หลายคนกิน “บ๊ะจ่าง” เพราะความอร่อย แต่รู้ไหมว่า… จุดเริ่มต้นของเมนูนี้ ไม่ได้ถูกทำมาเพื่อกินตั้งแต่แรก
เคยสงสัยไหมว่า “บ๊ะจ่าง” ที่เราเห็นกันทุกปีในช่วงเทศกาลจีน ทำไมต้องห่อด้วยใบไผ่ และทำไมหลายลูกถึงถูกห่อเป็นทรงสามเหลี่ยม?
.
หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงอาหารมงคลหรือเมนูโบราณธรรมดา แต่ความจริงแล้ว จุดเริ่มต้นของบ๊ะจ่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะต้องการสร้างอาหารให้อร่อย หากแต่เกิดจาก “ความรัก ความกตัญญู และความพยายามปกป้องคนที่ผู้คนเคารพรัก”
.
เรื่องราวนี้ย้อนกลับไปกว่า 300 ปีก่อนคริสตกาล ในยุคจ้านกว๋อของจีน ถึงชายคนหนึ่งชื่อว่า “ชูหยวน” (Qu Yuan) ขุนนางและกวีผู้ซื่อสัตย์แห่งรัฐฉู่ เขาเป็นคนที่รักบ้านเมืองมาก และพยายามเตือนกษัตริย์เกี่ยวกับภัยจากรัฐศัตรูอยู่เสมอ แต่เพราะถูกขุนนางคนอื่นใส่ร้ายและอิจฉา ทำให้คำเตือนของเขาไม่ถูกรับฟัง
.
ท้ายที่สุด ชูหยวนถูกเนรเทศออกจากเมือง ทั้งที่เขายังคงเป็นห่วงบ้านเมืองของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
.
เมื่อเวลาผ่านไป รัฐฉู่ก็พ่ายแพ้จริงอย่างที่เขาเคยเตือนเอาไว้
.
ด้วยความสิ้นหวังและเสียใจต่อชะตาของบ้านเมือง ชูหยวนจึงตัดสินใจกระโดดลงแม่น้ำมี่หลัว เพื่อประท้วงความอยุติธรรมและแสดงความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งต่อมากลายเป็นวันที่ชาวจีนระลึกถึงเขาในทุกปี
.
เมื่อชาวบ้านรู้ข่าว ต่างพากันพายเรือออกตามหาร่างของชูหยวนอย่างเร่งรีบ บางคนตีฆ้อง ตีกลอง เพื่อไล่ปลาและสัตว์น้ำไม่ให้เข้ามาใกล้ร่างของเขา ขณะเดียวกันก็โยนข้าวเหนียวลงไปในแม่น้ำ เพราะเชื่อว่าหากปลาได้กินข้าวแทน ก็จะไม่ไปกัดกินร่างของชูหยวน
.
ต่อมา ผู้คนเริ่มคิดวิธีป้องกันไม่ให้ข้าวเหนียวกระจัดกระจายในน้ำ จึงนำข้าวมาห่อด้วยใบไม้หรือใบไผ่ แล้วมัดด้วยเชือกหรือด้ายสีต่าง ๆ โดยเฉพาะ “ด้าย 5 สี” ที่เชื่อกันว่าสามารถป้องกันสิ่งไม่ดีและขับไล่มังกรหรือสัตว์ร้ายในน้ำได้
.
จากข้าวเหนียวธรรมดาที่ถูกโยนลงแม่น้ำเพื่อปกป้องคนคนหนึ่ง จึงค่อย ๆ พัฒนากลายมาเป็น “บ๊ะจ่าง” อย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน
.
ส่วนรูปทรงสามเหลี่ยมที่หลายคนคุ้นตา ก็มีทั้งเหตุผลด้านการใช้งานและความเชื่อ เพราะการห่อแบบนี้ช่วยให้ข้าวแน่น ต้มง่าย และเก็บรูปทรงได้ดี ขณะเดียวกันบางความเชื่อก็มองว่าทรงสามเหลี่ยมเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องและการขับไล่สิ่งไม่ดีอีกด้วย
.
เรื่องราวของชูหยวนยังกลายเป็นต้นกำเนิดของ “เทศกาลตวนอู่” หรือที่หลายคนเรียกว่า “เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง”
.
กิจกรรมสำคัญของเทศกาลนี้คือการกินบ๊ะจ่างและการแข่งขันเรือมังกร ซึ่งเชื่อมโยงกับภาพของชาวบ้านที่เคยพายเรือออกตามหาร่างของชูหยวนในอดีต
.
เมื่อเวลาผ่านไป บ๊ะจ่างก็ไม่ได้เป็นเพียงข้าวเหนียวห่อใบไม้ธรรมดาอีกต่อไป แต่ถูกพัฒนาให้มีไส้หลากหลายตามวัฒนธรรมและรสนิยมของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้น กุนเชียง ไข่เค็ม เห็ดหอม ถั่ว เกาลัด หรือแม้แต่บ๊ะจ่างหวานในบางภูมิภาค
.
ทุกวันนี้ หลายคนอาจกินบ๊ะจ่างเพราะความอร่อย ความแน่นของไส้ หรือกลิ่นหอมจากใบไผ่เวลานึ่งร้อน ๆ แต่เบื้องหลังอาหารลูกหนึ่ง กลับมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความผูกพันของผู้คน และความทรงจำเกี่ยวกับชายผู้รักบ้านเมืองซ่อนอยู่
.
บางครั้ง อาหารหนึ่งเมนู ก็ไม่ได้มีแค่รสชาติ แต่มันอาจเป็น “เรื่องเล่า” ที่ถูกส่งต่อกันมาหลายพันปี
.
ที่มา : ฮั่วเซ่งฮง
หลายคนกิน “บ๊ะจ่าง” เพราะความอร่อย แต่รู้ไหมว่า… จุดเริ่มต้นของเมนูนี้ ไม่ได้ถูกทำมาเพื่อกินตั้งแต่แรก