อันนี้เป็นกระทู้แรกของเรา เราคิดอยู่ 2 วัน ว่าจะตั้งกระทู้ดีมั้ย ตอนแรกกะจะไม่ตั้ง มันสองจิตสองใจ ลังเลจนมีคนรอบข้างหลายคนบอกว่า
ตั้งกระทู้ก็ดี จะได้เป็นอุทาหรณ์เตือนคนอื่น ๆ ที่อาจจะเจอแบบเรา ถือว่าได้บุญ แล้วเราก็ไม่อยากให้คนอื่นๆต้องมาเจอแบบเราด้วย เลยตัดสินใจนั่งเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา (หากใครอยากดูบิล หลังไมค์มาได้)
ขอเกริ่นก่อนว่า เราได้ไปซื้อโทรศัพท์ที่งาน Mobile Expo ซึ่งทางทรูแจ้งว่า ถ้าย้ายค่ายจากAISมาค่ายทรูจะได้ส่วนลดค่าเครื่องประมาณ 3,000 บาท และจ่ายค่าใช้บริการล่วงหน้าอีก 2,000 บาท ( เราจึงตัดสินใจย้ายมาค่ายทรูแต่ใช้เบอร์เดิม ) ทางค่ายทรูก็ให้ SIM CARD มาเพิ่ม 1 อัน (เท่ากับเรามี 2 เบอร์ โดยเบอร์ที่ทางค่ายสีแดงให้นั้น เค้าเรียกว่าเป็นเบอร์หลัก และเบอร์เดิมของเราที่ย้ายค่ายมานั้น เรียกว่าเป็นเบอร์รอง) การใช้งานทั้ง 2 เบอร์ แต่ยอดเดียวกันเรียกว่าโปรโมชั่น 4G แชร์แพลน ราคา 1,099 บาท Net 16 GB (คือ 2 SIM ใช้เน็ตร่วมกัน ก็เหมือนเราใช้งานปกติ แต่แค่ได้ SIM เพิ่มมา 1 อันเฉยๆ) และเราได้ส่วนลด 50% อีก ก็จะเหลือ 549.5 บาท แล้วที่เราได้กล่าวไปแล้วคือ เราได้จ่ายค่าใช้บริการล่วงหน้าไป 2,000 บาท
โดยเงินอันนี้ทางค่ายจะหักเดือนละ 200 บาท จำนวน10 เดือน ) เท่ากับ 549.5 – 200 = 349.5 (รวม Vat รวมอะไรแล้ว ราคาอาจจะมากกว่านี้นิดหน่อย)
ปล.เซลล์แจ้งเราว่า จะปรับวงเงินของเราไม่ให้เกิน 850 บาท (เราก็คิดว่าดี เพราะถึงจะใช้รายเดือน แต่เราก็สามารถที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายได้) แต่พอกลับมาบ้านใช้งานจริงๆ ครั้งแรกเราก็ได้รับ SMS แจ้งเกี่ยวกับวงเงินครั้งแรก 1,000 บาท แล้วเราก็ได้รับ SMS เกี่ยวกับ Net ซึ่งจริงๆเราต้องได้ 16 GB แต่ SMS ที่ได้รับแค่ 12 GB
เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร มองในแง่ดีว่าเค้าอาจจะปรับให้ทีหลังมั้ง จึงรอเวลาใช้มาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ารอไม่ไหว เราก็เลยโทรหา Call center
และแจ้ง จนท.ไป เค้าก็ดำเนินการปรับ Internet ให้เป็น 16 GB รวมทั้งปรับวงเงินเท่ากับที่เซลล์ได้แจ้งไว้แต่แรกคือ 850 บาท สักพักเราก็ได้รับ SMS
ปรับราคาวงเงินไม่เกิน 850 บาท คือถ้าไม่โทรไม่จี้ก็คงจะไม่ทำให้งี้หรอ !!!!! เดือนแรกครั้งที่ 1 เราได้รับใบแจ้งค่าบริการราคา 377.18 ก็ไม่ได้ต่างมากเท่าไหร่เมื่อมาเทียบกับ 349.5 (ที่กล่าวไปแล้วข้างบน) จึงทำให้เราไม่ได้สงสัยอะไร ก็ Scan Barcode ผ่าน App Banking จ่ายเงินไปเรียบร้อย
