ล้อมวง เล่า เรื่อง ผี / ย้อนรอย...ในห้องใต้ดิน EP. 4
ความเดิมจาก EP. 3
“ทำให้แฟนกูต้องตาย”
“เปล่านะ ไอ้วิน กูไม่ได้ฆ่าญาดาเลยนะ ตื่นมาตอนเช้าเธอก็หายตัวไปแล้ว กูไม่ได้ทำจริงๆนะ ไอ้วิน” อาการกลัวความผิดแฝงอยู่ในน้ำเสียงที่เปล่งออกมา “อย่าทำอะไรกูกับแพนเลยนะ กูขอร้อง”
“นี่คิดว่ากูคือ นาวินจริงๆเหรอ มองตากูให้ชัดๆนะ แล้วจะรู้”
“ญ...ญาดา นี่เธอคือญาดาเหรอ ไม่จริงเป็นไปไม่ได้” วศินมองลึกเข้าไปในดวงตาของบอย เมื่อเห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองแล้วชวนน่าหลงไหลเหมือนของญาดาไม่มีผิด เขายิ่งสับสนไปกันใหญ่ทำไมบอยคือญาดากลับชาติมาเกิดทั้งๆที่ เธอไม่ได้ตายนาวินต่างหากที่ตาย
“กูจำเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ตั้งแต่กูโทรศัพท์เข้าเครื่องของวินแล้วเป็นคนรับ......”
.....................................................
หญิงสาวเดินออกมาจากห้องของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยหน้าตายิ้มแย้ม เธอเข้าไปปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาต่อปริญญาโทของเธอและนาวิน เมื่อได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ว่าสิ่งที่เธอวางแผนจะทำในอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่เธอคิดถูกแล้ว เธอตั้งใจจะชวนนาวิน แฟนหนุ่มเข้าไปทานข้าวกับครอบครัวของเธอและต้องการจะบอกแผนชีวิตในอนาคตให้ครอบครัวได้รู้ว่าเธอต้องการใช้ชีวิตคู่กับคนรัก
“ฮัลโหลวิน อยู่ไหน ดาว่าจะชวน..” ญาดายกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแฟนหนุ่ม แต่ก็หยุดชะงักไปเมื่อเสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงของนาวิน แต่กลับเป็นเสียงของวศินแทน
“ฮัลโหล ญาดา มีอะไรหรือเปล่า พอดีไอ้วินมาเที่ยวที่บ้านเราแต่ตอนนี้มันไปเข้าห้องน้ำ” ปลายสายพูดตอบกลับ “ตอนนี้เรากำลังปาร์ตี้กันอยู่ ญาดาก็มาฉลองด้วยกันซิเราเพิ่งได้งานทำเลยชวนไอ้วินมาที่บ้าน” เสียงวศินดูตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
“ออ งั้นก็ได้ ฝากบอกวินด้วยนะว่าเดี๋ยวเราจะเข้าไป” หญิงสาวรีบตัดบทเพราะผิดหวังนิดหน่อย อันที่จริงถ้าเป็นไปได้เธอไม่ได้อยากจะเข้าไปเหยียบที่บ้านของวศินซักเท่าไหร่ เพราะเขาชอบมาตื้อและชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ ทั้งๆที่เธอไม่ได้ชอบเขาซักนิด แต่เมื่อนาวินอยู่ที่นั้นเธอจึงจำเป็นต้องไป
“โอเคๆเดี๋ยวเจอกันนะญาดา” ปลายสายกดวางสายไป
