม่ไปวิลัยมันก็ลาไม่ไปเรียนเหมือนกันเพราะไม่อยากขับมอเตอร์ไซคไป ทั้งเรื่องเรียนก็ไม่เข้าใจอะไรสักเรื่องจะคอยมาลอกผมตลอดผมก็ให้ลอก มีอะไรไม่เข้าใจให้ถามได้ บางเรื่องทำไม่ได้ผมช่วยทำตลอด เพราะเพื่อนคนอื่นเขาจะไม่ช่วยไม่บอกเพราะมันเป็นคนเข้าใจอะไรยาก เพื่อนบอกว่ามันโง่ก็น่าจะโง่จริงขนาดพิมพ์งานเสร็จแล้วยังลืมบันทึกเลยครับ และยังไม่ใส่ใจเรียนอีก ผมเลยสงสาร มันมีเรื่องอะไรชอบมาระบายให้ผมฟัง บางครั้งก็เล่าเรื่องน้อยอกน้อยใจคนในครอบครัวสารพัดเรื่องน่าสงสาร ผมก็เคยผ่านจุดนั้นมาเหมือนกันผมก็สงสาร  ล่าสุดไปฝึกงานที่เดียวกันกับผมเพราะมันไม่ยอมไปคนเดียวทั้งที่บ้านผมกับบ้านมันก็ไม่ได้ไปเส้นทางเดียวกัน มันก็ยังขี่รถมารอผมทุกเช้าเพื่อรอไปกับผม ผมบอกว่าไม่ต้องมาชวนไปเจอกันทีฝึกงานเลย ก็ไม่ยอม ก็อ้างว่าถ้าทำอะไรไม่เป็นจะได้มีคนปรึกษาช่วยเหลือกันได้ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลยครับ พอเริ่มฝึกงานพี่เลี้ยงหมอบหมายงานให้ทำคนล่ะงาน มันทำไม่ได้(ตอนเรียนไม่ค่อยใส่ใจเล่นแต่เฟสกับดูยูทูปลืมบอกไปพวกผมเรียนคอมธุระกิจ) ผมช่วยบอกวิธีทำ มันก็ไม่ใส่ใจอะไรเลย ทั้งที่มันรู้ว่ามันทำผิดก็ทำไปไม่คิดจะแก้ไข จนค่ำไก้ลเวลาเลิกงาน แต่มันทำไม่เสร็จ เสียหัวสิครับทีนี้เหวี่ยงใส่ผมเพราะผมทำเสร็จก่อน ไม่ปิดคอมกระชากปลั๊กไฟแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานจนพี่เลี้ยงถาม พอขึ้นรถตอนเดินทางกลับ ผมบอกเพื่อนว่า"ทำไมนายไม่ทำอย่างที่เราบอกไปจะได้ไม่สับสนเพราะงานเกี่ยวกับเอกสารมันเยอะ " คำพูดก็สวนกับมาทันที "จะทำอะไรก็แล้วแต่มันเรื่องของกู" ผมนี้อารมณ์แบบโมโหคับเพราะความหวังดีของเรา เคยคิดว่าจะไม่คบล่ะทางใครทางมัน แต่ก็กลัวมันจะเรียนไม่จบเพราะเพื่อนส่วนมากจะไม่คบถ้ามีงานกลุ่มมันจะเป็นตัวเลือกสุดท้าย ของห้องและอีกอย่าง ที่ผมคิดว่าเขาไม่จริงใจคือ ตอนมาบ้านผมครั้งแรกมารอที่บ้านผมเพราะมารอติดรถผมไปเรียนเจอแม่ผมครั้งแรกไม่เคยยกมือสวัสดี แม่เคยบอกว่าทำไมเพื่อนไม่มีมารยาทเลยไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เห็นกันครั้งแรกรู้ว่าเป็นแม่ยังเฉย แต่ผมสังเกตุเวลาถึงโรงเรียน มันยกมือไหว้ตั้งแต่ศาลพระภูมิ ยันยามและภารโรง มารยาทดีมาก ตลอดระยะเวลาที่เรียนด้วยกันเพื่อนคนนี้มักจะเอาของไปฝากผู้ใหญ่และเพื่อนในห้อง มีทั้งลำใยแก้วมังกร  มะนาวกระสอบใหญ่ มาฝากที่โรงเรียนทุกอาทิต เอาใส่รถผมมาแต่ไม่เคยคิดจะถามหรือเอามาฝากที่บ้านผมเลย ที่บ้านก็ไม่เคยอยากได้อะไรหรอกครับ แต่เขาไม่เคยถามไม่เคยแคร์ครอบครัวผมเลยทั้งที่มาอาศัยผมไปเรียนทุกอาทิต ยังใช้ให้พ่อผมหากล่องมาใส่ของฝากเพื่อจะไปฝากคนอื่น ผมต้องช่วยเขาแบกกล่องขึ้นรถผม ทุกอาทิตเพื่อเอาไปฝากเพื่อนๆแบบแบ่งให้เท่าๆกัน แต่ไม่เคยคิดจะฝากอะไรผมเลย ทั้งที่มาบ้านผมไม่เคยเกรงใจอะไรเลยอยากกินอะไรในตู้ก็กิน เอาผ้ามารีดที่บ้านผมก่อนไปเรียนไม่เคยมีใครว่า เงินไม่มีไปเรียนผมมี ผมก็ให้ยืมบางช่วยๆกันไป ไม่มีเงินกินข้าวผมเลี้ยงบ้าง เพราะสงสารมันทะเราะกับพ่อบ่อย ผมเลยอยากถามครับว่าผมต้องทนกับความอึดอัดนี้อีกต่อไปไหม หรือเลิกคบไปเลยไปโรงเรียนคนเดียวสบายใจกว่าทุกวันนี้ เหมือนผมต้องมีหน้าที่มีน้ำใจสำหรับเขาในทุกๆวัน ถ้าทำแบบนี้ผมจะดูใจดำใจแคบไหม
นี้เป็นครั้งแรกที่สมัครพันทิปเข้ามาถามและเป็นกระทู้แรกไม่รู้จะถามห้องไหนผิดพลาดอะไรก็ขออภัยด้วยครับขอบคุณที่อ่านและหวังว่าจะได้ตำตอบครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่