เริ่มโดยเล่าต้นสายปลายเหตุก่อนนะ เราเริ่มเที่ยวตั้งแต่สมัยที่หางแดงออกโปรฯศูนย์บาทแรกๆ มันถูกจริง ถูกกว่าสมัยนี้เยอะ เป็นช่วงที่ยังสามารถหาโฮสเทลคืนละ 500 ได้สบายๆในสิงคโปร์ เราเริ่มอยากเที่ยว อยากเป็น backpacker ตอนอยู่มหาลัยเนี่ยแหละ ด้วยความที่เราเป็นคนที่ไม่ได้รวยอะไร โอเคว่าไม่ได้จนกรอบหรือมาจากสังคมคนหาเช้ากินค่ำ แต่พ่อแม่เราให้เงินแบบว่าพอแค่ค่าข้าวไปเรียนจริงๆอะ จนมหาลัยก็บวกค่าเดินทางไปอีกหน่อย เรียกว่าไม่ได้มีเงินเหลือพอเก็บอะไรเลย ไม่มีเงินค่าขนมหรือเบี้ยเลี้ยงใดๆที่ให้เราใช้ซื้ออะไรตามรสนิยมหรือไลฟ์สไตล์ ค่าอะไรนอกจากค่าข้าวค่ารถไปเรียนก็เบิกที่บ้านเอา ของใช้ของกิน เสื้อผ้า ที่บ้านจัดหาและจ่ายให้ ซึ่งไอ้เรื่องสำราญบานใจนี้เบิกไม่ได้หรอก เบิกได้แต่อะไรเกี่ยวกับเรียน พ่อแม่เรา baby boomer ไทยแท้ไง เน้นหามาเก็บ ทำธุรกิจไม่เป็น เน้นตัดความอยากได้อยากมีเอา เลยเลี้ยงเรามาแบบนั้น ด้วยความที่เงินที่ได้มันไม่พอจะซื้อหาของชอบเท่าไหร่ เราก็อดข้าวเอานั่นแหละ ตั้งแต่เด็กมาละ ซื้อเทปซื้อซีดี ดูหนังโรง ทำมาจนมาถึงวัยที่เริ่มอยากออกเที่ยว รวบรัดเลยนะ ก็คือเรามีปัญญาพอที่จะนอนแค่ห้อง dorm นี่ละ สมัยเด็กก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่ามีปัญญาเก็บได้แค่นี้ ดีกว่าไม่ได้เที่ยว ถ้ารอเก็บพอนอนดีกว่านี้ ถึงวันนั้นราคาอาจขึ้น แล้วมันก็นานไป เราไม่อยากรอ ความอยากเที่ยวมันมีมากกว่า ลึกๆมีคิดบ้างว่าถ้าโตไปกว่านี้ หาเงินได้มากขึ้น ค่อยขยับขยายไปพักที่ที่มันนอนคนเดียว ส่วนตัวหน่อย
พอเที่ยวไปเที่ยวมาซ้ำๆ มันเลยติดกับการพัก dorm ไปแล้ว จนถึงวันที่หาเงินได้เอง หาได้มากขึ้นกว่าสมัยเด็กที่ต้องอดข้าวเอามาซื้อของชอบ เราก็ยังรู้สึกว่าที่พักทั่วๆไป ไม่ใช่โฮสเทลมันเป็นอะไรที่สบายเกินความจำเป็นเรา ไม่ใช่งกแล้วมาทำองุ่นเปรี้ยวนะ สาบานจริงๆว่ามองภาพพวกนั้นแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย เฉยๆมาก ถ้าต้องควักหลักพันให้นอนแบบนั้นคืนนึงเราไม่เอา ไม่คุ้ม ในเมื่อเราเสียแค่ 250 เราก็นอนในที่ที่เราโอเคกับมันได้แล้ว เงินพันสองนี่ใช้นอนโฮสเทลดีๆในเชียงใหม่ได้ทั้งอาทิตย์เลยนะ นอน dorm ห้องสิบคนเราก็เฉยๆ เข้าห้องน้ำรวมเราก็ชิล เราขอแค่ห้องนอนมีล็อคเกอร์ที่ใหญ่พอ ห้องนอนไม่เหม็นอับ ไม่มี bed bug ห้องน้ำไม่เน่าฉึ่ง มีผ้าเช็ดตัวให้ ทำเลอยู่ถนนเส้นหลักติดขนส่งสาธารณะ แค่นี้เราพอใจแล้ว
