รักในวัยเรียนก็จะเศร้าๆหน่อยค่ะ พี่ๆมาให้คำแนะนำได้นะคะ

เรื่องคร่าวๆก็คือ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ค่ะ ตั้งใจเรียน คะแนนออกมาในแต่ละเทอมก็เป็นที่น่าพอใจค่ะ อยู่ระดับกลางๆถึงสูง เพื่อนๆพ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็รับรู้ว่าเราเป็นเด็กเอาการเอางานขยันคนนึง เราเป็นคนมีเพื่อนที่สนิทด้วยน้อยคนค่ะ ไม่ใช่เพราะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งด้วยมากกว่า เราแบ่งปันในสิ่งที่เพื่อนๆจะขอหรือขอร้องให้ช่วยที่นั้นเช่นสอนการบ้านอธิบายงาน น้อยครั้งที่เราจะเป็นคนยื่นมือเข้าไปช่วยเองเช่นเขียนสรุปวิชาให้หรือเดินเข้าไปบอกคำตอบ555 เอาตรงๆไม่ใช่เพราะอะไรเลยเราแค่ไม่รู้ค่ะอาจจะเรียกว่าไม่ได้สนใจด้วยว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ แต่ถ้าถามหรือว่าขอให้ช่วยเราก็ยินดี

เวลาผ่านไป เราได้รู้จักกับคนๆนึง คนที่ค่อยๆเปลี่ยนเราไปทีละนิด ด้วยพื้นเพที่เขาอาจจะเรียนไม่ค่อยเก่ง555 แต่พวกเรื่องการใช้ชีวิตของเขาที่เห็นอะไรมามากกว่าเรามาก มีแนวคิดมุมมองที่ต่างออกไป ทำให้เรายอมรับและสนใจในตัวเค้าค่ะ พอสนใจเราก็ตกลงที่จะเป็นคนคุยกันแต่ก็ไม่ใช่แฟน เราก็โอเคศึกษากันไปก่อน จากนั้น เราก็ช่วยเค้าเรียนค่ะ แบ่งปันทุกอย่างโดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการหรือไม่ต้องการ รู้แค่ว่าอยากทำให้อย่างเต็มใจ จะเรียกว่าช่วยกันเรียนก็ได้ค่ะ เพราะจากเมื่อก่อนที่เราทำงานคนเดียว ติวหนังสือคนเดียว ก็จะมีเขามาเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมนั้นๆ ทุกอย่างดูไปได้ด้วยดี เกรดของเขาดีขึ้นมากจริงๆ ด้วยความที่เขาก็เป็นคนหัวดีอยู่แล้วด้วยแหละค่ะ เราก็ดีใจไปด้วย ไม่ใช่แค่นั้น เราก็ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองด้วยเช่นกันค่ะ เรากลายเป็นคนแบ่งให้คนอื่นด้วย(เพื่อนๆสังคมรอบข้างเขา)อย่างไม่มีเงื่อนไขด้วยเช่นเดียวกัน 

ทุกอย่างก็เป็นมาเรื่อยๆร่วมเกือบปี ความใส่ใจทุกๆอย่างค่อยๆหายไปอย่างเห็นได้ชัด เราพยายามเข้าใจค่ะว่าเขามีงานของที่บ้านต้องทำต้องรับภาระหน้าที่ต่างจากเราที่มีหน้าที่แค่เรียนไม่ต้องแบกภาระอะไรทั้งนั้น เขาเคยคุยกับเราแล้วว่าอย่าเอาความสุขของเรามาไว้ให้เขาเพราะเขาไม่ใช่คนสำคัญ ทุกอย่างมันพังครือลงมาเมื่อตอนที่เขาบอกว่า ที่เขาต้องมาคุยกับเราทุกวันเพราะเหมือนเป็นหน้าที่และเขาไม่สบายใจแล้วที่จะคุยกับเราอีกแล้ว ค่ะอย่างที่เขาเคยเตือนเราไว้ โลกทั้งใบเหมือนหายไปค่อนโลก พยามจะให้เรื่องนี้ไม่กระทบกับกิจวัตประจำวันแต่มันยากมากๆเลยค่ะ เซไปเยอะเหมือนกันทั้งเรื่องเรียนด้วยแต่ก็พยายามประคองตัวเองมา จากวันนั้นเราก็คุยกันน้อยลงไปมากๆค่ะ ถึงยังงั้นเราก็ยังคอยเตือนเขาอยู่ คอยบอกถึงงานถึงสิ่งที่ต้องทำต้องส่ง เราอาจจะรู้สึกไปเองแต่จากตอนนั้นนานๆที่เขาจะมาคุยด้วย ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มเกี่ยวกับการเรียนไปก่อนแล้วค่อยนอกเรื่องไปคุยอย่างอื่น ยอมรับว่าน้อยใจบ้างค่ะแต่ก็ดีใจเสียมากกว่าที่เรายังได้คุยกัน

ถึงตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ก็ยังคงไม่ชัดเจน แต่ที่ชัดแน่ๆคือเราชอบเขาค่ะ ชอบมากๆไปแล้วเสียด้วย เสมอต้นและเสมอปลายเสมอบ่อยครั้งที่เห็นเขาทำงานดึกๆก็ซื้อขนมไปให้บ้างอะไรบ้าง แต่ด้วยคำซ้ำจำเจ นั่นอาจจะทำให้เขาเบื่อก็เป็นได้ ส่วนเขาเองก็มีท่าทีที่เราก็เดาใจไม่ได้ค่ะ กะจะดีก็ดีกลับมาคุยถามไถ่ชวนกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนเขา แต่พอจะหายก็หายไปเลย กลายเป็นคนเฉยชากับเราไม่สนใจอยู่กับกลุ่มเพื่อนของตัวเองเฮฮามีความสุขของเขา

จะบอกว่าทุกคนเตือนเลยก็ได้ว่า เออถ้าเราทุกข์กับการกระทำแบบนี้มากก็ปล่อยเถอะนะ เขาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว 

จริงอยู่ค่ะที่อาจจะมีทุกข์บ้าง แต่พอเขากลับมาเราก็อดที่จะดีใจไม่ได้เลย ตอนนี้เหมือนเขายิ่งทำงานหนักเพราะเขาก็มีบอกๆมาบ้าง ทำให้ทักอะไรไปก็ไม่ แต่เขายังตอบข้อความเพื่อนได้นะคะ55555(มีเพื่อนแอบมาบอกแต่ก็ไม่เยอะมาก) พอรู้แบบนี้ก็เศร้าๆเนอะ แต่ก็นานๆยังมีติดต่อกันบ้าง

หลายคนก็บอกว่ายังเด็ก ในอนาคตต้องมีมาเรื่อยๆอยู่แล้ว ต้องเจออะไรสาหัสกว่านี้มาก เพราะงั้นอย่าไปเสียใจอะไรมากมาย....
จากตอนนั้นมา เราก็แค่รู้สึกว่า ไม่ว่าเขาจะรับ หรือไม่ตอบรับ จะคุยหรือไม่คุย ก็ไม่สำคัญเลยในเมื่อเราเลือกที่จะให้เขาเองแล้วจะเรียกร้องอะไรอีก

ทั้งหมดที่กล่าวมาก็เหมือนเราจะทำใจได้ เหมือนเราจะเข้าใจใช่มั้ยคะ แต่ก็เปล่าเลย เรายอมรับความจริงที่ว่าเรายังไม่อยากให้เขาหายไปจากชีวิต ยอมรับว่าที่ทำอยู่ทั้งหมดเหมือนเป็นการเลี้ยงไข้ให้ตัวเอง ยอมรับว่าเราไม่สามารถเดินออกไปเองได้เฉยๆเมื่อประเด็นสำคัญคือเราแทบต้องเจอหน้ากันทุกวัน แล้วเราก็รับไม่ได้ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเขาจะมองเราอย่างเย็นชา ยอมรับว่ายังมีความสุขกับการที่เป็นแบบนี้อยู่

หลายคนคงงงว่าตกลงเขียนขึ้นมาทำไม55555 เราแค่อยากระบายค่ะ ที่เขียนมาทั้งหมดอาจจะดูเรื่องเล็กน้อยมากๆในสายตาคนอื่น เพราะด้วยความที่ประสบการณ์ด้านนี้น้อยมากๆเลยด้วยแหละค่ะ หากมีท่านใดอยากให้คำแนะนำเราก็ยินดีนะคะ และอาจจะเพราะยังไม่ใจโลกเข้าใจตัวเองดีพอ... ส่วนเรื่องการเรียนนี่ไม่ต้องห่วงนะคะถึงจะเซแต่จะไม่ละเลยอย่างแน่นอน 
ใครที่มีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนก็มาแชร์กันได้นะคะ

สุดท้ายถึงตัวเองในอนาคตถ้าหากมาอ่านกระทู้เก่าๆนี้ ก็คงจะจำความรู้สึกนี้ได้ดี ถึงตอนนั้นเราก็คงมองเรื่องนี้กลับมาแล้วยิ้มให้กับความผิดหวังในอดีตได้ล่ะนะ ให้เวลาอธิบายให้เราฟัง 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่