พอต่อมาใกล้จะถึงบิลครั้งที่ 2 ต้องบอกก่อนว่า เบอร์เราจะตัดรอบบิลทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน ซึ่งก่อนจะตัดรอบบิลเราก็ได้รับ SMS แจ้งมาว่า
ปรับวงเงินเป็น 2,200 บาท (แบบอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องโทรแจ้ง) ทั้งๆวงเงินของเราอันเดิมคือ 850 บาท เมื่อได้รับ SMS เราก็สงสัยแต่ก็ยังลังเลที่จะโทรไป คิดในใจว่าอาจจะเหมือนบิลรอบแรกก็ได้ ที่เราก็ได้โทรเช็คการใช้งานตอนนั้น ได้ยอด พันกว่า แต่พอตัดรอบบิลแล้วลด 50% หักส่วนลดต่างๆอีก ก็เหลือ 377 บาท เดี๋ยวรอดูไปก่อนละกัน สักพักประมาณ 2-3 วัน เราก็ได้รับ SMS แจ้งอีกครั้งว่า เราใช้งานเกินวงเงิน 90% ทีนี้เราไม่นิ่งเฉย รีบโทรหา Call Center ทันที จนท.แจ้งว่าที่ปรับวงเงินจากเดิม 850 บาท เป็น 2,200 บาทนั้น เพื่อให้ลูกค้าสะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งเราก็เข้าใจนะ แต่ว่าทำไมตอนที่ยอดมันเกิน 850 บาท ทำไม ไม่ส่ง SMS มาแจ้งเราว่า ยอดการใช้งานเรามันเกิน 850 บาท ทำไมส่งมาแจ้งว่า “ปรับวงเงินให้เราเป็น 2,200 บาท แทนซะงั้น” พอเราถามว่ายอดการใช้งานของเราตอนนี้กี่บาท เห็นว่ามันขึ้น SMS ว่าเราใช้เกิน 90% จนท.ก็แจ้งเราคร่าวๆว่า ประมาณ 2 พันกว่าบาท แต่ยังไม่ได้หักส่วนลดของลูกค้า และยังไม่ครบกำหนดตัดรอบบิลเลยยังสรุปยอดหักส่วนลดให้ไม่ได้
และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง วันที่เราได้รับใบแจ้งค่าบริการครั้งที่ 2 ผลออกมาคือ ค่าใช้จ่ายรู้สึกมันสูงเกินจริงไปมาก คือ 2,895 หลังจากหักโปรส่วนลดแล้วเหลือ 2,295.69 ทั้งๆที่เราใช้ไม่เยอะ จึงโทรไปสอบถามทาง Call Center อีกครั้ง จนท.แจ้งว่า ไม่สามารถตรวจสอบการใช้งานได้ แนะนำให้ติดต่อสาขาเท่านั้น เราจึงไปติดต่อที่สาขา เราแจ้งว่าเรารู้สึกว่าค่าใช้จ่ายมันสูงเกินจริง ทั้งๆที่เราใช้ไม่เยอะ จนท.ก็ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วแจ้งว่าเบอร์หลักของเรามีการได้รับ SMS พวกคอนเท้นโฆษณาต่างๆ จึงทำให้เสียเงิน
(แค่ส่งมาหาเรา เราก็เสียเงิน ทั้งๆที่เราไม่ได้สมัครอะไร เรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเราอะ) โดยค่าใช้จ่าย SMS ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ๆมาจาก เบอร์หลัก
(คือเบอร์ที่ทางบริษัทให้) ซึ่งเบอร์หลักนั้น เราใช้เสียบแท็บเล็ตอย่างเดียว เปรียบเสมือนให้มันเป็น AIR CARD
