ในที่สุดทริปนี้ก็มาถึง…
ขอบอกก่อนเลยว่าทริปนี้เป็นทริปที่วางแผนกันมานานพอสมควร เรากับเพื่อนๆได้คุยกันว่า “ก่อนปิดเทอมนี้ต้องได้เที่ยว!!!” เพราะปิดเทอมนี้พวกเราต้องฝึกงาน เที่ยวฉลองสอบไฟนอลเสร็จ ไปเที่ยวผ่อนคลายกัน 2 วัน 1 คืน
ทีแรกวางแผนกันว่าจะเดินทางด้วยรถไฟ แต่ดูจากเส้นทางที่เราไปเที่ยวแล้วน่าจะเดินทางลำบากกัน พวกเราเลยตัดสินใจเช่ารถจากกรุงเทพไปกาญจนบุรีกัน
เรามีหน่วยหารถเช่านั่นก็คือเพื่อนเราเองติดต่อหารถเช่าหาจากได้จาก
https://www.facebook.com/yassemocarrent/ นี่เลยจ้า
รูปรถ

และนี่ก็คือแผนผังเมืองกาญคร่าวๆ

เส้นทางที่พวกเราวางแผนไป
-วัดถ้ำเสือ
-ไทรโยควิวราฟท์
-ปราสาทเมืองสิงห์
-รักษ์คันนาคาเฟ่
พวกเราไปลุยกันเลย!!
FIRST STOP
วัดถ้ำเสือ
เวลา 13.00 น.
วัดนี้มี 2 ทางเลือกสำหรับใครที่อยากเดิน หรืออยากนั่งรถรางก็ขึ้นไปก็ได้ แต่เดินก็ค่อยข้างสูงพอสมควร คนที่ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงแบบนี้ แน่นอนว่าต้องเลือกนั่งรถราง แฮร่ 55555555

ถึงแดดจะร้อนแต่ใต้ร่มเงาของพระพุทธรูปก็ทำให้เราเย็นลงได้

วัดสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก



มองจากด้านบนลงไปจะเห็นทุ่งนาข้างล่าง

แล้วเราก็รีบสับขากลับขึ้นรถเตรียมออกจากวัดไปยังที่พักที่ ไทรโยค วิว ราฟท์
NEXT STATION
ไทรโยควิวราฟ (Sai Yok View Raft)
ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.กว่า ถึงประมาณ 16.30 น.
คืนละ 1000 ต่อคน ที่พักรวมล่องแพ แล้วก็ข้าวเช้า ข้าวเย็น คือดีย์มากชอบ (ลืมบอกอาหารสามารถตักได้แบบบุฟเฟต์เลยละ)
ที่พักอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย คือเป็นห้องๆเลยบางห้องเป็นเตียงแบบ 3 เตียง 2 เตียงก็มี เรากับเพื่อนได้ห้องติดกัน ขอบอกเลยว่าห้องไม่เก็บเสียงอย่างยิ่ง แค่เสียงศัพท์เพื่อนห้องข้างๆดังยังได้ยินเลย5555555 ที่นี่เค้างดใช้เสียงหลัง 4 ทุ่มนะคะ ที่นี่มีบริการล่องแพด้วย สองแบบคือ 4 โมงและ 5 โมงเย็น


นี่คือแพที่เราจะไปกัน
ใส่ชูชีพกันก่อนเด้อ

มีเรือมาลากไปจ้า

อ่ะล่องไปเรื่อยๆ
พี่วัชราวลีบอกว่า เมื่อเธอทุกข์ใจ ให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ อะไหนลองซิ

เค้าจะมีจุดให้โดดน้ำกันแล้วก็ลอยตามน้ำมาขึ้นแพ โดดลงไปนี่รู้สึกว่าเหนื่อยเหมือนกันน้ำไหลแรงกว่าจะขึ้นแพได้ ทำเอาเหนื่อยเลย 5555
เสร็จจากการล่องแพโดดน้ำก็ถึงเวลาถ่ายรูปพักผ่อนตามอัธยาศัย เตรียมตัวกินข้าว ซึ่งหิวมากกกก ก.ไก่ล้านตัว กับข้าวที่นี่ถือว่าใช้ได้นะ เสียดายไม่มีรูปให้ดู เนื่องจากหิวมากไปหน่อย 5555
แล้วก็จบวันที่ 1 ไป
เช้าวันที่ 2
เรากับเพื่อนตั้งใจกันว่าจะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมแพร และไม่พลาดที่จะถ่ายภาพบรรยากาศเก็บไว้

กะจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นไหงเป็นหมอกไปได้ แต่ถึงจะไม่เห็นพระอาทิตย์เท่าไหร่แต่อากาศตอนเช้าที่ริมแพรนี้สดชื่นอย่าบอกใครเลย
ลืมบอกไปเราตื่นประมาณ 6 โมง ตื่นมาแล้วก็หิว แต่ทางที่พักมีอาหารให้ตอน 6โมงครึ่งนี่สิ เราเลยไปหากิจกรรมทำฆ่าเวลา


และกิจกรรมที่เราทำฆ่าเวลาก็คือว่ายน้ำ (ทริปนี้เล่นน้ำกันจนเนื้อเปื่อย5555555555555 )
ตอนมาถึงก็คิดว่าคงมีคนเล่นอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครเลย ไม่รอช้า ถอดเสื้อผ้าแล้วกระโดดกัน !! ต้องบอกเพื่อนๆเลยว่าตอนแรกคิดว่าเป็นสระวายน้ำธรรมดา แต่มันเป็นสระว่ายน้ำแบบน้ำอุ่น
ถึงเวลาที่รอคอย อาหารเช้า !!!

เป็นอาหารเช้าแบบ British Breakfast ทั่วไป ขนมปัง แยม น้ำส้ม กาแฟ โอวัลติน และจะเป็นข้าวผัดหรือข้าวต้มหากอยากทานแบบอยู่ท้อง
ทานอาหารจนอิ่มกัน เราก็แยกย้ายเก็บของเตรียมตัวเช็คเอาท์
เป้าหมายต่อไปเราคือปราสาทเมืองสิงห์
ปราสาทเมืองสิงห์เปิดทุกวัน 09.00-16.00 น ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 และหากนำรถยนต์มาก็ 50 บาทเท่านั้น โดยเมื่อเราชำระค่าเข้าชมแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้แผนที่กับเราเป็นแนวทางในการเดินชมโบราณสถานแห่งนี้ ตัวปราสาทตั้งอยู่กลางแจ้ง ดั้งนั้นนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ควรพกร่วมหรือหมวกไว้ก่อนเดินทาง
จุดแรก เป็นปราสาทหินรูปทรงตล้ายสถาปัตยกรรมแบบขอม

วันที่เราไปกันนั้นมีการถ่ายทำละครจึงไม่สามารถเข้าชมภายในได้

แต่เจอพี่ๆนักแสดงแทน แอบไปสอบถามเค้าบอกว่าเป็นละครช่อง 8 แต่ชื่อเรื่องอะไรนั้นขออุบไว้ก่อน (พี่ๆเหมือนคนโบราณมากกกกกก)



ภาพบรรยากาศภายนอก
ภายในมีพิพิธภัณฑ์แสดงสิ่งของโบราณจำนวนมาก (แต่ลืมถ่าย 5555555)
ป.ล. สิ่งที่ปลื้มมากกับโบราณสถานแห่งนี้คือที่จุดต่างๆในแผนที่เมื่อเราเดินถึงจะมี QR Code ให้เราใช้มือถือส่องปุ๊ปจะเด้งลิงค์วิดีโอเกี่ยวกับจุดนั้นๆ มีหลายภาษาด้วย
เดินเพลินลืมเวลาปาไปบ่ายโมง เห็นเวลาปุ๊ปก็หิวปั๊ป เปิดกูเกิ้ลแมพหาร้านอาหารใกล้
รักษ์คันนา
ตกลงกันที่ร้านนี้ ร้านนี้มีจุดเน้นคือร้านอยู่กลางคันนา มีที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวแบบห้อยขา และมีเหมือนสะพานยื่นไปกลางนา แน่นอนเอาไว้ถ่ายรูปนั้นเอง555


มาถึงแล้วก็ต้องหาอะไรลงท้องซะหน่อย ในส่วนราคาเป็นกันเองมาก อยู่ที่ชามละ 35- 50 บาท นอกจากนนี้มีเครื่องดื่มไว้นั่งกินชิลล์ๆกับทุกนากว้างสุดลูกหูลูกตา


