สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
ปกติแล้ว ไอดอลเนี่ยชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า ผู้เป็นที่รัก ผู้ที่ถูกชื่นชมไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหนๆ แต่จุดมุ่งหมายหลักมันมีอยู่เท่านี้ ดังนั้นพวกบริษัทหรือค่ายเพลงต่างๆ เขาก็จะสร้างภาพลักษณ์มาส่วนนึง ผสมกับตัวจริง คาแรกเตอร์นั้นเข้าไปด้วย ซึ่งแน่นอนมาแล้วว่า มันต้องขายได้ ไม่รวมถึงบางค่ายที่เก่งการตลาดมากๆ จะอัพเกรดสเต็ปขึ้นไปอีกหลายขั้น ปรับบุคลิก นิสัย หน้าตา จนทำแฟนๆ หลงหัวปักหัวปำ คำว่าหากิน หาเงินกับแฟนคลับ หรือความรู้สึกของแฟนคลับก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริง เพราะก็หากินจริงๆ แล้วคนที่มาชอบไอดอลก็ไม่ได้มีแต่คนอายุเยอะที่จะมาเข้าใจอะไรมากมาย และส่วนใหญ่ทารเก็ตของบริษัททั่วไปก็เน้นไปที่เด็กอายุน้อย เพราะเชื่อง่าย รักง่าย เต็มไปด้วยอารมณ์และที่สำคัญจ่ายเงินง่าย พวกอายุเยอะ นี่คิดมากก่อนจ่ายอยู่ บริษัทไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ 55555 เว้นแต่จะเป็นขาเปย์ จ่ายหนัก
และไอดอลที่สร้างมาจากบริษัทที่เพิ่งเดบิว หลายคนก็ไม่ได้โตไปกว่ากันมากน้อย บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าหน้าที่ของไอดอลที่เพิ่งจะเดบิวควรทำอะไร หรือรักษาน้ำใจของฐานแฟนคลับมากน้อยแค่ไหนด้วยซ้ำ เพราะได้มาง่ายแต่ลืมคิดไปว่ามันก็ไปง่ายดั่งสายลมเหมือนกันในยุคนี้ แม้แต่ไอดอลที่อายุมากหลายคนก็ต้องไม่ลืมเหมือนกันค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มันไม่ได้ผูกขาดแค่ไอดอลเพียงกลุ่มใหญ่ไม่กี่กลุ่มอีกแล้ว อาชีพนี้อายุงานมันไม่เยอะ ผูกกับหน้าตา ชื่อเสียงล้วนๆ ทำได้ไม่เกินยี่สิบปี คนก็ลืมหมดแล้ว เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่รู้จัก
ฐานแฟนคลับเป็นสิ่งสำคัญมากตอนนี้ เพราะพวกนี้เป็นโลยัลตี้แฟนที่มั่นคง พร้อมจ่าย พร้อมทุ่มเท แต่ก็นั่นล่ะมันไม่ได้คัดกรองคุณภาพของแฟนคลับมาด้วย ถ้าจะวัดผลเพียงแค่ผลประกอบการ และแน่นอนบริษัทส่วนใหญ่ก็สนใจแค่เงินมาก่อนอยู่แล้ว เล่นไปสร้างฝัน โรยยาหอมเข้าไปก็ยิ่งเพิ่มความหวังให้แฟนคลับด้วย เรื่องนี้โทษแค่แฟนคลับไม่ได้ ต้องไปไล่ตั้งแต่คนสร้าง คนลงทุนอย่างบริษัทก่อนเลยเพราะคุณสร้างไอดอล มาเพื่อธุรกิจของคุณนั่นล่ะ แฟนคลับก็เป็นอีกส่วนที่คุณสร้างมาเช่นเดียวกับไอดอลเหมือนกัน วงการไอดอลเกาหลีคือทำตัวเด็กเป็นสินค้าจริงๆ นะ ล่าสุด วีดีโออะไรของเอ็มเน็ตนั่นน่ะ จ่ายเงินพิเศษแล้วได้ดู ไม่ได้แจ้งไอดอลก่อน คือทุกเรื่องราวของชีวิต แม้แต่วีไลฟ์ ออกสื่อมันเป็นเงินหมด คือก็ไม่แปลกที่แฟนๆ ส่วนนึง จะคิดว่าเรื่องส่วนตัวของไอดอล จะใช้ไว้ขาย หรือกลายเป็นเรื่องของตัวเองด้วย อินไปกับสตอรี่ของไอดอลคนนั้นมากๆ
