สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
จะบอกหนูว่า จากประสบการณ์ที่เราเป็นพยาบาลก็เจอเคสแบบหนูนี่ล่ะ ท่าทางใสซื่อ หน้าตาเด็กเรียน ถามทีไรก็ไม่เคยมีอะไรกับใคร เกือบโดนไปผ่าไส้ติ่งแล้ว ผลเลือดออกมาท้อง เป็นท้องนอกมดลูกอีกต่างหาก
หมอเขาไม่มีทางรู้หรอกว่าหนูพูดจริงหรือโกหก แต่จากประสบการณ์โกหกซะส่วนใหญ่ ถ้าไม่กดดันก็มักจะไม่ยอมรับเพราะกลัว เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้
หนูลองคิดดูว่าถ้าเคสที่ป้ายกมาเล่า หมอปฏิบัติแบบที่หนูอยากให้ทำ เชื่อที่คนไข้บอก ไม่ตรวจปัสสาวะ แล้วเอาไปผ่าไส้ติ่ง หรือให้กลับบ้านแล้วคนไข้ตกเลือดอะไรจะเกิดขึ้น
ในกรณีของหนูน่าสงสัยมากกว่าครึ่งเพราะ แฟนพามา เพราะอายุเท่านี้เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นแม่พามา
เป็นแฟนกันยังไม่เคยมีอะไรกันแต่ให้แฟนพามาหาหมอเพราะเมนส์ไม่มา มันเป็นเรื่องที่เชื่อยากในสมัยนี้
เมนส์ไม่มาบอกว่ากินยาเลื่อนเมนส์ ใครจะเชื่อเพราะผลการกินยาเลื่อนเมนส์กับการกินยาคุมฉุกเฉินมันไม่ต่างกันเท่าไร
เวลาหมอเขาจะวินิจฉัยโรคเขามองตั้งแต่ตอนเดินเข้ามาแล้ว เดินมาเองหรือต้องนั่งรถมา มากับใคร ท่าทางเป็นยังไง เขาไม่ได้เชื่อสิ่งที่คนไข้เล่า 100 หรอก เพราะมีเยอะที่พูดไม่จริงด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง
ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง และสังคมสมัยนี้มากกว่าครึ่งที่เป็นแบบที่หมอเขาสงสัย แล้วหมอเขาไม่ได้รู้จักตัวตนหนูว่าเป็นคนยังไง หนูคิดว่าหมอเขาต้องทำยังไงถึงจะได้ความจริงออกมา เพราะมันมีผลต่อการรักษา
ในกรณีของหนูพอหมอเขารู้ว่าไม่ท้องเขาก็แนะนำเรื่องการป้องกันไม่ใช่หรอ อาจจะอคติกับเด็กนักเรียนที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยไปบ้าง เพราะเจอปัญหานี้ค่อนข้างเยอะ และเสียดายอนาคตแทนเด็ก
หมอเขาไม่มีทางรู้หรอกว่าหนูพูดจริงหรือโกหก แต่จากประสบการณ์โกหกซะส่วนใหญ่ ถ้าไม่กดดันก็มักจะไม่ยอมรับเพราะกลัว เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้
หนูลองคิดดูว่าถ้าเคสที่ป้ายกมาเล่า หมอปฏิบัติแบบที่หนูอยากให้ทำ เชื่อที่คนไข้บอก ไม่ตรวจปัสสาวะ แล้วเอาไปผ่าไส้ติ่ง หรือให้กลับบ้านแล้วคนไข้ตกเลือดอะไรจะเกิดขึ้น
ในกรณีของหนูน่าสงสัยมากกว่าครึ่งเพราะ แฟนพามา เพราะอายุเท่านี้เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นแม่พามา
เป็นแฟนกันยังไม่เคยมีอะไรกันแต่ให้แฟนพามาหาหมอเพราะเมนส์ไม่มา มันเป็นเรื่องที่เชื่อยากในสมัยนี้