รับประมานอาหารถ่ายรูปเรียบร้อยก็มุงหน้ากลับกรุงเทพ

จบทริปแล้วขอลงภาพรวมสักรูปไว้เป็นความทรงจำ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชม
ไว้มีโอกาสไปเที่ยวที่ไหน จะมารีวิวให้อีกน้า
[CR] สอบเสร็จไปไหนดี.. ทำบุญ ล่องแพ กินกาแฟ ที่กาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน
ขอบอกก่อนเลยว่าทริปนี้เป็นทริปที่วางแผนกันมานานพอสมควร เรากับเพื่อนๆได้คุยกันว่า “ก่อนปิดเทอมนี้ต้องได้เที่ยว!!!” เพราะปิดเทอมนี้พวกเราต้องฝึกงาน เที่ยวฉลองสอบไฟนอลเสร็จ ไปเที่ยวผ่อนคลายกัน 2 วัน 1 คืน
ทีแรกวางแผนกันว่าจะเดินทางด้วยรถไฟ แต่ดูจากเส้นทางที่เราไปเที่ยวแล้วน่าจะเดินทางลำบากกัน พวกเราเลยตัดสินใจเช่ารถจากกรุงเทพไปกาญจนบุรีกัน
เรามีหน่วยหารถเช่านั่นก็คือเพื่อนเราเองติดต่อหารถเช่าหาจากได้จาก https://www.facebook.com/yassemocarrent/ นี่เลยจ้า
รูปรถ
และนี่ก็คือแผนผังเมืองกาญคร่าวๆ
เส้นทางที่พวกเราวางแผนไป
-วัดถ้ำเสือ
-ไทรโยควิวราฟท์
-ปราสาทเมืองสิงห์
-รักษ์คันนาคาเฟ่
พวกเราไปลุยกันเลย!!
FIRST STOP
วัดถ้ำเสือ
เวลา 13.00 น.
วัดนี้มี 2 ทางเลือกสำหรับใครที่อยากเดิน หรืออยากนั่งรถรางก็ขึ้นไปก็ได้ แต่เดินก็ค่อยข้างสูงพอสมควร คนที่ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงแบบนี้ แน่นอนว่าต้องเลือกนั่งรถราง แฮร่ 55555555
ถึงแดดจะร้อนแต่ใต้ร่มเงาของพระพุทธรูปก็ทำให้เราเย็นลงได้
มองจากด้านบนลงไปจะเห็นทุ่งนาข้างล่าง
แล้วเราก็รีบสับขากลับขึ้นรถเตรียมออกจากวัดไปยังที่พักที่ ไทรโยค วิว ราฟท์
NEXT STATION
ไทรโยควิวราฟ (Sai Yok View Raft)
ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.กว่า ถึงประมาณ 16.30 น.
คืนละ 1000 ต่อคน ที่พักรวมล่องแพ แล้วก็ข้าวเช้า ข้าวเย็น คือดีย์มากชอบ (ลืมบอกอาหารสามารถตักได้แบบบุฟเฟต์เลยละ)
ที่พักอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย คือเป็นห้องๆเลยบางห้องเป็นเตียงแบบ 3 เตียง 2 เตียงก็มี เรากับเพื่อนได้ห้องติดกัน ขอบอกเลยว่าห้องไม่เก็บเสียงอย่างยิ่ง แค่เสียงศัพท์เพื่อนห้องข้างๆดังยังได้ยินเลย5555555 ที่นี่เค้างดใช้เสียงหลัง 4 ทุ่มนะคะ ที่นี่มีบริการล่องแพด้วย สองแบบคือ 4 โมงและ 5 โมงเย็น
ใส่ชูชีพกันก่อนเด้อ
มีเรือมาลากไปจ้า
อ่ะล่องไปเรื่อยๆ
พี่วัชราวลีบอกว่า เมื่อเธอทุกข์ใจ ให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ อะไหนลองซิ
เค้าจะมีจุดให้โดดน้ำกันแล้วก็ลอยตามน้ำมาขึ้นแพ โดดลงไปนี่รู้สึกว่าเหนื่อยเหมือนกันน้ำไหลแรงกว่าจะขึ้นแพได้ ทำเอาเหนื่อยเลย 5555
เสร็จจากการล่องแพโดดน้ำก็ถึงเวลาถ่ายรูปพักผ่อนตามอัธยาศัย เตรียมตัวกินข้าว ซึ่งหิวมากกกก ก.ไก่ล้านตัว กับข้าวที่นี่ถือว่าใช้ได้นะ เสียดายไม่มีรูปให้ดู เนื่องจากหิวมากไปหน่อย 5555