จนไม่มีพื้นที่ส่วนตัวจริงอย่างแท้จริง
อย่าง พวกแฟนไซด์ที่ตามถ่าย โอเค คุณอาจไม่ได้ไปซาแซงเอง แต่ก็เซฟรูป เก็บรูปตาม ใช่ไหม นั่นล่ะ ดีมานด์ ซัพพลายแบบไม่รู้ตัว และเป็นการสนับสนุนอย่างไม่ตั้งใจ เพราะมีการซื้อ ฟตบ ตามเก็บ ชื่นชมเพราะตัวเองก็อยากเห็นรูปสวยๆ ใช่ไหมล่ะ ถ้าจะอ้างว่าเป็นการประชาสัมพันธ์เด็ก แต่ในทางกลับกัน ไอดอลเกินครึ่งก็คงไม่ชอบใจที่จะมีคนเกาะตามไปทุกที่เหมือนกัน ลึกๆ หรือไม่ลึก บางคนอาจรู้สึกผิดแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าถ้ามีมาให้ดูก็จะดู
วงการไอดอลเกาหลีทุกวงที่เราเห็น ไม่ได้ขายแค่ผลงานค่ะ ขายทุกอย่างจะเนียนหรือไม่เนียน ดังนั้นเวลามีอะไรอย่างเดท หรือพวกที่ทำให้ผิดไปจากที่คิดก็แบบนี้ล่ะ พังยาววววว จะโทษใครได้ จะโทษต้องโทษทั้งระบบ อุตสากหรรมต้นตอการผลิตไอดอลเลย ติ่งเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ นะ ดูไร้สาระ แต่มันผ่านการคิดมาทั้งนั้นแล้ว ทุกอย่าง ทั้งรูปแบบการตอบคำถาม ออกสื่อ ไม่งั้นไม่หาเงินได้เป็นจำนวนมหาศาลทั้งที่มันดูไม่มีอะไรเลยแบบนี้ คนคิดน่ะฉลาด ฉลาดมากก ป่านนี้นั่งนับเงินไปหลายชาติล่ะ ไอดอล แฟนคลับ ก็เป็นส่วนนึงของผลิตผลของความคิดเขาล่ะ
ค่าชีวิตความเป็นส่วนตัวของไอดอล มันถึงมีราคาแพงกว่าอาชีพอื่นไง ต้องจ่ายในราคาที่สูง ไอดอลที่เข้ามาตรงนี้ต้องยอมรับ ว่าคุณไม่มีวันจะมีชีวิตแบบเดิม แต่คุณเลือกแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ไปจนสุดทาง จนกว่าจะหมดสัญญาหรืออะไรก็ว่าไป อาชีพนี้จริงๆ น่าสงสารนะ ถ้ามองจากมุมคนธรรมดา โดยเฉพาะไอดอลไม่ดังด้วยเนี่ย หรือโชคดีหน่อย ถ้าดังแล้วก็ต้องรักษาให้นานที่สุด ไม่งั้นจะกลับไปทำอะไรกิน ถ้าบ้านไม่รวยหรือทำในวงการบันเทิงต่อ ไม่ก็ต่อยอดจากชื่อเสียงเดิมที่เคยทำไว้ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ คนวงการบันเทิงจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตกันเยอะ หาเงินไปมากมาย สุดท้ายเอามาจ่ายตรงนี้หมด
