วันนี้ตอนเย็นหลังเลิกงาน ได้เจอน้องๆ 3 คน ที่คามิ Member วงดนตรีหญิงล้วนท่านนึง ระดับสายเปย์ตัว Top
ที่มีโอกาสได้เห็นรูปลับบางส่วน และบทวิเคราะห์ระดับ 'SIVE (ก่อนที่ทั้งหมดจะโดนลบทิ้ง และปลิวหายหมด)
มาขอนัดคุย-เล่าระบายความรู้สึกให้ฟัง เพราะมันรู้ว่าผมก็เป็นแฟนคลับตัวยงของ Member ท่านนี้ด้วย
มี 2 คน เล่าไป-ระบายไป ทำท่าจะร้องไห้-ตาแดงๆเหม่อลอย-กินอะไรไม่ลง
อาการแบบนี้ ..ความรู้สึกแบบนี้ ..ชัวร์เลย
มันคือ
"การอกหัก" ครับ
และเป็น "การอกหักระดับ 3 "
แบบ คนรักที่อุตส่าห์ไว้ใจ-เชื่อใจทุกอย่าง "สวมเขา" หรือ "หลอกใช้"
มันจะเจ็บปวดสุดๆ-ใจแตกสลายแบบสุดจะบรรยาย ทีเดียว (อาจจะฟังดูเว่อร์..แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ)
ผมก็ได้แต่รับฟัง คอยปลอบ-ให้กำลังใจ-ให้มองมุมบวก
ซึ่งก็รู้อยู่ว่ามันไม่มีประโยชน์
...แต่ก็ทำได้แค่นั้น
น้องๆที่คุยกันวันนี้ บางคนไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ด้วยซ้ำ
แต่ มันได้สัมผัสความรู้สึกสุด PEAK ของความรัก ครบถ้วนแบบจบหลักสูตรเลย
ทั้ง "การตกหลุมรัก" (Fall in Love) แบบ ผีเสื้อบินในท้อง
ประมาณ นั่งดูคลิปเก่าๆของน้องแบบวนๆ-ซ้ำๆ แล้วยิ้มหวานอยู่คนเดียว
และ "การอกหักระดับ 3" (เทียบเท่ากับการเจอ "ไคจู ระดับ 4")
แบบกินก็ไม่ได้-นอนก็ไม่หลับ ได้แต่ทุกข์ทรมาณเจ็บปวดใจทุกวินาทีที่นึกถึง
เลยไม่ได้แปลกใจ ที่เห็นข่าวแฟนคลับหรือโอตะหลายคน
เลือกที่จะใช้วิธีแสดงออกเพื่อ "ระบายความรู้สึกในใจออกมา" ซึ่งอาจจะดูรุนแรงไปหน่อย
แต่นั่นก็ช่วยให้ความรู้สึก-สภาพจิตใจ มันดีขึ้นบ้าง
ไม่งั้นอาจได้ลุกลาม-ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หรือบานปลายไปสู่อะไรที่รุนแรงกว่านั้น
(เคยเห็นข่าวคนที่เรียนสูงๆ ฆ่าแฟนตัวเอง เพราะอีกฝั่งจะขอเลิกมั้ย ?)
แบบว่า ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งคาดหวังมาก ก็ยิ่งผิดหวัง-เสียใจมาก
และถ้าคุมสติตัวเองไม่ได้ ก็จะแค้นมาก-โกรธมาก
..ซึ่งจะนำไปสู่ Dark Side
(เอ้า ! เพลงมา..)