เมนส์ไม่มาบอกว่ากินยาเลื่อนเมนส์ ใครจะเชื่อเพราะผลการกินยาเลื่อนเมนส์กับการกินยาคุมฉุกเฉินมันไม่ต่างกันเท่าไร
เวลาหมอเขาจะวินิจฉัยโรคเขามองตั้งแต่ตอนเดินเข้ามาแล้ว เดินมาเองหรือต้องนั่งรถมา มากับใคร ท่าทางเป็นยังไง เขาไม่ได้เชื่อสิ่งที่คนไข้เล่า 100 หรอก เพราะมีเยอะที่พูดไม่จริงด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง
ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง และสังคมสมัยนี้มากกว่าครึ่งที่เป็นแบบที่หมอเขาสงสัย แล้วหมอเขาไม่ได้รู้จักตัวตนหนูว่าเป็นคนยังไง หนูคิดว่าหมอเขาต้องทำยังไงถึงจะได้ความจริงออกมา เพราะมันมีผลต่อการรักษา
ในกรณีของหนูพอหมอเขารู้ว่าไม่ท้องเขาก็แนะนำเรื่องการป้องกันไม่ใช่หรอ อาจจะอคติกับเด็กนักเรียนที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยไปบ้าง เพราะเจอปัญหานี้ค่อนข้างเยอะ และเสียดายอนาคตแทนเด็ก
สมาชิกหมายเลข 2951263 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2665536 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3325983 ถูกใจ, Fiona the Princess ถูกใจ, ACupOfCaramelLatte ถูกใจ, Minimally Chic ถูกใจ, millian ถูกใจ, Grindelwald ถูกใจ, InDefinite ถูกใจ, Kuchiki_R ถูกใจรวมถึงอีก 13 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ไม่พอใจกับพฤติกรรมของหมอและพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง
เรื่องมีอยู่ว่า เราจะไปหาหมอเพราะเราประจำเดือนไม่มา 3 เดือนแล้ว วัตถุประสงค์ของเราคือ เราแค่อยากรู้ว่าเราเป็นอะไรผิดปกติหรือป่าว แต่เราไม่ได้กังวลเรื่องตั้งครรภ์ เรามีแฟนนะคะ แต่ไม่เคยมีอะไรกัน พ่อแม่เราก็รู้ว่าเราคบกับแฟนคนนี้ เราเลยไปหาหมอกับแฟนที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง เนื่องจากว่าพ่อแม่ของเราท่านไม่ว่างค่ะ แต่ท่านก็รู้ว่าเราไปหาหมอกับแฟน เราไปหาหมอกับแฟนตอนเที่ยงวันพุธ เนื่องจากว่า โรงเรียนเราปล่อยให้ออกได้ในครึ่งวันบ่ายเนื่องจากเป็นชั่วโมงเรียนรด.คะ พอเราไปถึงโรงพยาบาล เราก็ไปแจ้งชื่อและอาการตามปกติ ถึงคิวตรวจเรา พยาบาลก็เรียกเราเข้าไป พอเราเข้าไปก็เจอกับหมอคนหนึ่ง สิ่งแรกที่เขามองคือชุดเราเพราะ เราใส่ชุดนักเรียน แล้วหมอก็ถอดหายใจเบาๆ ตามความเห็นเรา เราคิดว่าตามปกติหมอต้องถามอาการว่าเป็นอะไรมาหรือทานยาอะไรมาบ้าง เราก็บอกหมอไปว่าประจำเดือนไม่มาสามเดือน แล้วหมอก็เงียบไปสักพัก เราเลยบอกหมอว่าเรากินยาเลื่อนประจำเดือนมา