จะเห็นเลยว่าที่ญี่ปุ่น พวกเขาจะมีกฎเหล็กห้าม เดท ในรูปแบบสัญญาใจ แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าแหก เพราะมันก็เหมือนทรยศความไว้วางใจของผู้ซื้อ คือเขามีมาตรการตรงนี้รองรับอีกชั้น แนวความคิดต่างกันไปไม่ได้บอกว่าอันไหนดีกว่ากันนะ จะทำธุรกิจขายฝันโดยใช้ไอดอลมันก็ต้องไม่ธรรมดาแบบนี้ล่ะ มันย้อนแย้งกันเอง ความรักก็จะมี เงินก็จะหา หาจากผู้หญิง/ผู้ชายคนอื่นที่เขาไม่ได้มองคุณเป็นแค่ไอดอลไง แล้วพวกนี้ไม่ใช่น้อยด้วย ไม่งั้นคู่ชิปคงไม่เฟื่องฟูขนาดนี้ ยอมจ่ายระดับที่คนธรรมดาเขาไม่จ่ายกัน จ่ายโดยทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครได้ ไปใช้กฎเกณท์เท่ากันคือการจ่ายเงิน พวกเขามีสิทธิได้แค่นี้ สังเกตเลยว่าพวกตัวท็อปไอดอลที่เน้นภาพลักษณ์ เขาจะระวังมากไม่ให้หลุด หรือคุยไปทั่วไม่คบจริงจัง อย่างน้อยเพื่อคนสนับสนุนและอาจกลัวโดนจับได้ว่าคุยกับหลายคนอยู่ก็ได้ 5555555555555555
ผลที่ตามมาคือ มีรีแอคทีค่อนข้างแรง พอผิดหวัง หรือไปทำลายความไว้ใจของคนกลุ่มนี้เข้า ยิ่งโลกนี้มันก็ขับเคลื่อนด้วยทุนนิยมเต็มตัวก็จะยิ่งเห็นชัด เปย์ง่ายเท่าไหร่ เทก็ง่ายเท่านั้นในเมื่อที่ตอนนี้มีตัวเลือกอยู่เต็มมือ
แต่ของเกาหลีอาจปล่อยฟรี เพราะคิดว่าขายได้แล้วก็จบ ค่อยไปรับมือเอาตอนหลังเวลาระเบิดลง วัวหายล้อมคอกตอนหลัง ซึ่งก็มีไอดอลบางคนกลับมาได้ บางคนกลับมาได้ก็ไม่เหมือนเดิม หรือหายไปเลยก็มี ขึ้นอยู่กับบุญเก่า บุญใหม่ที่สร้างว่า ขอความเห็นใจจะกลับมาได้อีกครั้งไหม จับได้ที ขอโทษที น้ำหูน้ำตามาเต็มไปหมดสำหรับบางคน ทั้งที่ความจริงเขาก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย
ก่อนอื่นจะทำธุรกิจด้านไอดอล ทุกบริษัทในเกาหลีก็จะไล่ไปว่า ภาพลักษณ์ที่ขายได้น่ะ มันควรมีอะไรบ้าง เบ้าดี เพิร์ฟ ดี ความสามารถเยอะ ปากหวาน บอกรักแฟนคลับ เซอร์วิซ มัดรวมมาเป็นแพ็คเก็จใส่พานมาให้เลย ซึ่งต่างกับตะวันตก
มีไอดอลตะวันออกคนไหนบ้างที่เดบิวมาด้วยสภาพฮิปปี้ รุงรัง ดูไม่ดี สักรุงรังทั้งตัว พูดจากระโชกโฮกฮาก แทบจะไม่มี เขาก็คัดมาในแบบที่แฟนคลับอยากเห็นนั่นแหละเพราะถ้าขายไม่ออกก็ยุบวง เข็นวงใหม่ที่ขายได้ออกมาแทนเป็นวัฐจักร สร้างความคาดหวัง สร้างจินตนาการไปซะเยอะพอผิดจากที่คิดเข้าหน่อยก็เละ เละหนักสุดคือแฟนคลับ เพราะเป็นกำลังซื้อหลัก ถ้าพวกนี้มีปัญหามากกระทบยอดซัพพอร์ต ก็เห็นอนาคตของวงนั้นรำไร พวกแยกแยะได้ วุฒิภาวะพอมีมันไม่ได้มีมากเท่ากับอีกกลุ่มหรอกนะ เสียงดังน้อยกว่าด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่คุณชอบไอดอลคนนึงที่ผลงานแต่ไม่โฟกัสชีวิตส่วนตัวจะมีรสนิยมที่ดีหรือสูงส่งกว่าคนอื่น มันเป็นแค่รสนิยมในการเลือกชอบเท่านั้นเองค่ะ