เพราะถ้าคุณควบคุม Force ในตัวไม่ได้ สุดท้ายก็จะถูกชักนำเข้าสู่ "ด้านมืด"
จากเด็กน้อย Anakin Skywalker ที่เคยใสๆ-น่ารัก กลายเป็น Darth Vader ที่โหดสุดๆ
บางทีการเผา "ความทรงจำ" เหล่านั้น
หรือการทำอะไรที่ดูรุนแรง เช่น ปาแก้ว-ร่อนจานกระเบื้อง หรือไปต่อยเตะกระสอบทราย
มันก็ช่วยเยียวยาสภาพจิตใจ ได้พอสมควร
ในต่างประเทศเองก็มีงานวิจัยพวกนี้ (การใช้ความรุนแรงเพื่อการเยียวยา)
หรือมีสถานที่ปาแก้ว-เขวี้ยงจาน ให้ผู้คนได้ปลดปล่อย-ระบายความรู้สึก
...ก่อนที่จะโดน "ด้านมืด" เข้าครอบงำ
ผมเลยเข้าใจ ทั้ง 2 ฝั่ง
ทั้งฝั่งคนเผา และฝั่งคนไม่ชอบงานเผา ที่มองว่า "ไร้สาระ-ปัญญาอ่อน-ขาดสติ"
เพราะแต่ละคน มีภูมิต้านทาน "พลังด้านมืด" ที่แตกต่างกัน
หรือแม้แต่คนที่เผารูป อีกสัก 2-3 ปี Force ด้านบวกเขาแกร่งขึ้น
พอย้อนกลับมาดู เค้าก็อาจจะนั่งขำ ในสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้
ฉะนั้น อย่าได้แปลกใจ-ตกใจ กับข่าวการเผารูปคนที่เคยรักระดับคามิ เลยครับ
มันเป็นกลไกป้องกันตัวเอง เข้าสู่ Dark Side ในรูปแบบนึง
พอได้ปลดปล่อย-ได้ระบายแล้ว สักพักก็จะกลับมาเป็นปกติเอง
..อย่างน้อยก็ไม่ได้ไปทำร้ายใคร หรือทำให้ใครเดือดร้อน
หรือมองแบบขำๆ..
เค้าก็แค่เดินตามรอยวิถี ของ โอตะรุ่นพี่ระดับตำนานคนนึง
ที่เคยเจ็บปวดกับกรณี Member ตัว Top ของ 48 Group คนนึงหักหลัง
และได้เคยลั่น อมตะวาจา ให้กำลังใจคนที่จะเผารูปคามิตัวเอง ไว้ว่า
"...เผาเลยพี่น้อง !! ผมรับผิดชอบเอง.."
กรณีศึกษา..การเผารูปคามิของตัวเอง "เหตุผล" หรือ "อารมณ์" ?
ที่มีโอกาสได้เห็นรูปลับบางส่วน และบทวิเคราะห์ระดับ 'SIVE (ก่อนที่ทั้งหมดจะโดนลบทิ้ง และปลิวหายหมด)
มาขอนัดคุย-เล่าระบายความรู้สึกให้ฟัง เพราะมันรู้ว่าผมก็เป็นแฟนคลับตัวยงของ Member ท่านนี้ด้วย
มี 2 คน เล่าไป-ระบายไป ทำท่าจะร้องไห้-ตาแดงๆเหม่อลอย-กินอะไรไม่ลง
อาการแบบนี้ ..ความรู้สึกแบบนี้ ..ชัวร์เลย
มันคือ "การอกหัก" ครับ
และเป็น "การอกหักระดับ 3 "
แบบ คนรักที่อุตส่าห์ไว้ใจ-เชื่อใจทุกอย่าง "สวมเขา" หรือ "หลอกใช้"
มันจะเจ็บปวดสุดๆ-ใจแตกสลายแบบสุดจะบรรยาย ทีเดียว (อาจจะฟังดูเว่อร์..แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ)
ผมก็ได้แต่รับฟัง คอยปลอบ-ให้กำลังใจ-ให้มองมุมบวก ซึ่งก็รู้อยู่ว่ามันไม่มีประโยชน์
...แต่ก็ทำได้แค่นั้น
น้องๆที่คุยกันวันนี้ บางคนไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ด้วยซ้ำ
แต่ มันได้สัมผัสความรู้สึกสุด PEAK ของความรัก ครบถ้วนแบบจบหลักสูตรเลย
ทั้ง "การตกหลุมรัก" (Fall in Love) แบบ ผีเสื้อบินในท้อง
ประมาณ นั่งดูคลิปเก่าๆของน้องแบบวนๆ-ซ้ำๆ แล้วยิ้มหวานอยู่คนเดียว
และ "การอกหักระดับ 3" (เทียบเท่ากับการเจอ "ไคจู ระดับ 4")
แบบกินก็ไม่ได้-นอนก็ไม่หลับ ได้แต่ทุกข์ทรมาณเจ็บปวดใจทุกวินาทีที่นึกถึง
เลยไม่ได้แปลกใจ ที่เห็นข่าวแฟนคลับหรือโอตะหลายคน
เลือกที่จะใช้วิธีแสดงออกเพื่อ "ระบายความรู้สึกในใจออกมา" ซึ่งอาจจะดูรุนแรงไปหน่อย
แต่นั่นก็ช่วยให้ความรู้สึก-สภาพจิตใจ มันดีขึ้นบ้าง
ไม่งั้นอาจได้ลุกลาม-ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หรือบานปลายไปสู่อะไรที่รุนแรงกว่านั้น
(เคยเห็นข่าวคนที่เรียนสูงๆ ฆ่าแฟนตัวเอง เพราะอีกฝั่งจะขอเลิกมั้ย ?)
