ว่าจะตั้งกระทู้ถามนานแล้ว ตอนมีข่าวใหม่ๆเรื่องภาษีความหวาน แอบเห็นดีเห็นงามที่รัฐสนใจเรื่องสุขภาพประชาชน
พอเก็บจริง ตัวไม่ใส่น้ำตาลดันขึ้นราคาด้วย
ชามีน้ำตาลเคย 18บาท ->20บาท ขึ้นมา 11%
ชาไม่มีน้ำตาลเคย 25บาท ->30บาท ขึ้นมา 20% คิดเป็น% ขึ้นมาแพงกว่าอีก
โดยรวมแล้วเหมือนไม่ได้เก็บ เพราะราคาก็ขึ้นมาทั้งหมดใส่น้ำตาล ไม่ใส่น้ำตาล
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผู้ประกอบการเองที่พยายามผลักภาระให้ผู้บริโภค โดยพยายามให้ประชาชนบริโภคน้ำตาล
เอาที่ตัวเองผลิตง่าย เลยพยายามดันราคาตัวไม่ใส่น้ำตาล
หรือเป็นเพราะจริงๆแล้วรัฐบาลแค่อยากได้เงินเพิ่ม แต่เอาเรื่องน้ำตาลมาอ้าง
โดยภาพรวมคหสต. ถ้าผลลัพธ์เป็นแบบนี้ นโยบายภาษีความหวานในทางปฎิบัติถือว่าล้มเหลว
เพราะสิ่งเดียวที่สังคมได้คือราคาสินค้าที่สูงขึ้น ไม่ได้ส่งเสริมเรื่องโภชนาการของประชาชนแต่อย่างใด
หากภาครัฐไม่ได้เจตนาจะแค่ขึ้นภาษีควรมีการตรวจสอบกับผู้ประกอบการในเชิงลึกให้มากขึ้น
ขออนุญาตแทคหว้ากอ เผื่อมีนักวิทย์เข้ามาให้ความรู้ ว่ามีการตีความอย่างไร
เครื่องดื่มที่ไม่ใส่น้ำตาลถึงถูกตีความรวมอยู่ในหมวดที่ต้องเก็บภาษีได้
สงสัยเรื่องภาษีความหวานเครื่องดื่มที่รัฐเริ่มเก็บเมื่อปีก่อนรัฐเก็บอีท่าไหนเครื่องดื่มไม่ใส่น้ำตาลถึงราคาขึ้น5บาท?
พอเก็บจริง ตัวไม่ใส่น้ำตาลดันขึ้นราคาด้วย
ชามีน้ำตาลเคย 18บาท ->20บาท ขึ้นมา 11%
ชาไม่มีน้ำตาลเคย 25บาท ->30บาท ขึ้นมา 20% คิดเป็น% ขึ้นมาแพงกว่าอีก
โดยรวมแล้วเหมือนไม่ได้เก็บ เพราะราคาก็ขึ้นมาทั้งหมดใส่น้ำตาล ไม่ใส่น้ำตาล
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผู้ประกอบการเองที่พยายามผลักภาระให้ผู้บริโภค โดยพยายามให้ประชาชนบริโภคน้ำตาล
เอาที่ตัวเองผลิตง่าย เลยพยายามดันราคาตัวไม่ใส่น้ำตาล
หรือเป็นเพราะจริงๆแล้วรัฐบาลแค่อยากได้เงินเพิ่ม แต่เอาเรื่องน้ำตาลมาอ้าง
โดยภาพรวมคหสต. ถ้าผลลัพธ์เป็นแบบนี้ นโยบายภาษีความหวานในทางปฎิบัติถือว่าล้มเหลว
เพราะสิ่งเดียวที่สังคมได้คือราคาสินค้าที่สูงขึ้น ไม่ได้ส่งเสริมเรื่องโภชนาการของประชาชนแต่อย่างใด
หากภาครัฐไม่ได้เจตนาจะแค่ขึ้นภาษีควรมีการตรวจสอบกับผู้ประกอบการในเชิงลึกให้มากขึ้น
ขออนุญาตแทคหว้ากอ เผื่อมีนักวิทย์เข้ามาให้ความรู้ ว่ามีการตีความอย่างไร
เครื่องดื่มที่ไม่ใส่น้ำตาลถึงถูกตีความรวมอยู่ในหมวดที่ต้องเก็บภาษีได้