อย่างตัวเราคิดว่าการชอบไอดอลคนนึง คือไม่จำเป็นต้องชอบในสิ่งที่ไอดอลคนนั้นเป็นทั้งหมด มันไม่ใช่ Unconditional Love เลิกชอบหรือชอบต่อได้ ต่อเมื่อความคาดหวังที่เรามีต่อไอดอลคนนั้นยังไม่ถูกพังทลาย ซึ่งไม่จำกัดแค่เรื่องมีแฟน แต่หมายถึงทุกเรื่องที่ไอดอลคนนั้นทำ ส่วนใหญ่แล้ว หลายคนก็ไม่ได้ชอบไอดอลแค่ที่ผลงานหรอกค่ะ อย่างแรกมักจะมาจากภาพลักษณ์ ที่ดึงดูดไว้มากกว่า แล้วค่อยไล่เรียงเป็นสเต็ปบายสเต็ป จนจะพัฒนามาเป็นความผูกพันหรือมีเรื่องเล่าอะไรตามมาระหว่างแฟนคลับกับไอดอลคนนั้นมากมายที่น่าประทับใจก็ว่ากันไป
คำว่าวุฒิภาวะมันไม่ได้ขีดเส้นไว้แค่ว่า คุณโตพอที่จะยอมรับเรื่องราวทุกอย่างของไอดอลคนนั้นได้ทุกอย่าง อันนั้นก็เกินไป สำหรับมนุษย์คนนึง แถมต้องใช้เงินซื้อความรักนั้นด้วยอีกต่างหาก มีค่าใช้จ่ายหมดทุกอย่างล่ะกับการเริ่มติ่งใครสักคน จะบังคับให้ติ่งต่อทั้งที่หมดใจหรือเสียความรู้สึกที่มีกับไอดอลคนนั้นแล้ว ก็ไม่ใช่
แต่มันหมายถึงการเดินออกไปสงบๆ แม้จะไม่พอใจ โดยไม่ทำความเดือดร้อนใดๆ ให้ไอดอลคนนั้นเดือดร้อนในเมื่อไอดอลคนนั้นทำภาพฝันที่คุณหวังไว้เสียหายมากกว่า นี่ล่ะวุฒิภาวะที่แท้จริง แต่ทำได้มากน้อยแค่ไหนนี่อีกเรื่อง
นี่ก็ไม่ได้รักหรือชอบไอดอลในสิ่งที่เขาเป็นเหมือนกัน เพราะก็รู้อยู่แล้วว่านั่นไม่ใช่ตัวจริงของเขาทั้งหมด เราก็ชอบอะไรที่ค่าย หรือตัวไอดอลเขาสร้างมาให้ด้วย ไม่ได้อยากรู้ด้วยว่าตัวจริง 100% เป็นยังไง เอามาสัก 60-70% พอที่เหลือไว้จินตนาการต่อขำๆ
แต่ก็จะเลือกสักนิด ดูสักหน่อยว่าเราจะคาดหวังเขาคนนั้นในฐานะไอดอลคนนึงได้มากน้อยแค่ไหน ตรงนี้มันสำคัญมากตั้งแต่เริ่มชอบแล้วค่ะ และแต่ละคนก็มีเหตุผลในการชอบหรือคาดหวังที่แตกต่างกัน
ถามว่าทำไมต้องคาดหวัง ต้องเลือก แน่สิ การชอบไอดอลคนนึง มันไม่ใช่แค่เสียเงินนะ แต่มันได้พอๆ กันกับเสีย เช่น เสียอารมณ์ เสียสติ เสียเพื่อน หรือประสาทเสียอะไรมากมายไประหว่างทาง และที่สำคัญคือเสียเวลาที่เราอาจจะเอาเวลาตรงนั้นมาทำประโยชน์อะไรหลายอย่างได้มากมาย แต่ที่ยังยอมเสียเวลาตรงนี้อยู่ก็เพราะไอดอลคนนั้นยังมีค่าพอให้คาดหวังอยู่ อาจจะเป็นแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างที่หาไม่ได้ในโลกของมักเกิ้ลก็ได้ ซึ่งตรงนี้ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเดท หน้าตาหรือชายในฝัน สาวในฝัน ต่างๆ อาจเป็นการแสดงดีๆ ถูกจริต ถูกรสนิยม การวางตัวเสมอต้นเสมอปลายก็ว่าไป เป็นได้เยอะแยะ
