คุณรู้ไหมว่า ... เมื่อดาวตกมาอยู่ในห้องใต้หลังคา ความสุขจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?
“ดาวตกคือวัตถุในอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นอุกกาบาต สะเก็ดดาวหรือขยะอวกาศ ที่ผ่านชั้นบรรยากาศลงมาสู่โลก ขณะที่อยู่ในอวกาศเรียกว่า “สะเก็ดดาว” ขณะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกเรียกว่า “ดาวตก” และเมื่อดาวตกเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจะเกิดเป็นประกายไฟเห็นเป็นหางดาวตกสว่างจ้า
พวกเราคิดว่าหากมีดาวตกอยู่ในห้องใต้หลังคาของบ้านสักหลัง คงเหมือนว่าดาวตกนั้นครั้งหนึ่งมันเคยมีชีวิต เคยมีค่า เคยเป็นวัตถุจากฟ้า แต่เมื่อตกลงมาสู่โลกกลับถูกมองว่าเป็นสิ่งไร้ค่า ไร้ความหมาย ไร้ความสำคัญที่พร้อมจะถูกลืมเลือน ส่วนห้องใต้หลังคาของบ้านมักใช้เป็นที่เก็บของเก่าจากอดีต เคยมีความหมายกับเราอย่างมาก ของที่เก็บไว้ในห้องใต้หลังคาจึงหมายถึงของที่เก็บไว้ในซอกหลืบเร้นลับแห่งความทรงจำ ที่นานทีปีครั้งเราจึงแวะไปคิดถึง”
ความหมายของดาวตกในห้องใต้หลังคาที่ผมเขียนอธิบายให้ท่านทราบนี้ คือแนวความคิดของนิสิตสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 21 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่เป็นเจ้าของผลงานสร้างสรรค์สำหรับเด็ก ที่เป็นสื่อการเรียนรู้และการพัฒนาให้แก่ชีวิตในประถมวัย โดยผลงานทั้งหมดจัดแสดงเป็นงานนิทรรศการต้นฉบับวรรณกรรมสำหรับเด็กสารนิพนธ์ ครั้งที่ 18 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22-27 พฤษภาคม 2561 ณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ TKpark ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
มาเปิดห้องใต้หลังคา พร้อมฉายไฟส่องหาดาวตกของคุณกันดีกว่า ...
สำหรับสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็กก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2537 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีด้านวรรณกรรมสำหรับเด็กเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดสอนมานานกว่า 20 ปีแล้ว ปัจจุบันสังกัดศูนย์การศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เน้นการผลิตบัณฑิตให้มีความสามารถด้านการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการสร้างวสรรค์วรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน การจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก การสร้างสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก รวมทั้งการเรียนรู้ธรรมชาติของเด็กเพื่อช่วยพัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยมีปรัชญาของสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็กว่า “การพัฒนาเด็กด้วยวรรณกรรมสำหรับเด็กเป็นพื้นฐานการพัฒนาสังคม”
ผลงานที่อยู่ในงานนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการประยุกต์ความรู้ในหลักสูตรทั้งหมดนำมาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเป็นวรรณกรรมต้นฉบับสำหรับเด็ก จำนวน 8 ประเภทคือ
1.หนังสือภาพสำหรับเด็ก 10 เรื่อง
2.หนังสือสารคดีสำหรับเด็ก 1 เรื่อง
3.กราฟิกโนเวล 2 เรื่อง
4.วรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
5.โครงการพัฒนาเด็กประถมวัย 2 โครงการ
6.สื่อผ้าเพื่อพัฒนาการเล่นสำหรับเด็ก 1 ผลงาน
7.อะนิเมชั่น (ขนาดสั้น) 1 เรื่อง
8.บอร์ดเกม 1 เกม
จะเห็นว่าผลงานการสร้างสรรค์ในยุคปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่เคยมีแค่นิยายภาพหรือวรรณกรรมเยาวชนเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้สื่อวรรรกรรมสำหรับเด็กมีการแยกย่อยมากมายเพื่อเรียกควมสนใจเด็กให้มากขึ้น ลองตามไปชมภาพบรรยากาศของงานนิทรรศการต้นฉบับวรรณกรรมสำหรับเด็กสารนิพนธ์ ในครั้งนี้กันดีกว่าครับ
ผู้แทนนิสิตในการจัดงานนิทรรศการครั้งนี้
