ปัญหาชีวิตของเด็กวัยรุ่นหนึ่งที่อยากให้มีคนรับฟัง...

ก่อนอื่นขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ...

หนูเคยเป็นเด็กที่เคยมีทุกอย่างมาก่อน มีพ่อมีแม่มีครอบครัวที่อบอุ่น เป็นเด็กที่เก่งคนหนึ่ง หนูเคยมีความสุขมากๆ แต่มันก็แค่เคย....

จนวันหนึ่ง หนูรู้ว่าพ่อ  [code]พ่อหนูเป็นตำรวจ[/code] หนูเล่นยาค่ะ ที่บ้านก็เริ่มมีปัญหาอื่นๆตามมา ตอนนั้นหนูอายุ11ขวบ พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อย หนูได้แต่คอยห้ามพ่อกับแม่ทะเลาะกันทั้งน้ำตา  จนถึงวันที่ทำร้ายจิตใจเด็กคนนี้มากๆอีกวันหนึ่ง  [code]พ่อหนูอยากนอนที่บ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จดีค่ะ  ตอนนั้นมืดแล้ว แต่แม่หนูอยากกลับไปนอนที่แฟชตำรวจเพราะว่าหนูมีน้องคนเล็กอยู่ประมานขวบนึงได้ตอนนั้น [/code] พ่อทะเลาะกับแม่ พ่อควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ ตาพ่อแดงก่ำ ใช่ค่ะ อาการของคนขาดขาดยา  แม่โยนกุญแจมอไซต์มาให้หนู ตะโกนบอกให้หนูกับน้องชายไปก่อน ไปเก็บข้าวของที่จำเป็น  พ่อตะโกนบอกว่า อย่าไป หนูไม่ฟังเพราะเค้าไม่ใช่พ่อคนเดิมของหนูอีกแล้วค่ะ  แต่ขี่ออกไปได้ไม่ไกลได้ยินเสียงคนโวยวายเสียงดังมาก  หนูกลับรถวนไปเพราะเป็นห่วงแม่  สิ่งที่เห็นตอนนั้นคือแม่เลือดออก เพราะพ่อชกจมูกแม่แตก พ่อบอกให้แม่วางน้องลงๆๆ แต่ถ้าแม่หนูวางน้องลงแม่หนูคงตายแน่ๆ ขอบคุณที่เค้ายังมีความเป็นพ่ออยู่บ้าง ตอนนั้นแม่บอกให้หนูไปเร็วๆไปเลยลูกไปก่อนแม่ เดี๋ยวแม่ตามไป  หนูก็ขี่รถออกไป สักพักน้ำตาก็ไหล  ไปถึงก็รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นทุกอย่างไม่นานแม่ก็ตามมา  เรารีบขนของขึ้นรถ รถยนต์ค่ะ เก็บได้ไม่นานเท่าไหร่ ได้ยินเสียงรถไถ  แม่รู้ว่าเป็นพ่อแน่ๆ  ให้หนูรีบขึ้นรถและติดเครื่อง  แม่หนูกำลังจะขับออกไป แต่พ่อขี่รถไถตัดหน้า ถ้าแม่หนูถอยไม่ทันคงชนไปแล้วแน่ๆ  แต่ก็หนีออกมาได้ค่ะ  ไปยืมเงินคนรู้จักเติมน้ำมัน เพราะไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท เพื่อกลับไปบ้านเกิดแม่ค่ะ  


4ปีที่บ้านยาย หนูอยู่แบบมีความสุขตามประสาเด็กทั่วไป แต่แต่ก็มีบางทีที่เศร้าคิดถึงพ่อ(คนเดิม)ค่ะ  แม่หนูทำสวนผลไม้และกรีดยางค่ะ ตอนใกล้จะจบม.3หนูหัดกรีดเพราะอยากมีตังค์ใช้เอง ไม่อยากขอแม่ ช่วงนั้นตรงกับช่วงใกล้หน้าผลไม้ แม่หนูเข้าสวนคนเดียว  ไปแต่งกิ่งแต่พาดตกลงมา  แม่ตกลงมากระดูกหลังเคลื่อน  แม่ต้องนอนโรงบาล ทำงานไม่ได้เป็นเดือนๆ ช่วงนั้นหนูต้องกรีดยาง หาเงินไปโรงเรียนเอง และให้เงินน้องอีกสองคนไปโรงเรียนด้วย  แต่หนูไม่ท้อเท่าไหร่ เพราะถ้าหนูทำได้หนูก็จะทำ....

ช่วงชีวิตที่เศร้าอีกก็คือหนูรู้ว่าแม่มีหนี้อยู่เกือบสามแสน มันเศร้านะคะ หนูพยายามประหยัด ไม่กินอะไรเลยนอกจากเงินไปโรงเรียน หนูก็เป็นเด็กวัยรุ่นคนนึงที่อยากมีของใช้อะไรเหมือนคนอื่นๆ แต่กลับมามองดูสิ่งที่เรามีแล้วมันคงทำไม่ได้อย่างใครเขาในตอนนี้ หนูไม่เคยขออะไรจะแม่เลยตั้งแต่นั้น หนูช่วยแม่ทำงานกรีดยาง แม่หนูทำงานหนักไม่ได้เพราะต้องใส่ที่บล็อคหลัง6เดือน  หนูพยายามตั้งใจเรียน ให้ดีกว่าเดิม  ในช่วงม.ต้นเกรดหนูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเรื่องี่เกิดขึ้นในชีวิตทำให้ความคิดตอนนั้นมันเศร้าลงไม่ค่อยอยากจะทำอะไร ขึ้น ม.ปลายหนูเริ่มคิดใหม่ เกรดหนูขึ้นเลขสาม พยามทำให้มันดีกว่าเดิมทุกครั้ง  แต่มันก็มีสิ่งหนึ่งที่กำลังจะทำให้หนูเศร้าอีก...


หนูรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้เลย  แม่หนูขายตัวค่ะ เศร้ามากๆ ในชีวิตนี้ไม่เคยเศร้าขนาดนี้เลย หนูรู้ว่าแม่พยายามทำทุกอย่างให้หนูกับน้องไม่อด แต่วิธีนี้มันไม่ดีเลย หนูรู้สึกแย่ หนูไม่รู้ว่าหนูจะเรียนได้สูงแค่ไหน  ไม่รู้เลยว่าแม่จะเอาเงินไหนมาส่งเรียน หนูอยากเรียนนายร้อยตำรวจหญิงแม่จะได้ไม่ต้องลำบากส่งเรียน อยากจบมาแล้วมีงานทำ ทำให้แม่สบาย มันก็เป็นฝันของเด็กทุกคนอยู่แล้ว  รวมถึงหนูด้วย...

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ  หนูแค่อยากเล่าให้ใครสักคนฟัง  เพราะเรื่องนี้ไม่เคยบอกใครที่ไหนเลย  รวมถึงตัวพ่อแม่เอง

สุดท้ายใครพอรู้แนวทางด้านเรียนตำรวจพอจะช่วยหนูได้แนะนำไว้ได้นะคะ   หนูจบม.6 ปี63ค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
แม่หนูเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารมากนะคะ ...

การขายตัว คนมองว่าคือการขายศักดิ์ศรี

แต่เมื่อได้อ่านเรื่องแม่ของหนู เธอเป็นผู้หญิงที่เก่ง / แกร่ง และมีศักดิ์ศรีมากๆคนหนึ่งเลยล่ะค่ะ

_ถูกสามี ที่ติดยาทำร้ายเจียนตาย ต้องหนีหัวซุกหัวซุนพาชีวิตตัวเองและลูกน้อยทั้งสามให้รอด

_มาทำสวน / กรีดยาง หนักเอาเบาสู้ ... เราเดาว่าตรงจุดนี้แหละ ที่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาทำทุน สามแสนบาท
แต่เธอก็ยังมองว่า ค่อยๆหา ค่อยๆเก็บหอมรอมริบ เลี้ยงครอบครัว และ ใช้หนี้ไปด้วย พอไหว ...

แต่ชะตาเจ้ากรรม  ทำให้เธอต้องบาดเจ็บทำงานไม่ได้เป็นเดือน และทำงานหนักไม่ได้อีก หกเดือน
ซึ่งเมื่อถอดที่บล็อกหลังแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม

ผู้หญิงคนหนึ่ง เลี้ยงตัวเอง / ลูกสามคน และแม่อีกคน ต้องนอนทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ลูกต้องลำบากไปกรีดยางแทน
ก็ได้เพียงประทังชีวิตไปวันๆ.... ดอกเบี้ยที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆจะเอาที่ไหนจ่ายให้เขา

คนที่แข็งแกร่ง และรักศักดิ์ศรีมากๆคนหนึ่ง ... ต้องยอมกลืนน้ำตา หลับตา แบกรับความอัปยศ
เพื่อหาเงินมาซื้อข้าวให้ลูกกิน
เราเชื่อว่า คนอย่างเธอ ถ้ายังเหลือทางเลือกอื่น ถ้าหลังไม่เจ็บขนาดนี้ เธอจะยอมเลือกหาเงินทางอื่นแน่นอนค่ะ

ที่เขียนมายาว ..
เราอยากให้หนูมองในมุมนี้ ..

ยิ่งสงสารแม่มากเท่าไหร่   จะสงสารตัวเองน้อยลงเท่านั้น
ยิ่งเห็นความเป็นนักสู้ในตัวแม่เท่าไหร่  ความหดหู่เศร้าหมองจะน้อยลงเรื่อยๆ
ยิ่งรู้จักขอบคุณ เลือดเนื้อ และอวัยวะครบถ้วน ที่แม่ให้มาเท่าไหร่  หนูจะมีพลังสู้ต่อมากขึ้นเท่านั้น

คนเรา อาจจะต้องประสบทุกข์ยากในชีวิตมากมาย ... ปัญหาต่างๆอาจถาโถม
แต่สติ ปัญญา จะช่วยให้ทุกข์บรรเทา และหาทางออกได้เสมอ ...
อาการคร่ำครวญไม่เคยช่วยอะไรใคร
ความทุกข์ทางใจ จะคลายลงได้ ด้วยการไม่ซ้ำเติมจิตใจตัวเอง

มองหาแง่บวกในชีวิตไว้เสมอนะคะ
พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการฝึกตน

ซึ่งหนูจะเป็นที่พึ่งของแม่และครอบครัว ได้  อย่างที่หนูตั้งใจไว้ค่ะ

เทียน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่