ไอดอลสำหรับเราก็เหมือนจะเป็นคนคุ้นเคยที่ผูกพันด้วยอะไรหลายอย่างมายาวนาน แต่ยังไงอีกส่วนเขาก็คือคนแปลกหน้าสำหรับเราอยู่ดี เพราะไม่ใช่คนในชีวิตจริงที่จะมีปฎิสัมพันธ์ได้โดยตรง สัมผัสได้จริง เพราะต้องใช้ใจล้วนๆ + แรงกาย + แรงเงิน มันเป็นความรักที่มีข้อกำหนด เงื่อนไขมาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ
และไอดอลที่สร้างมาจากบริษัทที่เพิ่งเดบิว หลายคนก็ไม่ได้โตไปกว่ากันมากน้อย บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าหน้าที่ของไอดอลที่เพิ่งจะเดบิวควรทำอะไร หรือรักษาน้ำใจของฐานแฟนคลับมากน้อยแค่ไหนด้วยซ้ำ เพราะได้มาง่ายแต่ลืมคิดไปว่ามันก็ไปง่ายดั่งสายลมเหมือนกันในยุคนี้ แม้แต่ไอดอลที่อายุมากหลายคนก็ต้องไม่ลืมเหมือนกันค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มันไม่ได้ผูกขาดแค่ไอดอลเพียงกลุ่มใหญ่ไม่กี่กลุ่มอีกแล้ว อาชีพนี้อายุงานมันไม่เยอะ ผูกกับหน้าตา ชื่อเสียงล้วนๆ ทำได้ไม่เกินยี่สิบปี คนก็ลืมหมดแล้ว เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่รู้จัก
ฐานแฟนคลับเป็นสิ่งสำคัญมากตอนนี้ เพราะพวกนี้เป็นโลยัลตี้แฟนที่มั่นคง พร้อมจ่าย พร้อมทุ่มเท แต่ก็นั่นล่ะมันไม่ได้คัดกรองคุณภาพของแฟนคลับมาด้วย ถ้าจะวัดผลเพียงแค่ผลประกอบการ และแน่นอนบริษัทส่วนใหญ่ก็สนใจแค่เงินมาก่อนอยู่แล้ว เล่นไปสร้างฝัน โรยยาหอมเข้าไปก็ยิ่งเพิ่มความหวังให้แฟนคลับด้วย เรื่องนี้โทษแค่แฟนคลับไม่ได้ ต้องไปไล่ตั้งแต่คนสร้าง คนลงทุนอย่างบริษัทก่อนเลยเพราะคุณสร้างไอดอล มาเพื่อธุรกิจของคุณนั่นล่ะ แฟนคลับก็เป็นอีกส่วนที่คุณสร้างมาเช่นเดียวกับไอดอลเหมือนกัน วงการไอดอลเกาหลีคือทำตัวเด็กเป็นสินค้าจริงๆ นะ ล่าสุด วีดีโออะไรของเอ็มเน็ตนั่นน่ะ จ่ายเงินพิเศษแล้วได้ดู ไม่ได้แจ้งไอดอลก่อน คือทุกเรื่องราวของชีวิต แม้แต่วีไลฟ์ ออกสื่อมันเป็นเงินหมด คือก็ไม่แปลกที่แฟนๆ ส่วนนึง จะคิดว่าเรื่องส่วนตัวของไอดอล จะใช้ไว้ขาย หรือกลายเป็นเรื่องของตัวเองด้วย อินไปกับสตอรี่ของไอดอลคนนั้นมากๆ
จนไม่มีพื้นที่ส่วนตัวจริงอย่างแท้จริง