รองคณบดี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประธานกล่าวเปิดงาน
การแสดงเล่านิทานจากตัวแทนนิสิตชั้นปีที่ 3 ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่ชมแล้วสนุกมาก ผู้ชมที่เข้าร่วมงานทุกท่านสนุกสนานกับการแสดงชุดนี้เป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นเป็นพิธีมอบรางวัลสำหรับผลงานที่ชนะเลิศในสาขาต่างๆ
ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ กล่าวชื่นชมผลงานของนิสิตในครั้งนี้
พี่ตุ๊บปอง เรื่องศักดิ์ ปิ่นประทีป มอบรางวัลแทน อ.ปรีดา ปัญญาจันทร์
อ.ชีวัน วิสาสะ มอบรางวัลให้แก่ผลงานของนิสิต
รศ.เกริก ยุ้นพันธุ์ มอบรางวัลให้แก่ผลงานของนิสิต
มาลองชมตัวอย่างผลงานสร้างสรรค์ของนิสิตกันดูบ้าง ดูว่าแต่ละชิ้นจะมีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง
หนังสือภาพสำหรับเด็กมี 10 เรื่อง แต่ละเรื่องมีความน่าสนใจมาก ต้องลองมาพลิกเปิดชมกันดูครับ
โครงการพัฒนาเด็กประถมวัย 2 โครงการ
โครงการสอนทำขนมไทย เป็นกิจกรรมที่ให้แม่และเด็กที่ร่วมกันทำขนมไทย โดยมีแนวคิดว่าขนมของฝร่ะง (ขนมต่างชาติ) มีทั้งไข่ นม เนย ที่ไม่เหมาะกับเด็กไทย แต่ขนมไทยที่ประกอบไปด้วย แป้ง น้ำตาล และมะพร้าว น่าจะมีความเหมาะสมกับเด็กไทยมากกว่า จึงเชิญชวนให้คุณแม่พาลูกๆ มาลองทำขนมไทยกันดู โดยขนมไทยที่สอนทำคือ ขนมต้มแดงต้มขาว , วุ้นกระทิ , ขนมสำปันนี , ขนมอินทนิล ล ขนมน้ำดอกไม้ ฯลฯ
โครงการเปิดกระเป๋าเล่าความสุข เป็นกิจกรรมจิตอาสา ที่จะนำกระเป๋าความสุขซึ่งมีทั้งตุ๊กตาและนิทานดีๆ หลายเรื่อง เอาเข้าไปเล่านิทานให้แก่เด็กๆ ที่ป่วยติดเตียงต่างโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจที่ดีให้แก่เด็กที่กำลังป่วย เพื่อจะได้ต่อสู้กับโรครายต่อไป โดยที่ผ่านมาเจ้าของผลงาน นส.ชินทานต์ ภักดีศรี ได้เข้าไปเล่านิทานให้แก่เด็กที่โรงยาบาลเด็กมาแล้ว
สารคดีสำหรับเด็ก เป็นเรื่องของชนเผ่าในภาคเหนือบ้านเกิดของผู้เขียน นส.เกศวดี ปินตา ในเล่มมีภาพวาดประกอบด้วยสีน้ำและสีไม้ งดงามมาก
ต้นฉบับผลงานวรรณกรรมอื่นๆ
ดาวตกในห้องใต้หลังคา
คุณรู้ไหมว่า ... เมื่อดาวตกมาอยู่ในห้องใต้หลังคา ความสุขจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?
“ดาวตกคือวัตถุในอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นอุกกาบาต สะเก็ดดาวหรือขยะอวกาศ ที่ผ่านชั้นบรรยากาศลงมาสู่โลก ขณะที่อยู่ในอวกาศเรียกว่า “สะเก็ดดาว” ขณะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกเรียกว่า “ดาวตก” และเมื่อดาวตกเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจะเกิดเป็นประกายไฟเห็นเป็นหางดาวตกสว่างจ้า
พวกเราคิดว่าหากมีดาวตกอยู่ในห้องใต้หลังคาของบ้านสักหลัง คงเหมือนว่าดาวตกนั้นครั้งหนึ่งมันเคยมีชีวิต เคยมีค่า เคยเป็นวัตถุจากฟ้า แต่เมื่อตกลงมาสู่โลกกลับถูกมองว่าเป็นสิ่งไร้ค่า ไร้ความหมาย ไร้ความสำคัญที่พร้อมจะถูกลืมเลือน ส่วนห้องใต้หลังคาของบ้านมักใช้เป็นที่เก็บของเก่าจากอดีต เคยมีความหมายกับเราอย่างมาก ของที่เก็บไว้ในห้องใต้หลังคาจึงหมายถึงของที่เก็บไว้ในซอกหลืบเร้นลับแห่งความทรงจำ ที่นานทีปีครั้งเราจึงแวะไปคิดถึง”
ความหมายของดาวตกในห้องใต้หลังคาที่ผมเขียนอธิบายให้ท่านทราบนี้ คือแนวความคิดของนิสิตสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 21 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่เป็นเจ้าของผลงานสร้างสรรค์สำหรับเด็ก ที่เป็นสื่อการเรียนรู้และการพัฒนาให้แก่ชีวิตในประถมวัย โดยผลงานทั้งหมดจัดแสดงเป็นงานนิทรรศการต้นฉบับวรรณกรรมสำหรับเด็กสารนิพนธ์ ครั้งที่ 18 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22-27 พฤษภาคม 2561 ณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ TKpark ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
มาเปิดห้องใต้หลังคา พร้อมฉายไฟส่องหาดาวตกของคุณกันดีกว่า ...
สำหรับสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็กก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2537 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีด้านวรรณกรรมสำหรับเด็กเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดสอนมานานกว่า 20 ปีแล้ว ปัจจุบันสังกัดศูนย์การศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เน้นการผลิตบัณฑิตให้มีความสามารถด้านการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการสร้างวสรรค์วรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน การจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก การสร้างสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก รวมทั้งการเรียนรู้ธรรมชาติของเด็กเพื่อช่วยพัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยมีปรัชญาของสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็กว่า “การพัฒนาเด็กด้วยวรรณกรรมสำหรับเด็กเป็นพื้นฐานการพัฒนาสังคม”
ผลงานที่อยู่ในงานนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการประยุกต์ความรู้ในหลักสูตรทั้งหมดนำมาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเป็นวรรณกรรมต้นฉบับสำหรับเด็ก จำนวน 8 ประเภทคือ
1.หนังสือภาพสำหรับเด็ก 10 เรื่อง
2.หนังสือสารคดีสำหรับเด็ก 1 เรื่อง
3.กราฟิกโนเวล 2 เรื่อง
4.วรรณกรรมเยาวชน 3 เรื่อง
5.โครงการพัฒนาเด็กประถมวัย 2 โครงการ
6.สื่อผ้าเพื่อพัฒนาการเล่นสำหรับเด็ก 1 ผลงาน
7.อะนิเมชั่น (ขนาดสั้น) 1 เรื่อง
8.บอร์ดเกม 1 เกม
จะเห็นว่าผลงานการสร้างสรรค์ในยุคปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่เคยมีแค่นิยายภาพหรือวรรณกรรมเยาวชนเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้สื่อวรรรกรรมสำหรับเด็กมีการแยกย่อยมากมายเพื่อเรียกควมสนใจเด็กให้มากขึ้น ลองตามไปชมภาพบรรยากาศของงานนิทรรศการต้นฉบับวรรณกรรมสำหรับเด็กสารนิพนธ์ ในครั้งนี้กันดีกว่าครับ
การแสดงเล่านิทานจากตัวแทนนิสิตชั้นปีที่ 3 ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่ชมแล้วสนุกมาก ผู้ชมที่เข้าร่วมงานทุกท่านสนุกสนานกับการแสดงชุดนี้เป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นเป็นพิธีมอบรางวัลสำหรับผลงานที่ชนะเลิศในสาขาต่างๆ
มาลองชมตัวอย่างผลงานสร้างสรรค์ของนิสิตกันดูบ้าง ดูว่าแต่ละชิ้นจะมีความโดดเด่นอย่างไรบ้าง
หนังสือภาพสำหรับเด็กมี 10 เรื่อง แต่ละเรื่องมีความน่าสนใจมาก ต้องลองมาพลิกเปิดชมกันดูครับ
โครงการพัฒนาเด็กประถมวัย 2 โครงการ
โครงการสอนทำขนมไทย เป็นกิจกรรมที่ให้แม่และเด็กที่ร่วมกันทำขนมไทย โดยมีแนวคิดว่าขนมของฝร่ะง (ขนมต่างชาติ) มีทั้งไข่ นม เนย ที่ไม่เหมาะกับเด็กไทย แต่ขนมไทยที่ประกอบไปด้วย แป้ง น้ำตาล และมะพร้าว น่าจะมีความเหมาะสมกับเด็กไทยมากกว่า จึงเชิญชวนให้คุณแม่พาลูกๆ มาลองทำขนมไทยกันดู โดยขนมไทยที่สอนทำคือ ขนมต้มแดงต้มขาว , วุ้นกระทิ , ขนมสำปันนี , ขนมอินทนิล ล ขนมน้ำดอกไม้ ฯลฯ
โครงการเปิดกระเป๋าเล่าความสุข เป็นกิจกรรมจิตอาสา ที่จะนำกระเป๋าความสุขซึ่งมีทั้งตุ๊กตาและนิทานดีๆ หลายเรื่อง เอาเข้าไปเล่านิทานให้แก่เด็กๆ ที่ป่วยติดเตียงต่างโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจที่ดีให้แก่เด็กที่กำลังป่วย เพื่อจะได้ต่อสู้กับโรครายต่อไป โดยที่ผ่านมาเจ้าของผลงาน นส.ชินทานต์ ภักดีศรี ได้เข้าไปเล่านิทานให้แก่เด็กที่โรงยาบาลเด็กมาแล้ว
ต้นฉบับผลงานวรรณกรรมอื่นๆ