คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เข้ามาให้กำลังใจ จขกท คุณแม่และน้องค่ะ ^^
ทุกอย่างมีเหตุมีผลของมันเสมอ เพราะฉนั้น ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใด ต้องคิดให้มากว่าจะเกิดผลใดตามมาบ้าง อย่างที่ จขกท เอง บอกคุณพ่อไปนั่นเอง และเมื่อเป็นเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครสักคนที่ไม่เป็นทุกข์ และมีสุขภาพจิตอ่อนแอลง ไม่เพียงเฉพาะคุณแม่ หากรวมถึง จขกท และน้องด้วย
ในกรณีของคุณแม่นั้น ยามเกิดเรื่องแต่ละครั้ง สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของท่านน่าจะอ่อนแอลง คนเรานี่ เวลาร้องไห้หนัก ๆ เหนื่อยมากนะคะ แต่การร้องไห้ ก็มีหน้าที่และประโยชน์ของมัน อย่างน้อย มันช่วยให้จิตใจได้ผ่อนคลายลงบ้าง อย่ากลัวที่จะเห็นคุณแม่ร้องไห้ ยามอึดอัดใจ
ในเบื้องต้น ค่ำคืนนี้ ดูแลคุณแม่ให้ดี กอดท่าน ให้ท่านทานอาหารอ่อน ๆ และขอให้ท่านเข้านอน ก่อนนอน ชวนท่านไหว้พระ ขอพระคุ้มครอง
ส่วนตัวของ จขกท กับน้อง ทั้งสองคนไม่ผิด ไม่ได้เป็นเหตุให้สภาพครอบครัวเป็นเช่นนี้ ขออย่าคิดโทษตนเองอีกต่อไป รักษาจิตใจให้ร่าเริง สดชื่น สมวัย
ปัญหาที่เกิด เกิดจากความเห็นผิด กระทำผิดของพ่อ พ่อแม่นั้น ท่านเป็นผู้มีพระคุณ หากแต่ท่านก็เป็นคนธรรมดา มีรัก โลภ โกรธ หลง ทำถูก ทำผิด ได้เช่นกัน สภาพชีวิตทุกวันนี้ พ่อแม่ของหลาย ๆ ครอบครัว ต้องทำงานหนัก เพื่อจะมีรายได้ ทุกคนต่างต้องอดทน ครอบครัวจึงมีส่วนสำคัญมาก ครอบครัวที่อบอุ่น รักกันและเข้าใจกัน สมาชิกในครอบครัวก็จะมีกำลังกายกำลังใจที่จะสร้างสิ่งดีดีให้กับตนเองและครอบครัว เขียนมาถึงตรงนี้ อยากแนะนำ จขกท ค่ะ ว่า จขกท จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น อย่างน้อยนับจากวันนี้ อาจพยายามเพิ่มบทบาทของตนในการที่จะสร้างครอบครัวให้มีความสุขขึ้น สร้างสรรค์ขึ้น อย่างน้อย เท่าที่ทำได้ อาจไม่ต้องรวมถึงพ่อ แต่ดูแลแม่กับน้องให้มีความสุข รักและดูแลตนเอง แม่และน้องให้ดี พร้อม ๆ ไปกับการตั้งใจเรียน อาจเริ่มจากการศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์บ้าง เพื่อชวนแม่และน้องให้เรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อจะนำมาเป็นหลักหรือแนวทางในการดำรงชีวิต อาจใช้เวลาว่างด้วยกันให้มากขึ้น เช่น ชวนท่านปลูกต้นไม้ ไปเที่ยวสถานที่ใกล้ ๆ หรือออกกำลังกายด้วยกัน เป็นต้น
เอาใจช่วยให้ครอบครัวมีความสุขขึ้น และอย่างยั่งยืนค่ะ
ทุกอย่างมีเหตุมีผลของมันเสมอ เพราะฉนั้น ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใด ต้องคิดให้มากว่าจะเกิดผลใดตามมาบ้าง อย่างที่ จขกท เอง บอกคุณพ่อไปนั่นเอง และเมื่อเป็นเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครสักคนที่ไม่เป็นทุกข์ และมีสุขภาพจิตอ่อนแอลง ไม่เพียงเฉพาะคุณแม่ หากรวมถึง จขกท และน้องด้วย
ในกรณีของคุณแม่นั้น ยามเกิดเรื่องแต่ละครั้ง สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของท่านน่าจะอ่อนแอลง คนเรานี่ เวลาร้องไห้หนัก ๆ เหนื่อยมากนะคะ แต่การร้องไห้ ก็มีหน้าที่และประโยชน์ของมัน อย่างน้อย มันช่วยให้จิตใจได้ผ่อนคลายลงบ้าง อย่ากลัวที่จะเห็นคุณแม่ร้องไห้ ยามอึดอัดใจ
ในเบื้องต้น ค่ำคืนนี้ ดูแลคุณแม่ให้ดี กอดท่าน ให้ท่านทานอาหารอ่อน ๆ และขอให้ท่านเข้านอน ก่อนนอน ชวนท่านไหว้พระ ขอพระคุ้มครอง
ส่วนตัวของ จขกท กับน้อง ทั้งสองคนไม่ผิด ไม่ได้เป็นเหตุให้สภาพครอบครัวเป็นเช่นนี้ ขออย่าคิดโทษตนเองอีกต่อไป รักษาจิตใจให้ร่าเริง สดชื่น สมวัย
ปัญหาที่เกิด เกิดจากความเห็นผิด กระทำผิดของพ่อ พ่อแม่นั้น ท่านเป็นผู้มีพระคุณ หากแต่ท่านก็เป็นคนธรรมดา มีรัก โลภ โกรธ หลง ทำถูก ทำผิด ได้เช่นกัน สภาพชีวิตทุกวันนี้ พ่อแม่ของหลาย ๆ ครอบครัว ต้องทำงานหนัก เพื่อจะมีรายได้ ทุกคนต่างต้องอดทน ครอบครัวจึงมีส่วนสำคัญมาก ครอบครัวที่อบอุ่น รักกันและเข้าใจกัน สมาชิกในครอบครัวก็จะมีกำลังกายกำลังใจที่จะสร้างสิ่งดีดีให้กับตนเองและครอบครัว เขียนมาถึงตรงนี้ อยากแนะนำ จขกท ค่ะ ว่า จขกท จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น อย่างน้อยนับจากวันนี้ อาจพยายามเพิ่มบทบาทของตนในการที่จะสร้างครอบครัวให้มีความสุขขึ้น สร้างสรรค์ขึ้น อย่างน้อย เท่าที่ทำได้ อาจไม่ต้องรวมถึงพ่อ แต่ดูแลแม่กับน้องให้มีความสุข รักและดูแลตนเอง แม่และน้องให้ดี พร้อม ๆ ไปกับการตั้งใจเรียน อาจเริ่มจากการศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์บ้าง เพื่อชวนแม่และน้องให้เรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อจะนำมาเป็นหลักหรือแนวทางในการดำรงชีวิต อาจใช้เวลาว่างด้วยกันให้มากขึ้น เช่น ชวนท่านปลูกต้นไม้ ไปเที่ยวสถานที่ใกล้ ๆ หรือออกกำลังกายด้วยกัน เป็นต้น
เอาใจช่วยให้ครอบครัวมีความสุขขึ้น และอย่างยั่งยืนค่ะ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
พ่อแม่ทะเลาะกันแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพจิตของพ่อกับแม่เองไหม