อย่าง พวกแฟนไซด์ที่ตามถ่าย โอเค คุณอาจไม่ได้ไปซาแซงเอง แต่ก็เซฟรูป เก็บรูปตาม ใช่ไหม นั่นล่ะ ดีมานด์ ซัพพลายแบบไม่รู้ตัว และเป็นการสนับสนุนอย่างไม่ตั้งใจ เพราะมีการซื้อ ฟตบ ตามเก็บ ชื่นชมเพราะตัวเองก็อยากเห็นรูปสวยๆ ใช่ไหมล่ะ ถ้าจะอ้างว่าเป็นการประชาสัมพันธ์เด็ก แต่ในทางกลับกัน ไอดอลเกินครึ่งก็คงไม่ชอบใจที่จะมีคนเกาะตามไปทุกที่เหมือนกัน ลึกๆ หรือไม่ลึก บางคนอาจรู้สึกผิดแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าถ้ามีมาให้ดูก็จะดู
วงการไอดอลเกาหลีทุกวงที่เราเห็น ไม่ได้ขายแค่ผลงานค่ะ ขายทุกอย่างจะเนียนหรือไม่เนียน ดังนั้นเวลามีอะไรอย่างเดท หรือพวกที่ทำให้ผิดไปจากที่คิดก็แบบนี้ล่ะ พังยาววววว จะโทษใครได้ จะโทษต้องโทษทั้งระบบ อุตสากหรรมต้นตอการผลิตไอดอลเลย ติ่งเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ นะ ดูไร้สาระ แต่มันผ่านการคิดมาทั้งนั้นแล้ว ทุกอย่าง ทั้งรูปแบบการตอบคำถาม ออกสื่อ ไม่งั้นไม่หาเงินได้เป็นจำนวนมหาศาลทั้งที่มันดูไม่มีอะไรเลยแบบนี้ คนคิดน่ะฉลาด ฉลาดมากก ป่านนี้นั่งนับเงินไปหลายชาติล่ะ ไอดอล แฟนคลับ ก็เป็นส่วนนึงของผลิตผลของความคิดเขาล่ะ
ค่าชีวิตความเป็นส่วนตัวของไอดอล มันถึงมีราคาแพงกว่าอาชีพอื่นไง ต้องจ่ายในราคาที่สูง ไอดอลที่เข้ามาตรงนี้ต้องยอมรับ ว่าคุณไม่มีวันจะมีชีวิตแบบเดิม แต่คุณเลือกแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ไปจนสุดทาง จนกว่าจะหมดสัญญาหรืออะไรก็ว่าไป อาชีพนี้จริงๆ น่าสงสารนะ ถ้ามองจากมุมคนธรรมดา โดยเฉพาะไอดอลไม่ดังด้วยเนี่ย หรือโชคดีหน่อย ถ้าดังแล้วก็ต้องรักษาให้นานที่สุด ไม่งั้นจะกลับไปทำอะไรกิน ถ้าบ้านไม่รวยหรือทำในวงการบันเทิงต่อ ไม่ก็ต่อยอดจากชื่อเสียงเดิมที่เคยทำไว้ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ คนวงการบันเทิงจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตกันเยอะ หาเงินไปมากมาย สุดท้ายเอามาจ่ายตรงนี้หมด
จะเห็นเลยว่าที่ญี่ปุ่น พวกเขาจะมีกฎเหล็กห้าม เดท ในรูปแบบสัญญาใจ แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าแหก เพราะมันก็เหมือนทรยศความไว้วางใจของผู้ซื้อ คือเขามีมาตรการตรงนี้รองรับอีกชั้น แนวความคิดต่างกันไปไม่ได้บอกว่าอันไหนดีกว่ากันนะ จะทำธุรกิจขายฝันโดยใช้ไอดอลมันก็ต้องไม่ธรรมดาแบบนี้ล่ะ มันย้อนแย้งกันเอง ความรักก็จะมี เงินก็จะหา หาจากผู้หญิง/ผู้ชายคนอื่นที่เขาไม่ได้มองคุณเป็นแค่ไอดอลไง แล้วพวกนี้ไม่ใช่น้อยด้วย ไม่งั้นคู่ชิปคงไม่เฟื่องฟูขนาดนี้ ยอมจ่ายระดับที่คนธรรมดาเขาไม่จ่ายกัน จ่ายโดยทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครได้ ไปใช้กฎเกณท์เท่ากันคือการจ่ายเงิน พวกเขามีสิทธิได้แค่นี้ สังเกตเลยว่าพวกตัวท็อปไอดอลที่เน้นภาพลักษณ์ เขาจะระวังมากไม่ให้หลุด หรือคุยไปทั่วไม่คบจริงจัง อย่างน้อยเพื่อคนสนับสนุนและอาจกลัวโดนจับได้ว่าคุยกับหลายคนอยู่ก็ได้ 5555555555555555