ไม่นานนักญาดาก็ขับรถมาถึงหน้าบ้านของวศิน บ้านทั้งหลังเปิดไฟสว่างไสว แต่แปลกตรงที่เหมือนไม่มีใครอยู่ในบ้านเลย หญิงสาวเดินลงจากรถไปกดกริ๊งหน้าบ้าน หลังจากยืนรอไม่ถึงห้านาที วศินก็เดินยิ้มแย้มออกมาเปิดประตูรั้วให้เธอ แล้วเดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน
“แล้วนี่นาวินไปไหนล่ะ เราอยากคุยกับนาวินเดี๋ยวนึง” ญาดารีบถามถึงแฟนหนุ่มด้วยความที่รู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดีคล้ายกับว่ามีอะไรจะเกิดขึ้นกับนาวิน และไม่อยากเข้าไปอยู่ในบ้านสองคนกับวศิน
“อ้อ ไอ้วินมันเอารถมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้อของข้างนอก อีกเดี๋ยวก็คงกลับ ญาดาเข้ามาข้างในก่อนซิ” วศินพยายามเชิญชวนหญิงสาวเข้ามาดีๆ โดยซ่อนความชั่วเอาไว้ในใจ “พอดีน้ำแข็งหมด ไอ้วินเลยอาสาไปซื้อให้”
“ก็ได้ ว่าแต่..วศินได้งานที่ไหนหรอ” ญาดาเดินตามวศินเข้าไปนั่งในห้องรับแขก
“ก็งานออฟฟิศ แถวๆบ้านเรานี่แหละ จะได้เดินทางไปมาสะดวกหน่อย” วศินนั่งกุมและบีบมือขวาอยู่ตลอดเวลาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากการต่อยหน้านาวิน จนญาดาสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ
“แล้วมือไปโดนอะไรมาหรอวศิน เราเห็นมันสั่นๆมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” ญาดาเหมือนจะเห็นเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย ด้วยความที่เห็นว่าเป็นเพื่อนจึงเอื้อมมือหวังว่าจะช่วยดูอาการ วศินจึงใช้โอกาสนี้จับมือของญาดาไว้ “ทำอะไรน่ะวศิน ปล่อยมือเรานะ”
“เราชอบเธอนะญาดา เรามันไม่ดีตรงไหน เราสู้ไอ้วินไม่ได้ตรงไหน” วศินจู่โจมแบบไม่ให้หญิงสาวตั้งตัว
“เราต้องกลับแล้วล่ะ ที่บ้านกำลังรอเราอยู่ ฝากบอกวินด้วยว่าเรากลับแล้ว” ญาดารีบตัดบททันที นึกแล้วว่าวศินต้องมาไม้นี้ เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและรีบหันหลังตรงไปทางหน้าบ้าน แต่เธอถูกวศินวิ่งมาคว้าตัวจากด้านหลัง “กรี๊ดดดดดดดดด...” เธอพยายามร้องให้ดังที่สุดหวังว่าคนข้างบ้านจะได้ยิน แต่ก็เปล่าประโยชน์ ไม่มีใครเข้ามาช่วยเธอแม้แต่คนเดียว หญิงสาวพยายามดิ้นให้หลุดจากมือชายชั่ว ข้าวของบนโต๊ะหล่นกระจายไปทั่วเมื่อร่างของทั้งคู่เดินเซไปชนเข้า
“ยอมซะเถอะญาดา ไอ้วินมันไม่รู้หรอก”
“กรี๊ดดดดด... ไอ้ชั่วปล่อยกูไปนะ” ญาดาดิ้นเท่าไหร่ก็ดิ้นไม่หลุด เธอไม่อาจจะสู้แรงของผู้ชายได้ วศินที่ฉุดยื้ออยู่นานเริ่มจะหมดความอดทน จึงปล่อยมือที่รัดร่างของญาดาออก แต่มือซ้ายกลับดึงให้หญิงสาวหันหน้ากลับมาและเหวี่ยงมัดขวาชกเข้าที่ท้องน้อย ญาดาแทบจะหมดเรียวแรงลงทันที เธอถูกวศินอุ้มขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อสำเร็จความต้องการที่จะครอบครองในตัวเธอ
ญาดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืด เธอรู้สึกผิดหวังกับชีวิตที่สุดตั้งแต่เธอเกิดมาที่ต้องตกมาเป็นเหยื่อชายชั่วที่ตีหน้าเซ่อแสร้งเข้ามาเป็นเพื่อน เธออยากจะคว้ามีดเอามากะซวกชายที่นอนข้างกายเธอตอนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เธอใจไม่แข็งพอที่จะไปชดใช้ความผิดของเธออยู่ในคุกหากเธอโดนตำรวจจับข้อหาฆ่าคนตาย มันไม่คุ้มกันเลยแค่นี้ชีวิตเธอก็พังมากแล้ว เธอต้องรีบไปแจ้งความให้เร็วที่สุด เมื่อตั้งสติได้ญาดารีบใส่เสื้อผ้าแล้วค่อยๆย่องออกมาจากห้องนอน เธอเดินผ่านโถงทางเดินบนบ้านชั้นสอง ประตูห้องต่างๆเปิดอ้าทิ้งไว้บ่งบอกว่าเมื่อคืนไม่มีใครอยู่บ้านเลย ก่อนจะถึงบันไดสายตาเธอมองลอดออกไปนอกหน้าต่าง สายตาจับจ้องไปที่รถคันหนึ่ง รถคันนั้นคือ..รถของนาวิน
เมื่อคืนนาวินต้องอยู่ในบ้านหลังนี้แน่ๆ วศินต้องปิดบังอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่รู้ เธอรีบลงมายังชั้นล่างเดินตรงมาควานหาโทรศัพท์ในความมืดของห้องนั่งเล่น น่าจะตกอยู่ตรงไหนซักแห่งใกล้ๆกับกระเป๋าใบโปรด แสงไฟจากด้านนอกส่องเข้ามาให้เห็นลางๆจึงทำให้หาง่ายกว่าที่คิด
“วิน รับโทรศัพท์ซิ” ญาดาพึมพำเบาๆในลำคอ แต่ที่แปลกไปกว่านั้น มีเสียงเบาๆคล้ายเสียงเพลงดังเล็ดลอดมาจากที่ใดซักแห่งในบ้าน เสียงเพลงนั้นคุ้นหูของเธอมากเพราะมันเป็นเสียงโทรศัพท์ของนาวิน หญิงสาวค่อยๆเดินหาต้นตอของเสียงจนกระทั้งมาหยุดอยู่ตรงประตูห้องเก็บของใต้บันได เธอเปิดประตูออกและพบว่ามันไม่ใช่ห้องเก็บของปกติ มันเป็นทางเดินลงไปห้องใต้ดินของบ้าน เสียงโทรศัพท์ดังจากด้านล่างห้องใต้ดินซักพักและตัดเงียบไป หญิงสาวตัดสินใจโทรเข้าเครื่องของนาวินอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เสียงรอสายดังขึ้นอีกครั้ง ญาดาตัดสินใจเดินลงไปอย่างกล้าๆกลัวๆ สิ่งที่เห็นเมื่อลงไปถึง เธอถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงไปกับพื้น สิ่งที่ญาดาเห็นคือร่างของนาวินถูกจับนั่งมัดติดกับเก้าอี้ไม่ไหวติง หน้าตาฟกช้ำและเต็มไปด้วยเลือด
“วิน เป็นยังบ้าง” ญาดาใจคอไม่ดี รีบถลาเข้าไปหาแฟนหนุ่มพร้อมกับเขย่าที่ไหล่ให้เขารู้สึกตัว แต่ทว่ากลับมีแต่ความเงียบและความมืดที่ได้กลับมา “วิน วิน เธอเป็นอะไรไป วศินทำกับเธอถึงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” น้ำใสๆเริ่มรินไหลออกมาจากตาเมื่อเธอยื่นมือไปสัมผัสที่จมูกจึงรู้ว่า แฟนหนุ่มได้ตายไปแล้ว สิ่งที่วศินได้ทำกับเธอและนาวินมันช่างโหดเหี้ยมเกินกว่าจะบรรยาย
ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของญาดาเกือบหนึ่งชั่วโมง เธอนั่งเหมือนคนหมดเรียวแรงอยู่ข้างๆนาวินอย่างเงียบๆ อนาคตที่กำลังจะสดใสที่ทั้งคู่วางแผนไว้จบลงเพียงเพราะเพื่อนเลวๆแค่คนเดียว หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้ม เธอหันซ้ายหันขวาเหมือนจะหาอะไรบางอย่างและก็เจอสิ่งที่ต้องการ เชือกขดใหญ่วางอยู่ไม่ไกลนักเธอเดินไปหยิบขึ้นมามัดไว้กับพัดลมเพดานเพื่อที่จะแขวนคอตายตามนาวินไป เมื่อตระเตรียมเชือกเสร็จ ญาดาจึงกลั้นใจแขวนคอตัวเองและถีบเก้าอี้ให้ล้มลง ร่างของหญิงสาวห้อยอยู่ใกล้ๆร่างของนาวิน เท้าทั้งสองชักกระตุกพยายามถีบอากาศไปมา ลมหายใจติดขัดและเจ็บคอบริเวณที่ถูกเชือกรัดเอาไว้ ความตายไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ความทรมานก่อนตายนี่มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน ก่อนที่ลมหายใจจะหยุดเชือกที่ผูกไว้กับพัดลมกลับคลายออกและปล่อยให้ร่างของหญิงสาวตกลงไปกองอยู่กับพื้น ญาดาหายใจเอาอากาศเฮือกใหญ่เข้าไปในปอด พลางจับบริเวณคอที่เจ็บจากการถูกเชือกรัด เป็นไปไม่ได้เธอมัดเชือกอย่างแน่นหนาแล้วไม่มีทางที่มันจะหลุดออกได้ง่ายๆ พลันจะลุกไปมัดเชือกอีกครั้งเสียงที่ได้ยินในหูถึงกับทำให้ญาดาขนลุกบริเวณท้ายทอย
“ญาดา อย่าทำเลย” เสียงจางๆของนาวินดังขึ้นมาในหู แต่ร่างของนาวินก็ยังนั่งนิ่งอยู่ “ทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์หรอก”
“วิน วินตายแล้วจริงๆหรอ” หญิงสาวน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง “เราจะไปอยู่ด้วยกันนะวิน ดากำลังจะตามวินไป” เธอจับเก้าอี้ตั้งขึ้นอีกครั้งก่อนจะก้าวขึ้นไปผูกเชือกใหม่
“ญาดา อย่าทำแบบนี้เลย คุณต้องออกไปจากที่นี่ ไปหาคนมาช่วยและช่วยพาผมออกไปจากห้องๆนี้ด้วย” เสียงเย็นๆของนาวินอ้อนว้อนแฟนสาวไม่ให้คิดฆ่าตัวตาย
“ก็ได้ค่ะ ดาจะทำตามที่วินบอก ดาจะไปแจ้งตำรวจเพื่อให้วศินได้รับโทษที่มันทำไว้กับเราสองคน” ญาดาพูดออกมาเพียงลำพัง ไม่มีเสียงของนาวินตอบกลับเขาคงรับรู้ในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ หญิงสาวเดินตรงขึ้นไปบนบันไดเพื่อออกจากห้องใต้ดิน นี่ก็เช้ามากแล้วเธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่วศินจะตื่นและจับเธอขังไว้เหมือนกับนาวิน เธอไม่มีวันยอมเสียท่าให้ชายชั่วนั่นเป็นครั้งที่สองแน่ มือซ้ายกำกระเป๋าใบโปรดไว้แน่นแล้วใช้มือขวาควานหากุญแจรถในขณะที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากบ้านตรงมาที่รถยนต์…
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องราวต่อๆไปได้ที่ เพจ Facebook :
https://www.facebook.com/ShockTimeStory/
