ในวันที่ฉันเศร้า

1 เดือนที่ผ่านมา ผมเศร้าเหลือเกิน เศร้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมกลับมาห้องและร้องไห้คนเดียวโดยไม่มีสาเหตุ ผมมีความคิดอยากตาย หายไปจากโลกนี้ ผมเห็นโลกเป็นสีเทา ผมหมกตัวเองอยู่ในห้องมากกว่าที่ควรจะเป็น การติดต่อกับสังคมและเพื่อนลดลงอย่างน่าตกใจ
                ผมรู้สึกตัวแทบจะตลอด ว่าผมกำลังรู้สึกอย่างไร แต่ผมไม่สามารถจัดการกับมันได้เลย
                ผมอ่อนแอลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อนักศึกษาคนหนึ่ง ที่ทนเรียนมา6ปี จนถึงปีสุดท้ายของเขา กำลังตัดสินใจจะหยุด... และเริ่มชีวิตใหม่ ในทางเดินอื่น.... ด้วยความกลัว และลังเลอย่างบอกไม่ถูก
   
       ผมล้มลงหลายครั้ง แต่ผมบอกกับตัวเองว่าต้องสู้ และมันจะผ่านไปได้เหมือนกับที่ผ่านๆมา ผมให้โอกาสตัวเอง ผมล้มลงอีกครั้ง ผมก็ยังพยายามลุกขึ้นมาอีก แต่สุดท้าย ผมก็พ่ายแพ้ต่อมัน ผมมีทั้งความเศร้า ความรู้สึกว่าตนเองล้มเหลว ความเสียใจ ความกลัวที่จะต้องออกไปเริ่มใหม่
ที่ผ่านมาผมพยายามทำตัวให้ปกติมากที่สุด ไม่แสดงออกให้ใครเห็นว่าเราเศร้าหรืออ่อนแอแค่ไหน เราเก็บเรื่องทุกๆอย่างไว้กับตัวเอง คิดว่าตัวเราเองจะสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ แต่ มันไม่ใช่
         เมื่อวานเป็นวันหยุด แต่ผมต้องออกมาที่มหาลัย เพื่อเตรียมตัวก่อนการเรียนการสอนในวันนี้ ผมใช้ความพยายามอย่างมากในการพาตัวเองมา ใช่ ผมทำสำเร็จที่พาตัวเองออกมาได้ ผมบอกตัวองว่า เอาว่ะลองดูอีกซักครั้ง เรายังไหว และเราสามารถสู้กับมันได้
          จนวันนี้มาถึง วันที่ผมตื่นขึ้นมาและต้องไปที่มหาลัย ผมรู้สึกมึนและคิดอะไรได้ช้ามาก จำอะไรไม่ได้เลย ผมถูกตำหนิในการทำงานเช้านี้ สภาพจิตใจผมแย่มาก ผมไม่พร้อมรับกับสิ่งที่จะมากระทบ .... หลังงานเสร็จ ผมปลีกตัวออกมาเพื่อร้องไห้เพียงลำพัง ระหว่างนั้นผมไลน์หาแม่เพื่อบอกเพียงว่าผมต้องการกลับบ้าน แม่ผมโทรมาหา ผมพยายามดึงสติ ควบคุมตนเองหยุดร้องไห้เพื่อคุยกับแม่ แต่..... ครั้งนี้ผมไม่สามารถทำได้จริงๆ น้ำตาแห่งความเศร้าโศกของผมไหลออกมาเองอย่างหยุดไม่ได้ ผมพูดไม่รู้เรื่อง ทำได้เพียงแต่ฟังเสียงปลอบประโลมจากแม่ผู้เป็นที่รักของผมเท่านั้น
         
          วันนี้ผมตัดสินใจไปคุยกับอาจารย์ ผมเล่าความอึดอัดทั้งหมดที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ให้อาจารย์รับรู้ จู่ๆ ผมก็ร้องไห้ .... น้ำตาจำนวนมากไหลรินออกมาจากตาผมโดยที่ผมไม่สามารถควบคุมมันได้อีกแล้ว ผมพูดไม่รู้เรื่องอีกครั้ง และ รู้สึกเหนื่อยมากเหลือเกิน
          ผมได้รับคำแนะนำให้ไปหาจิตแพทย์ และ พรุ่งนี้ ผมจะไป
         
          ย้อนกลับไป 6 ปีที่แล้ว ผมก็ยังเป็นแค่เด็กม.6 คนนึง ที่เรียนตามกระแสไปเรื่อยๆ กวดวิชาไหนที่ว่าดีว่าดังก็เข้าไปเรียนหมด พยายามทำเกรด พยายามสอบให้ได้ที่ดีดี เพราะทุกครั้งที่ทำได้ เรายินดีกับคำชื่นชมจากรอบข้างเหลือเกิน เรารู้สึกภูมิใจและเชื่อมั่นในตัวเองมาก จนสุดท้าย เราก็เลือกเรียนคณะที่คนส่วนใหญ่แย่งกันและเห็นว่าดี โอ้ เราภูมิใจเหลือเกิน เราพราวด์มากว่าเราสอบติด ได้เข้าเรียน
          ทั้งๆที่ในใจลึกๆแล้ว เราเคว้งคว้างมาก เราไม่รู้เลยเว้ยว่าอยากเรียนอะไรว่าชอบอะไร แค่เรียนไปเรื่อยๆแล้วดันทำคะแนนได้ ดันสอบติดขึ้นมา.....
()

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่