ผลที่ตามมาคือ มีรีแอคทีค่อนข้างแรง พอผิดหวัง หรือไปทำลายความไว้ใจของคนกลุ่มนี้เข้า ยิ่งโลกนี้มันก็ขับเคลื่อนด้วยทุนนิยมเต็มตัวก็จะยิ่งเห็นชัด เปย์ง่ายเท่าไหร่ เทก็ง่ายเท่านั้นในเมื่อที่ตอนนี้มีตัวเลือกอยู่เต็มมือ
แต่ของเกาหลีอาจปล่อยฟรี เพราะคิดว่าขายได้แล้วก็จบ ค่อยไปรับมือเอาตอนหลังเวลาระเบิดลง วัวหายล้อมคอกตอนหลัง ซึ่งก็มีไอดอลบางคนกลับมาได้ บางคนกลับมาได้ก็ไม่เหมือนเดิม หรือหายไปเลยก็มี ขึ้นอยู่กับบุญเก่า บุญใหม่ที่สร้างว่า ขอความเห็นใจจะกลับมาได้อีกครั้งไหม จับได้ที ขอโทษที น้ำหูน้ำตามาเต็มไปหมดสำหรับบางคน ทั้งที่ความจริงเขาก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย
ก่อนอื่นจะทำธุรกิจด้านไอดอล ทุกบริษัทในเกาหลีก็จะไล่ไปว่า ภาพลักษณ์ที่ขายได้น่ะ มันควรมีอะไรบ้าง เบ้าดี เพิร์ฟ ดี ความสามารถเยอะ ปากหวาน บอกรักแฟนคลับ เซอร์วิซ มัดรวมมาเป็นแพ็คเก็จใส่พานมาให้เลย ซึ่งต่างกับตะวันตก
มีไอดอลตะวันออกคนไหนบ้างที่เดบิวมาด้วยสภาพฮิปปี้ รุงรัง ดูไม่ดี สักรุงรังทั้งตัว พูดจากระโชกโฮกฮาก แทบจะไม่มี เขาก็คัดมาในแบบที่แฟนคลับอยากเห็นนั่นแหละเพราะถ้าขายไม่ออกก็ยุบวง เข็นวงใหม่ที่ขายได้ออกมาแทนเป็นวัฐจักร สร้างความคาดหวัง สร้างจินตนาการไปซะเยอะพอผิดจากที่คิดเข้าหน่อยก็เละ เละหนักสุดคือแฟนคลับ เพราะเป็นกำลังซื้อหลัก ถ้าพวกนี้มีปัญหามากกระทบยอดซัพพอร์ต ก็เห็นอนาคตของวงนั้นรำไร พวกแยกแยะได้ วุฒิภาวะพอมีมันไม่ได้มีมากเท่ากับอีกกลุ่มหรอกนะ เสียงดังน้อยกว่าด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่คุณชอบไอดอลคนนึงที่ผลงานแต่ไม่โฟกัสชีวิตส่วนตัวจะมีรสนิยมที่ดีหรือสูงส่งกว่าคนอื่น มันเป็นแค่รสนิยมในการเลือกชอบเท่านั้นเองค่ะ
อย่างตัวเราคิดว่าการชอบไอดอลคนนึง คือไม่จำเป็นต้องชอบในสิ่งที่ไอดอลคนนั้นเป็นทั้งหมด มันไม่ใช่ Unconditional Love เลิกชอบหรือชอบต่อได้ ต่อเมื่อความคาดหวังที่เรามีต่อไอดอลคนนั้นยังไม่ถูกพังทลาย ซึ่งไม่จำกัดแค่เรื่องมีแฟน แต่หมายถึงทุกเรื่องที่ไอดอลคนนั้นทำ ส่วนใหญ่แล้ว หลายคนก็ไม่ได้ชอบไอดอลแค่ที่ผลงานหรอกค่ะ อย่างแรกมักจะมาจากภาพลักษณ์ ที่ดึงดูดไว้มากกว่า แล้วค่อยไล่เรียงเป็นสเต็ปบายสเต็ป จนจะพัฒนามาเป็นความผูกพันหรือมีเรื่องเล่าอะไรตามมาระหว่างแฟนคลับกับไอดอลคนนั้นมากมายที่น่าประทับใจก็ว่ากันไป
