พ่อแม่ทะเลาะกันแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพจิตของพ่อกับแม่เองไหม

คือเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนผมอยู่ม.1คือพ่อแม่ทะเลาะกันอะมันปกตินะครับแต่ทะเลาะกันแล้วมีบาดแผลนี่ผมไม่โอนะ โดยผมคิดว่าพ่อเป็นฝ่ายผิดตลอดนะพ่อชอบว่าแม่ว่าเป็นคนขี้เกียจไม่ช่วยงานบ้านแต่จริงๆแล้วือผมกับน้องอยู่กับแม่มาตลอดผมยันเลยว่าแม่ขยันมากตื่นมาก็เริ่มทำงานบ้านจนจะเที่ยงถึงจะได้กินข้าวอะครับ คือพ่อก็จะบอกว่ามันเป็นแค่หน้าที่แล้วอย่างนึงคือการที่พ่อจะมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาน้อยมากเวลาฟ้ามืดทีไรพ่อจะไปกินเบียร์บ้านเพื่อนครับไม่เคยมีเวลาให้ครอบครัวเหมือนให้ความสำคัญกับคนนอกบ้านก่อนอะครับ เรื่องก็เป็นงี้ครับที่ทำให้พวกเขาทะเลาะกันโดยพ่อจะเริ่มหาเรื่องก่อนครับและล่าสุดก่อนที่ผมจะมาลงกระทู้ประมาณ3-4ชม.ก็ทะเลาะกันครับแต่ครั้งนี้แม่เหมือนทนไม่ไหวเพราะโดนด่างี้มาตลอดแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบไม่ได้เหวี่ยงอะไรกลายเป็นว่าแม่ควบคุมตัวเองไม่ได้พยายามทำร้ายตัวเองผมกับน้องช็อคมากจึงไปห้ามแม่แต่พ่อกลับบอกว่า"ปล่อยมันไปมันบ้า!"...ดูครับดูที่เขาพูดคนเป็นพ่อพูดแบบนี้ต่อหน้าลูกครับ ผมกับน้องร้องออกมาแบบไม่เคยหนักเท่าตอนนี้แล้วพ่อก็ด่าไม่เลิก แล้วคือผมทนไม่ไหวจริงๆจึงตะคอกกลับไปว่า"ทำไรนึกถึงผลที่ตามมาบ้าง!" (จริงๆเวลาพ่อแม่ทะเลาะกันผมไม่กล้าทำไรเลยนะแต่ครังนี้ผมทนไม่ไหวจริงๆอะ)พ่อก็เหมือนหูทวนลมอะ ผมก็เลยพาแม่ไปนั่งในห้องนอนแม่ก็ร้องหนักมาก..ผ่านไปสักชั่วโมงกว่าๆแม่เริ่มหยุดร้องแล้วก็นั่งเหม่อแต่ก็ยังมีสตินะครับ...เรื่องก็เป็นงี้แหละครับคือผมอยากรู้ว่าแม่จะมีสุขภาพจิตเป็นไงต่อจากนี้บ้างครับแล้วก็ต้องการวิธีแก้ครับ ตอนนี้ผมอยู่ม.4อายุแค่15ปีต้องมาเจออะไรแบบนี้อะผมไม่ไหวครับ บางครั้งก็คิดว่าตัวเองเป็นเหตุทั้งหมดแล้วก็เคยคิดสั้นด้วยแต่ก็ยังคิดได้ว่าถ้าไม่มีเราแล้วแม่ก็คงจะคิดาั้นตามด้วยเลยไม่กล้าทำครับ วอนพี่ๆช่วยหน่อยนะครับผมรู้สึกหน่วงมากๆอะครับขอบคุณครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เข้ามาให้กำลังใจ จขกท คุณแม่และน้องค่ะ ^^

ทุกอย่างมีเหตุมีผลของมันเสมอ เพราะฉนั้น ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใด ต้องคิดให้มากว่าจะเกิดผลใดตามมาบ้าง อย่างที่ จขกท เอง บอกคุณพ่อไปนั่นเอง และเมื่อเป็นเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครสักคนที่ไม่เป็นทุกข์ และมีสุขภาพจิตอ่อนแอลง ไม่เพียงเฉพาะคุณแม่ หากรวมถึง จขกท และน้องด้วย

ในกรณีของคุณแม่นั้น ยามเกิดเรื่องแต่ละครั้ง สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของท่านน่าจะอ่อนแอลง คนเรานี่ เวลาร้องไห้หนัก ๆ เหนื่อยมากนะคะ แต่การร้องไห้ ก็มีหน้าที่และประโยชน์ของมัน อย่างน้อย มันช่วยให้จิตใจได้ผ่อนคลายลงบ้าง อย่ากลัวที่จะเห็นคุณแม่ร้องไห้ ยามอึดอัดใจ

ในเบื้องต้น ค่ำคืนนี้ ดูแลคุณแม่ให้ดี กอดท่าน ให้ท่านทานอาหารอ่อน ๆ และขอให้ท่านเข้านอน ก่อนนอน ชวนท่านไหว้พระ ขอพระคุ้มครอง

ส่วนตัวของ จขกท กับน้อง ทั้งสองคนไม่ผิด ไม่ได้เป็นเหตุให้สภาพครอบครัวเป็นเช่นนี้ ขออย่าคิดโทษตนเองอีกต่อไป รักษาจิตใจให้ร่าเริง สดชื่น สมวัย

ปัญหาที่เกิด เกิดจากความเห็นผิด กระทำผิดของพ่อ พ่อแม่นั้น ท่านเป็นผู้มีพระคุณ หากแต่ท่านก็เป็นคนธรรมดา มีรัก โลภ โกรธ หลง ทำถูก ทำผิด ได้เช่นกัน สภาพชีวิตทุกวันนี้ พ่อแม่ของหลาย ๆ ครอบครัว ต้องทำงานหนัก เพื่อจะมีรายได้ ทุกคนต่างต้องอดทน ครอบครัวจึงมีส่วนสำคัญมาก ครอบครัวที่อบอุ่น รักกันและเข้าใจกัน สมาชิกในครอบครัวก็จะมีกำลังกายกำลังใจที่จะสร้างสิ่งดีดีให้กับตนเองและครอบครัว เขียนมาถึงตรงนี้ อยากแนะนำ จขกท ค่ะ ว่า จขกท จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น อย่างน้อยนับจากวันนี้ อาจพยายามเพิ่มบทบาทของตนในการที่จะสร้างครอบครัวให้มีความสุขขึ้น สร้างสรรค์ขึ้น อย่างน้อย เท่าที่ทำได้ อาจไม่ต้องรวมถึงพ่อ แต่ดูแลแม่กับน้องให้มีความสุข รักและดูแลตนเอง แม่และน้องให้ดี พร้อม ๆ ไปกับการตั้งใจเรียน อาจเริ่มจากการศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์บ้าง เพื่อชวนแม่และน้องให้เรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อจะนำมาเป็นหลักหรือแนวทางในการดำรงชีวิต อาจใช้เวลาว่างด้วยกันให้มากขึ้น เช่น ชวนท่านปลูกต้นไม้ ไปเที่ยวสถานที่ใกล้ ๆ หรือออกกำลังกายด้วยกัน เป็นต้น

เอาใจช่วยให้ครอบครัวมีความสุขขึ้น และอย่างยั่งยืนค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่