ล้อมวง เล่า เรื่อง ผี / ย้อนรอย...ในห้องใต้ดิน EP. 4
ความเดิมจาก EP. 3
“ทำให้แฟนกูต้องตาย”
“เปล่านะ ไอ้วิน กูไม่ได้ฆ่าญาดาเลยนะ ตื่นมาตอนเช้าเธอก็หายตัวไปแล้ว กูไม่ได้ทำจริงๆนะ ไอ้วิน” อาการกลัวความผิดแฝงอยู่ในน้ำเสียงที่เปล่งออกมา “อย่าทำอะไรกูกับแพนเลยนะ กูขอร้อง”
“นี่คิดว่ากูคือ นาวินจริงๆเหรอ มองตากูให้ชัดๆนะ แล้วจะรู้”
“ญ...ญาดา นี่เธอคือญาดาเหรอ ไม่จริงเป็นไปไม่ได้” วศินมองลึกเข้าไปในดวงตาของบอย เมื่อเห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองแล้วชวนน่าหลงไหลเหมือนของญาดาไม่มีผิด เขายิ่งสับสนไปกันใหญ่ทำไมบอยคือญาดากลับชาติมาเกิดทั้งๆที่ เธอไม่ได้ตายนาวินต่างหากที่ตาย
“กูจำเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ตั้งแต่กูโทรศัพท์เข้าเครื่องของวินแล้วเป็นคนรับ......”
.....................................................
หญิงสาวเดินออกมาจากห้องของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยหน้าตายิ้มแย้ม เธอเข้าไปปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาต่อปริญญาโทของเธอและนาวิน เมื่อได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ว่าสิ่งที่เธอวางแผนจะทำในอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่เธอคิดถูกแล้ว เธอตั้งใจจะชวนนาวิน แฟนหนุ่มเข้าไปทานข้าวกับครอบครัวของเธอและต้องการจะบอกแผนชีวิตในอนาคตให้ครอบครัวได้รู้ว่าเธอต้องการใช้ชีวิตคู่กับคนรัก
“ฮัลโหลวิน อยู่ไหน ดาว่าจะชวน..” ญาดายกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแฟนหนุ่ม แต่ก็หยุดชะงักไปเมื่อเสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงของนาวิน แต่กลับเป็นเสียงของวศินแทน
“ฮัลโหล ญาดา มีอะไรหรือเปล่า พอดีไอ้วินมาเที่ยวที่บ้านเราแต่ตอนนี้มันไปเข้าห้องน้ำ” ปลายสายพูดตอบกลับ “ตอนนี้เรากำลังปาร์ตี้กันอยู่ ญาดาก็มาฉลองด้วยกันซิเราเพิ่งได้งานทำเลยชวนไอ้วินมาที่บ้าน” เสียงวศินดูตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
“ออ งั้นก็ได้ ฝากบอกวินด้วยนะว่าเดี๋ยวเราจะเข้าไป” หญิงสาวรีบตัดบทเพราะผิดหวังนิดหน่อย อันที่จริงถ้าเป็นไปได้เธอไม่ได้อยากจะเข้าไปเหยียบที่บ้านของวศินซักเท่าไหร่ เพราะเขาชอบมาตื้อและชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ ทั้งๆที่เธอไม่ได้ชอบเขาซักนิด แต่เมื่อนาวินอยู่ที่นั้นเธอจึงจำเป็นต้องไป
“โอเคๆเดี๋ยวเจอกันนะญาดา” ปลายสายกดวางสายไป