คำว่าวุฒิภาวะมันไม่ได้ขีดเส้นไว้แค่ว่า คุณโตพอที่จะยอมรับเรื่องราวทุกอย่างของไอดอลคนนั้นได้ทุกอย่าง อันนั้นก็เกินไป สำหรับมนุษย์คนนึง แถมต้องใช้เงินซื้อความรักนั้นด้วยอีกต่างหาก มีค่าใช้จ่ายหมดทุกอย่างล่ะกับการเริ่มติ่งใครสักคน จะบังคับให้ติ่งต่อทั้งที่หมดใจหรือเสียความรู้สึกที่มีกับไอดอลคนนั้นแล้ว ก็ไม่ใช่
แต่มันหมายถึงการเดินออกไปสงบๆ แม้จะไม่พอใจ โดยไม่ทำความเดือดร้อนใดๆ ให้ไอดอลคนนั้นเดือดร้อนในเมื่อไอดอลคนนั้นทำภาพฝันที่คุณหวังไว้เสียหายมากกว่า นี่ล่ะวุฒิภาวะที่แท้จริง แต่ทำได้มากน้อยแค่ไหนนี่อีกเรื่อง
นี่ก็ไม่ได้รักหรือชอบไอดอลในสิ่งที่เขาเป็นเหมือนกัน เพราะก็รู้อยู่แล้วว่านั่นไม่ใช่ตัวจริงของเขาทั้งหมด เราก็ชอบอะไรที่ค่าย หรือตัวไอดอลเขาสร้างมาให้ด้วย ไม่ได้อยากรู้ด้วยว่าตัวจริง 100% เป็นยังไง เอามาสัก 60-70% พอที่เหลือไว้จินตนาการต่อขำๆ
แต่ก็จะเลือกสักนิด ดูสักหน่อยว่าเราจะคาดหวังเขาคนนั้นในฐานะไอดอลคนนึงได้มากน้อยแค่ไหน ตรงนี้มันสำคัญมากตั้งแต่เริ่มชอบแล้วค่ะ และแต่ละคนก็มีเหตุผลในการชอบหรือคาดหวังที่แตกต่างกัน
ถามว่าทำไมต้องคาดหวัง ต้องเลือก แน่สิ การชอบไอดอลคนนึง มันไม่ใช่แค่เสียเงินนะ แต่มันได้พอๆ กันกับเสีย เช่น เสียอารมณ์ เสียสติ เสียเพื่อน หรือประสาทเสียอะไรมากมายไประหว่างทาง และที่สำคัญคือเสียเวลาที่เราอาจจะเอาเวลาตรงนั้นมาทำประโยชน์อะไรหลายอย่างได้มากมาย แต่ที่ยังยอมเสียเวลาตรงนี้อยู่ก็เพราะไอดอลคนนั้นยังมีค่าพอให้คาดหวังอยู่ อาจจะเป็นแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างที่หาไม่ได้ในโลกของมักเกิ้ลก็ได้ ซึ่งตรงนี้ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเดท หน้าตาหรือชายในฝัน สาวในฝัน ต่างๆ อาจเป็นการแสดงดีๆ ถูกจริต ถูกรสนิยม การวางตัวเสมอต้นเสมอปลายก็ว่าไป เป็นได้เยอะแยะ
ไอดอลสำหรับเราก็เหมือนจะเป็นคนคุ้นเคยที่ผูกพันด้วยอะไรหลายอย่างมายาวนาน แต่ยังไงอีกส่วนเขาก็คือคนแปลกหน้าสำหรับเราอยู่ดี เพราะไม่ใช่คนในชีวิตจริงที่จะมีปฎิสัมพันธ์ได้โดยตรง สัมผัสได้จริง เพราะต้องใช้ใจล้วนๆ + แรงกาย + แรงเงิน มันเป็นความรักที่มีข้อกำหนด เงื่อนไขมาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ
แสดงความคิดเห็น
คิดยัง ไงกับคำพูดที่ว่า เวลาชอบไอดอลให้ชอบในสิ่งที่เขาเป็น