แล้วก็จบวันที่ 1 ไป
เช้าวันที่ 2
เรากับเพื่อนตั้งใจกันว่าจะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมแพร และไม่พลาดที่จะถ่ายภาพบรรยากาศเก็บไว้
กะจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นไหงเป็นหมอกไปได้ แต่ถึงจะไม่เห็นพระอาทิตย์เท่าไหร่แต่อากาศตอนเช้าที่ริมแพรนี้สดชื่นอย่าบอกใครเลย
ลืมบอกไปเราตื่นประมาณ 6 โมง ตื่นมาแล้วก็หิว แต่ทางที่พักมีอาหารให้ตอน 6โมงครึ่งนี่สิ เราเลยไปหากิจกรรมทำฆ่าเวลา
ตอนมาถึงก็คิดว่าคงมีคนเล่นอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครเลย ไม่รอช้า ถอดเสื้อผ้าแล้วกระโดดกัน !! ต้องบอกเพื่อนๆเลยว่าตอนแรกคิดว่าเป็นสระวายน้ำธรรมดา แต่มันเป็นสระว่ายน้ำแบบน้ำอุ่น
ถึงเวลาที่รอคอย อาหารเช้า !!!
เป็นอาหารเช้าแบบ British Breakfast ทั่วไป ขนมปัง แยม น้ำส้ม กาแฟ โอวัลติน และจะเป็นข้าวผัดหรือข้าวต้มหากอยากทานแบบอยู่ท้อง
ทานอาหารจนอิ่มกัน เราก็แยกย้ายเก็บของเตรียมตัวเช็คเอาท์
เป้าหมายต่อไปเราคือปราสาทเมืองสิงห์
ปราสาทเมืองสิงห์เปิดทุกวัน 09.00-16.00 น ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 และหากนำรถยนต์มาก็ 50 บาทเท่านั้น โดยเมื่อเราชำระค่าเข้าชมแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้แผนที่กับเราเป็นแนวทางในการเดินชมโบราณสถานแห่งนี้ ตัวปราสาทตั้งอยู่กลางแจ้ง ดั้งนั้นนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ควรพกร่วมหรือหมวกไว้ก่อนเดินทาง
จุดแรก เป็นปราสาทหินรูปทรงตล้ายสถาปัตยกรรมแบบขอม
วันที่เราไปกันนั้นมีการถ่ายทำละครจึงไม่สามารถเข้าชมภายในได้
ภายในมีพิพิธภัณฑ์แสดงสิ่งของโบราณจำนวนมาก (แต่ลืมถ่าย 5555555)
ป.ล. สิ่งที่ปลื้มมากกับโบราณสถานแห่งนี้คือที่จุดต่างๆในแผนที่เมื่อเราเดินถึงจะมี QR Code ให้เราใช้มือถือส่องปุ๊ปจะเด้งลิงค์วิดีโอเกี่ยวกับจุดนั้นๆ มีหลายภาษาด้วย
เดินเพลินลืมเวลาปาไปบ่ายโมง เห็นเวลาปุ๊ปก็หิวปั๊ป เปิดกูเกิ้ลแมพหาร้านอาหารใกล้
รักษ์คันนา
ตกลงกันที่ร้านนี้ ร้านนี้มีจุดเน้นคือร้านอยู่กลางคันนา มีที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวแบบห้อยขา และมีเหมือนสะพานยื่นไปกลางนา แน่นอนเอาไว้ถ่ายรูปนั้นเอง555
มาถึงแล้วก็ต้องหาอะไรลงท้องซะหน่อย ในส่วนราคาเป็นกันเองมาก อยู่ที่ชามละ 35- 50 บาท นอกจากนนี้มีเครื่องดื่มไว้นั่งกินชิลล์ๆกับทุกนากว้างสุดลูกหูลูกตา
รับประมานอาหารถ่ายรูปเรียบร้อยก็มุงหน้ากลับกรุงเทพ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชม
ไว้มีโอกาสไปเที่ยวที่ไหน จะมารีวิวให้อีกน้า
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น