หมอเขาถามว่าใครให้กินซื้อมาจากที่ไหน เราก็บอกว่าเราซื้อมาจากเภสัชที่ร้านขายยาแถวบ้าน เพราะ เรากำลังจะไปต่างประเทศ แล้วเป็นช่วงที่ประจำเดือนเรามาพอดี หมอทำหน้าเหมือนคิดว่าเราโกหก ในใจเราก็รู้นะว่าหมอต้องคิดว่าเรามีอะไรกับแฟน พอเป็นแบบนั้นหมอก็พยายามที่จะโยงเข้าเรื่องนี้ หมอเลยถามว่ามีเพศสัมพันธ์กับแฟนหรือป่าว เราก็บอกว่าป่าว แล้วหมอก็ถามว่ายาเลื่อนเภสัชกรสั่งให้กินยังไง เราก็บอกว่าเขาสั่งให้กินวันละสองเม็ดเช้า-เย็น เราก็รู้สึกแปลกใจตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมถึงให้กินวันละ 2 เม็ด เพราะ ปกติที่เราเคยกิน เรากินแค่วันละ 1 เม็ด หมอคิดว่าเราโกหก เพราะ ไม่มีใครสั่งให้กินวันละ 2 เม็ด หมอเลยถามอีกว่าได้มีเพศสัมพันธ์ หรือป่าว เราเลยบอกว่าป่าวไม่ได้มี เพราะ เราไม่ได้มีจิงๆ หมอบอกว่าอย่ามาโกหกหมอ เราก็บอกว่าไม่ไดโกหก หมอถอนหายใจ แล้วหมอบอกพยาบาลว่าให้ไปตรวจฉี่ ตอนนั้นเราหน้าเสียมาก แล้วเราก็เลยไปฉี่แล้วเอาไปให้พยาบาล แล้วตอนนั้นคนในโรงพยาบาลก็มองเราเต็มเลย ณ จุดนั้นเราดูเป็นคนเหี้*ไปเลย เราก็นั่งรอฟังผล แล้วเรารู้สึกกังวลมาก คือเรารู้นะว่าไม่มีอะไร แต่เรารู้สึกกลัว แล้วก็กังวลไปตามความรู้สึกของเราในตอนนั้น หมอก็เรียกเราอีกรอบนึง แล้วพอเข้าไปหมอก็บอกว่าไม่พบการตั้งครรภ์ ในใจเราก็คิดอยู่แล้วว่าจะเจอได้ยังไง ในเมื่อเราไม่เคยมีอะไรกับแฟน แล้วหมอก็บอกเราว่า มันเป็นเพราะ เรากินยาเลื่อนเลยทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล หมอก็บอกเหมือนกับสอนเราว่าอย่าเพิ่งมีอะไรกับแฟนนู่นนี่นั่น สรุปคือไม่มีอะไร รอไปเดี๋ยวประจำเดือนก็มาเอง
สิ่งที่เราอยากจะบอกคือ เรารู้วัยรุ่นไทยมีเรื่องท้องในวัยเรียนเยอะ คือการที่เราไปหาหมอเนี่ย เป็นเพราะเราอยากรู้ว่ามีอะไรผิดปกติกับร่างกาย เราหรือป่าว แต่หมอกลับมาตัดสินเราว่าเราเป็นคนที่ท้องในวัยเรียน ซึ่งเราไม่ชอบเลย เราเข้าใจนะว่ามันหมออาจจะคิดแบบนั้นอ่ะ แต่หมอก็ไม่ควรที่จะแสดงอาการแบบนี้กับเรา เหมือนกับว่าเราเป็นวัยรุ่นแบบนั้น เราเป็นคนมีการศึกษานะ เรารู้ว่าอะไรดีไม่ดี อีกอย่างถุงยางอนามัยมีขายแล้วก็หาซื้อง่าย ยาคุมก็มีขาย ถ้าหากเราจะมีจริงๆ เราก็ป้องกัน หมอไม่ควรที่จะมาตัดสินเราแบบนี้เลยจริงๆ เราเสียความรู้สึกมากๆ เราแค่อยากบอกว่าเราไม่ชอบ attitude ของหมอที่นี แล้วเราก็จะไม่มีวันกลับไปหาหมอที่นี่อีก เราแค่อยากจะมา complain เฉยๆ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