ปัญหามาเกิดเอาหลังๆนี่ละ เพื่อนหลายคนเริ่มอยากเที่ยวกับเรา อาจจะเพราะสบาย มีเราทำการบ้านให้หมด เราชอบวางแผนเที่ยวมาก ทำรายละเอียดแบบยิบเลย เวลา สถานที่ ป้ายรถ ราคา กินอะไร ที่ไหน ระยะเดินจากเอไปบีประมาณกี่เมตร กี่นาที จุดไหนไม่แน่ใจเราส่อง google map ก่อนด้วยซ้ำ พยายามหาข้อมูลทุกๆอย่างที่อัพเดทที่สุด ไม่เก่ากว่าสามเดือนนับจากวันที่กำลังค้นหา แต่เพื่อนๆพวกนั้นมาตรฐานในการพักเขาสูงกว่าเรามากเลย ให้มานอนกับเราก็นอนไม่ไหวหรอก ส่วนเราจะให้ไปนอนแบบเขาก็เปลือง ทำใจไม่ได้ ขนาดบางทีไปกับครอบครัว มีคนออกให้ นอนโรงแรมดีๆ เรายังอึดอัดเลย บรรยากาศมันไม่ใช่อะ เกร็งๆยังไงไม่รู้ กับบางคนที่พอจะสนิทกัน เราก็บอกนะว่าไปด้วยได้แต่แยกกันนอนนะ พวกก็ง่องแง่งใส่เราอีก จนเราต้องบอกเหตุผลจริงๆ สุดท้ายโดนมองว่างกไม่เข้าเรื่อง พร้อมกับคำถามมากมายว่าทำไมต้องลดความสบาย ทำไมไม่ห่วงความปลอดภัย บลาๆ จนเราอ่อนใจ ไม่รู้จะพูดยังไง ก็เราสะดวกของเราแบบนี้ มาตรฐานเรามันง่ายแค่นี้ เรามีความสุขและสบายดีทุกอย่างทั้งกายใจ ภายใต้มาตรฐานแบบนี้ เราไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายแพงกว่าเพื่อสิ่งที่เกินจำเป็นอะ
ใครเคยมีปัญหาแบบเรามั่งมั้ย ลองมาแชร์กันหน่อยว่าแก้กันยังไง บางทีก็หมั่นไส้เหมือนกันที่มีคนชอบบอกว่าคนพันทิปแข่งกันเที่ยวถูก ก็ชั้นไม่ได้รวยอะไรนี่ ถ้าตอนแรกเรามีเงินเยอะกว่านี้ เราอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้มั้งอะ คงเป็นแบบคนอื่นทั่วไป ทุกวันนี้เรายอมรับเลยว่าถ้าเราเที่ยวได้ถูกกว่าชาวบ้านเราภูมิใจมาก ฮ่าๆๆ ปกติเราเน้นเดินมิวเซียม เดินย่านเมืองเก่า ดูตึกรามข้านช่าง ดูวัดวา มัสยิด เข้าแกลอรี่ กินอาหารเด็ดๆในเมือง สัมผัสวิถีชีวิตผู้คน ความเป็นอยู่ แล้วหลังๆมาเราเพิ่ม cafe hopping กับ bar hopping ไปด้วย จริงๆตัดค่าเครื่องดื่มมึนเมากับพวกกาแฟ+เค้กสวยๆออกไปราคาจะถูกลงกว่านี้อีกนะ
เวลาเที่ยวเรานอนแต่ dorm จะเที่ยวกับคนอื่นก็ลำบากใจจัง ทำไงดี
พอเที่ยวไปเที่ยวมาซ้ำๆ มันเลยติดกับการพัก dorm ไปแล้ว จนถึงวันที่หาเงินได้เอง หาได้มากขึ้นกว่าสมัยเด็กที่ต้องอดข้าวเอามาซื้อของชอบ เราก็ยังรู้สึกว่าที่พักทั่วๆไป ไม่ใช่โฮสเทลมันเป็นอะไรที่สบายเกินความจำเป็นเรา ไม่ใช่งกแล้วมาทำองุ่นเปรี้ยวนะ สาบานจริงๆว่ามองภาพพวกนั้นแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย เฉยๆมาก ถ้าต้องควักหลักพันให้นอนแบบนั้นคืนนึงเราไม่เอา ไม่คุ้ม ในเมื่อเราเสียแค่ 250 เราก็นอนในที่ที่เราโอเคกับมันได้แล้ว เงินพันสองนี่ใช้นอนโฮสเทลดีๆในเชียงใหม่ได้ทั้งอาทิตย์เลยนะ นอน dorm ห้องสิบคนเราก็เฉยๆ เข้าห้องน้ำรวมเราก็ชิล เราขอแค่ห้องนอนมีล็อคเกอร์ที่ใหญ่พอ ห้องนอนไม่เหม็นอับ ไม่มี bed bug ห้องน้ำไม่เน่าฉึ่ง มีผ้าเช็ดตัวให้ ทำเลอยู่ถนนเส้นหลักติดขนส่งสาธารณะ แค่นี้เราพอใจแล้ว
ปัญหามาเกิดเอาหลังๆนี่ละ เพื่อนหลายคนเริ่มอยากเที่ยวกับเรา อาจจะเพราะสบาย มีเราทำการบ้านให้หมด เราชอบวางแผนเที่ยวมาก ทำรายละเอียดแบบยิบเลย เวลา สถานที่ ป้ายรถ ราคา กินอะไร ที่ไหน ระยะเดินจากเอไปบีประมาณกี่เมตร กี่นาที จุดไหนไม่แน่ใจเราส่อง google map ก่อนด้วยซ้ำ พยายามหาข้อมูลทุกๆอย่างที่อัพเดทที่สุด ไม่เก่ากว่าสามเดือนนับจากวันที่กำลังค้นหา แต่เพื่อนๆพวกนั้นมาตรฐานในการพักเขาสูงกว่าเรามากเลย ให้มานอนกับเราก็นอนไม่ไหวหรอก ส่วนเราจะให้ไปนอนแบบเขาก็เปลือง ทำใจไม่ได้ ขนาดบางทีไปกับครอบครัว มีคนออกให้ นอนโรงแรมดีๆ เรายังอึดอัดเลย บรรยากาศมันไม่ใช่อะ เกร็งๆยังไงไม่รู้ กับบางคนที่พอจะสนิทกัน เราก็บอกนะว่าไปด้วยได้แต่แยกกันนอนนะ พวกก็ง่องแง่งใส่เราอีก จนเราต้องบอกเหตุผลจริงๆ สุดท้ายโดนมองว่างกไม่เข้าเรื่อง พร้อมกับคำถามมากมายว่าทำไมต้องลดความสบาย ทำไมไม่ห่วงความปลอดภัย บลาๆ จนเราอ่อนใจ ไม่รู้จะพูดยังไง ก็เราสะดวกของเราแบบนี้ มาตรฐานเรามันง่ายแค่นี้ เรามีความสุขและสบายดีทุกอย่างทั้งกายใจ ภายใต้มาตรฐานแบบนี้ เราไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายแพงกว่าเพื่อสิ่งที่เกินจำเป็นอะ
ใครเคยมีปัญหาแบบเรามั่งมั้ย ลองมาแชร์กันหน่อยว่าแก้กันยังไง บางทีก็หมั่นไส้เหมือนกันที่มีคนชอบบอกว่าคนพันทิปแข่งกันเที่ยวถูก ก็ชั้นไม่ได้รวยอะไรนี่ ถ้าตอนแรกเรามีเงินเยอะกว่านี้ เราอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้มั้งอะ คงเป็นแบบคนอื่นทั่วไป ทุกวันนี้เรายอมรับเลยว่าถ้าเราเที่ยวได้ถูกกว่าชาวบ้านเราภูมิใจมาก ฮ่าๆๆ ปกติเราเน้นเดินมิวเซียม เดินย่านเมืองเก่า ดูตึกรามข้านช่าง ดูวัดวา มัสยิด เข้าแกลอรี่ กินอาหารเด็ดๆในเมือง สัมผัสวิถีชีวิตผู้คน ความเป็นอยู่ แล้วหลังๆมาเราเพิ่ม cafe hopping กับ bar hopping ไปด้วย จริงๆตัดค่าเครื่องดื่มมึนเมากับพวกกาแฟ+เค้กสวยๆออกไปราคาจะถูกลงกว่านี้อีกนะ