แบบว่า ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งคาดหวังมาก ก็ยิ่งผิดหวัง-เสียใจมาก
และถ้าคุมสติตัวเองไม่ได้ ก็จะแค้นมาก-โกรธมาก
..ซึ่งจะนำไปสู่ Dark Side
(เอ้า ! เพลงมา..)
เพราะถ้าคุณควบคุม Force ในตัวไม่ได้ สุดท้ายก็จะถูกชักนำเข้าสู่ "ด้านมืด"
จากเด็กน้อย Anakin Skywalker ที่เคยใสๆ-น่ารัก กลายเป็น Darth Vader ที่โหดสุดๆ
บางทีการเผา "ความทรงจำ" เหล่านั้น
หรือการทำอะไรที่ดูรุนแรง เช่น ปาแก้ว-ร่อนจานกระเบื้อง หรือไปต่อยเตะกระสอบทราย
มันก็ช่วยเยียวยาสภาพจิตใจ ได้พอสมควร
ในต่างประเทศเองก็มีงานวิจัยพวกนี้ (การใช้ความรุนแรงเพื่อการเยียวยา)
หรือมีสถานที่ปาแก้ว-เขวี้ยงจาน ให้ผู้คนได้ปลดปล่อย-ระบายความรู้สึก
...ก่อนที่จะโดน "ด้านมืด" เข้าครอบงำ
ผมเลยเข้าใจ ทั้ง 2 ฝั่ง
ทั้งฝั่งคนเผา และฝั่งคนไม่ชอบงานเผา ที่มองว่า "ไร้สาระ-ปัญญาอ่อน-ขาดสติ"
เพราะแต่ละคน มีภูมิต้านทาน "พลังด้านมืด" ที่แตกต่างกัน
หรือแม้แต่คนที่เผารูป อีกสัก 2-3 ปี Force ด้านบวกเขาแกร่งขึ้น
พอย้อนกลับมาดู เค้าก็อาจจะนั่งขำ ในสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้
ฉะนั้น อย่าได้แปลกใจ-ตกใจ กับข่าวการเผารูปคนที่เคยรักระดับคามิ เลยครับ
มันเป็นกลไกป้องกันตัวเอง เข้าสู่ Dark Side ในรูปแบบนึง
พอได้ปลดปล่อย-ได้ระบายแล้ว สักพักก็จะกลับมาเป็นปกติเอง
..อย่างน้อยก็ไม่ได้ไปทำร้ายใคร หรือทำให้ใครเดือดร้อน
หรือมองแบบขำๆ..
เค้าก็แค่เดินตามรอยวิถี ของ โอตะรุ่นพี่ระดับตำนานคนนึง
ที่เคยเจ็บปวดกับกรณี Member ตัว Top ของ 48 Group คนนึงหักหลัง
และได้เคยลั่น อมตะวาจา ให้กำลังใจคนที่จะเผารูปคามิตัวเอง ไว้ว่า
"...เผาเลยพี่น้อง !! ผมรับผิดชอบเอง.."