ไม่นานนักญาดาก็ขับรถมาถึงหน้าบ้านของวศิน บ้านทั้งหลังเปิดไฟสว่างไสว แต่แปลกตรงที่เหมือนไม่มีใครอยู่ในบ้านเลย หญิงสาวเดินลงจากรถไปกดกริ๊งหน้าบ้าน หลังจากยืนรอไม่ถึงห้านาที วศินก็เดินยิ้มแย้มออกมาเปิดประตูรั้วให้เธอ แล้วเดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน
“แล้วนี่นาวินไปไหนล่ะ เราอยากคุยกับนาวินเดี๋ยวนึง” ญาดารีบถามถึงแฟนหนุ่มด้วยความที่รู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดีคล้ายกับว่ามีอะไรจะเกิดขึ้นกับนาวิน และไม่อยากเข้าไปอยู่ในบ้านสองคนกับวศิน
“อ้อ ไอ้วินมันเอารถมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้อของข้างนอก อีกเดี๋ยวก็คงกลับ ญาดาเข้ามาข้างในก่อนซิ” วศินพยายามเชิญชวนหญิงสาวเข้ามาดีๆ โดยซ่อนความชั่วเอาไว้ในใจ “พอดีน้ำแข็งหมด ไอ้วินเลยอาสาไปซื้อให้”
“ก็ได้ ว่าแต่..วศินได้งานที่ไหนหรอ” ญาดาเดินตามวศินเข้าไปนั่งในห้องรับแขก
“ก็งานออฟฟิศ แถวๆบ้านเรานี่แหละ จะได้เดินทางไปมาสะดวกหน่อย” วศินนั่งกุมและบีบมือขวาอยู่ตลอดเวลาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากการต่อยหน้านาวิน จนญาดาสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ
“แล้วมือไปโดนอะไรมาหรอวศิน เราเห็นมันสั่นๆมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” ญาดาเหมือนจะเห็นเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย ด้วยความที่เห็นว่าเป็นเพื่อนจึงเอื้อมมือหวังว่าจะช่วยดูอาการ วศินจึงใช้โอกาสนี้จับมือของญาดาไว้ “ทำอะไรน่ะวศิน ปล่อยมือเรานะ”
“เราชอบเธอนะญาดา เรามันไม่ดีตรงไหน เราสู้ไอ้วินไม่ได้ตรงไหน” วศินจู่โจมแบบไม่ให้หญิงสาวตั้งตัว
“เราต้องกลับแล้วล่ะ ที่บ้านกำลังรอเราอยู่ ฝากบอกวินด้วยว่าเรากลับแล้ว” ญาดารีบตัดบททันที นึกแล้วว่าวศินต้องมาไม้นี้ เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและรีบหันหลังตรงไปทางหน้าบ้าน แต่เธอถูกวศินวิ่งมาคว้าตัวจากด้านหลัง “กรี๊ดดดดดดดดด...” เธอพยายามร้องให้ดังที่สุดหวังว่าคนข้างบ้านจะได้ยิน แต่ก็เปล่าประโยชน์ ไม่มีใครเข้ามาช่วยเธอแม้แต่คนเดียว หญิงสาวพยายามดิ้นให้หลุดจากมือชายชั่ว ข้าวของบนโต๊ะหล่นกระจายไปทั่วเมื่อร่างของทั้งคู่เดินเซไปชนเข้า
“ยอมซะเถอะญาดา ไอ้วินมันไม่รู้หรอก”
“กรี๊ดดดดด... ไอ้ชั่วปล่อยกูไปนะ” ญาดาดิ้นเท่าไหร่ก็ดิ้นไม่หลุด เธอไม่อาจจะสู้แรงของผู้ชายได้ วศินที่ฉุดยื้ออยู่นานเริ่มจะหมดความอดทน จึงปล่อยมือที่รัดร่างของญาดาออก แต่มือซ้ายกลับดึงให้หญิงสาวหันหน้ากลับมาและเหวี่ยงมัดขวาชกเข้าที่ท้องน้อย ญาดาแทบจะหมดเรียวแรงลงทันที เธอถูกวศินอุ้มขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อสำเร็จความต้องการที่จะครอบครองในตัวเธอ
ญาดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืด เธอรู้สึกผิดหวังกับชีวิตที่สุดตั้งแต่เธอเกิดมาที่ต้องตกมาเป็นเหยื่อชายชั่วที่ตีหน้าเซ่อแสร้งเข้ามาเป็นเพื่อน เธออยากจะคว้ามีดเอามากะซวกชายที่นอนข้างกายเธอตอนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เธอใจไม่แข็งพอที่จะไปชดใช้ความผิดของเธออยู่ในคุกหากเธอโดนตำรวจจับข้อหาฆ่าคนตาย มันไม่คุ้มกันเลยแค่นี้ชีวิตเธอก็พังมากแล้ว เธอต้องรีบไปแจ้งความให้เร็วที่สุด เมื่อตั้งสติได้ญาดารีบใส่เสื้อผ้าแล้วค่อยๆย่องออกมาจากห้องนอน เธอเดินผ่านโถงทางเดินบนบ้านชั้นสอง ประตูห้องต่างๆเปิดอ้าทิ้งไว้บ่งบอกว่าเมื่อคืนไม่มีใครอยู่บ้านเลย ก่อนจะถึงบันไดสายตาเธอมองลอดออกไปนอกหน้าต่าง สายตาจับจ้องไปที่รถคันหนึ่ง รถคันนั้นคือ..รถของนาวิน
เมื่อคืนนาวินต้องอยู่ในบ้านหลังนี้แน่ๆ วศินต้องปิดบังอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่รู้ เธอรีบลงมายังชั้นล่างเดินตรงมาควานหาโทรศัพท์ในความมืดของห้องนั่งเล่น น่าจะตกอยู่ตรงไหนซักแห่งใกล้ๆกับกระเป๋าใบโปรด แสงไฟจากด้านนอกส่องเข้ามาให้เห็นลางๆจึงทำให้หาง่ายกว่าที่คิด
“วิน รับโทรศัพท์ซิ” ญาดาพึมพำเบาๆในลำคอ แต่ที่แปลกไปกว่านั้น มีเสียงเบาๆคล้ายเสียงเพลงดังเล็ดลอดมาจากที่ใดซักแห่งในบ้าน เสียงเพลงนั้นคุ้นหูของเธอมากเพราะมันเป็นเสียงโทรศัพท์ของนาวิน หญิงสาวค่อยๆเดินหาต้นตอของเสียงจนกระทั้งมาหยุดอยู่ตรงประตูห้องเก็บของใต้บันได เธอเปิดประตูออกและพบว่ามันไม่ใช่ห้องเก็บของปกติ มันเป็นทางเดินลงไปห้องใต้ดินของบ้าน เสียงโทรศัพท์ดังจากด้านล่างห้องใต้ดินซักพักและตัดเงียบไป หญิงสาวตัดสินใจโทรเข้าเครื่องของนาวินอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เสียงรอสายดังขึ้นอีกครั้ง ญาดาตัดสินใจเดินลงไปอย่างกล้าๆกลัวๆ สิ่งที่เห็นเมื่อลงไปถึง เธอถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงไปกับพื้น สิ่งที่ญาดาเห็นคือร่างของนาวินถูกจับนั่งมัดติดกับเก้าอี้ไม่ไหวติง หน้าตาฟกช้ำและเต็มไปด้วยเลือด
“วิน เป็นยังบ้าง” ญาดาใจคอไม่ดี รีบถลาเข้าไปหาแฟนหนุ่มพร้อมกับเขย่าที่ไหล่ให้เขารู้สึกตัว แต่ทว่ากลับมีแต่ความเงียบและความมืดที่ได้กลับมา “วิน วิน เธอเป็นอะไรไป วศินทำกับเธอถึงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” น้ำใสๆเริ่มรินไหลออกมาจากตาเมื่อเธอยื่นมือไปสัมผัสที่จมูกจึงรู้ว่า แฟนหนุ่มได้ตายไปแล้ว สิ่งที่วศินได้ทำกับเธอและนาวินมันช่างโหดเหี้ยมเกินกว่าจะบรรยาย
ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของญาดาเกือบหนึ่งชั่วโมง เธอนั่งเหมือนคนหมดเรียวแรงอยู่ข้างๆนาวินอย่างเงียบๆ อนาคตที่กำลังจะสดใสที่ทั้งคู่วางแผนไว้จบลงเพียงเพราะเพื่อนเลวๆแค่คนเดียว หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้ม เธอหันซ้ายหันขวาเหมือนจะหาอะไรบางอย่างและก็เจอสิ่งที่ต้องการ เชือกขดใหญ่วางอยู่ไม่ไกลนักเธอเดินไปหยิบขึ้นมามัดไว้กับพัดลมเพดานเพื่อที่จะแขวนคอตายตามนาวินไป เมื่อตระเตรียมเชือกเสร็จ ญาดาจึงกลั้นใจแขวนคอตัวเองและถีบเก้าอี้ให้ล้มลง ร่างของหญิงสาวห้อยอยู่ใกล้ๆร่างของนาวิน เท้าทั้งสองชักกระตุกพยายามถีบอากาศไปมา ลมหายใจติดขัดและเจ็บคอบริเวณที่ถูกเชือกรัดเอาไว้ ความตายไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ความทรมานก่อนตายนี่มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน ก่อนที่ลมหายใจจะหยุดเชือกที่ผูกไว้กับพัดลมกลับคลายออกและปล่อยให้ร่างของหญิงสาวตกลงไปกองอยู่กับพื้น ญาดาหายใจเอาอากาศเฮือกใหญ่เข้าไปในปอด พลางจับบริเวณคอที่เจ็บจากการถูกเชือกรัด เป็นไปไม่ได้เธอมัดเชือกอย่างแน่นหนาแล้วไม่มีทางที่มันจะหลุดออกได้ง่ายๆ พลันจะลุกไปมัดเชือกอีกครั้งเสียงที่ได้ยินในหูถึงกับทำให้ญาดาขนลุกบริเวณท้ายทอย
“ญาดา อย่าทำเลย” เสียงจางๆของนาวินดังขึ้นมาในหู แต่ร่างของนาวินก็ยังนั่งนิ่งอยู่ “ทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์หรอก”
“วิน วินตายแล้วจริงๆหรอ” หญิงสาวน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง “เราจะไปอยู่ด้วยกันนะวิน ดากำลังจะตามวินไป” เธอจับเก้าอี้ตั้งขึ้นอีกครั้งก่อนจะก้าวขึ้นไปผูกเชือกใหม่
“ญาดา อย่าทำแบบนี้เลย คุณต้องออกไปจากที่นี่ ไปหาคนมาช่วยและช่วยพาผมออกไปจากห้องๆนี้ด้วย” เสียงเย็นๆของนาวินอ้อนว้อนแฟนสาวไม่ให้คิดฆ่าตัวตาย
“ก็ได้ค่ะ ดาจะทำตามที่วินบอก ดาจะไปแจ้งตำรวจเพื่อให้วศินได้รับโทษที่มันทำไว้กับเราสองคน” ญาดาพูดออกมาเพียงลำพัง ไม่มีเสียงของนาวินตอบกลับเขาคงรับรู้ในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ หญิงสาวเดินตรงขึ้นไปบนบันไดเพื่อออกจากห้องใต้ดิน นี่ก็เช้ามากแล้วเธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่วศินจะตื่นและจับเธอขังไว้เหมือนกับนาวิน เธอไม่มีวันยอมเสียท่าให้ชายชั่วนั่นเป็นครั้งที่สองแน่ มือซ้ายกำกระเป๋าใบโปรดไว้แน่นแล้วใช้มือขวาควานหากุญแจรถในขณะที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากบ้านตรงมาที่รถยนต์…
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องราวต่อๆไปได้ที่ เพจ Facebook : https://www.facebook.com/ShockTimeStory/