เราก็ยังยืนยันแจ้ง จนท.เสียงแข็งว่า เราไม่ได้ใช้ แล้วเบอร์ที่ได้รับ SMS เสียเงินนั้น เราใช้มันเป็น AIR CARD จนท.ก็ทำการตรวจสอบแล้วแจ้งว่า ยอดใช้งานเท่านั้น เท่านี้ เดี๋ยวปรับลดยอดให้แล้วกัน เราก็ถามว่าเท่าไหร่ นางก็ตอบไม่รู้เรื่องอ้ำอึ้ง เราก็ถามจี้อีกว่า สรุปเราต้องจ่ายเท่าไหร่ นางก็บอกขอตรวจสอบอีก เราก็รอไป สักพักนางตอบว่า หลังจากปรับลดยอดแล้ว เราจะเหลือค่าใช้จ่ายเพียง 300 กว่าบาท เราก็แบบโอเคร (คิดในใจว่าน่าจะถูกแล้ว เพราะโปรเราอย่างที่แจ้งไปข้างต้น มันจะประมาณนี้ หรือมากกว่านี้ 100- 200 เราก็ยังพอรับได้ แต่ไม่ใช่ต่างมาเป็นพันแบบบิลล่าสุดนี้) จากนั้นเราก็ขอดูบันทึกการใช้งาน นางขอบัตรประชาชนตัวจริง เราบอกว่าเราลืมเอามา นางบอกว่างั้นไม่สามารถตรวจสอบบันทึกการใช้งานได้
เราจึงกลับไปเอาบัตรประชาชนตัวจริงมา
แล้วก็กลับมาสาขาอีกรอบ พอมาถึงเรากดบัตรคิวครั้งที่ 2 (แต่ไม่ได้คุยกับ จนท.คนเดิม แต่ได้คิวเป็น จนท.คนใหม่อีกช่อง) เราก็แจ้ง จนท.คนที่ 2 ว่า
มาดำเนินการปรับลดยอดค่ะ เพราะรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายมันเกินจริง โดยก่อนหน้านี้ได้คุยกับ จนท.อีกคนไว้แล้ว แต่ลืมบัตรประชาชนมาเลยกลับไปเอามาค่ะ
จนท.คนที่ 2 ก็รับเรื่องดำเนินการตรวจสอบแล้ว แจ้งว่า “2,895 บาท หักส่วนลดเหลือ 2,295.69 ตามบิล แต่ลูกค้ามาขอปรับลดยอด หลังจากปรับลดยอดแล้วลูกค้าเหลือยอด 1,915.3 ค่ะ” เราก็พูดว่า "ทำไม ไม่เท่ากันกับจนท.คนแรกแจ้ง จนท.คนแรกแจ้งว่าประมาณ 300 กว่าบาท" จนท.คนที่ 2 ก็ทำหน้างง แล้วก็บอกเราว่า คิดแล้วมันได้ยอด 1,915.3 จริงๆค่ะ (นางก็แอบชักสีหน้าใส่เรา) เราเลยบอกนางไปว่า “ไม่ใช่ ไปคิดใหม่ค่ะ”
นางก็นับเลขบวกลบนั่นนี่ สักพักนางก็ตอบว่า เหลือ 500 กว่าบาทค่ะ (พร้อมชักสีหน้าอีก) เราก็เริ่มมีอารมณ์ละ แต่ก็ยังใจเย็น แล้วก็บอกนางไปว่า ”คิดใหม่ค่ะ ทำไมไม่ตรงกับ จนท.คนแรกแจ้ง” พนง.คนที่ 2 ก็เรียก จนท.ผู้ชายอีกคนมา (ดูลักษณะเหมือนตำแหน่งจะสูงกว่านาง น่าจะเป็นหัวหน้า แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นผู้ชายแท้มั้ย ขอเรียกคนนี้ว่าพี่ ก แล้วกัน) จนท.คนที่ 2 ก็ถามพี่ ก ว่า “พี่ ก มาดูตรงนี้หน่อย หนูปรับลดยอดแล้วมันได้ 500 กว่าบาท แต่ลูกค้าบอกว่า จนท.คนแรกบอกลูกค้าว่าได้ 300 กว่าบาท” จนท.ชื่อ ก ก็ดูเอกสารและพูดกับ จนท.คนที่ 2 ว่า “มันไม่สามารถลดได้อีกหนิ !!! “
(จนท.ชื่อ ก เลยหันไปเหมือนจะว่า จนท.คนแรก ว่าจะได้ 300 กว่าได้ยังไงกัน) จนท.คนแรก ก็แจ้ง พนง.ชื่อ ก ว่า “ลูกค้าจ่ายล่วงหน้ามาแล้ว 2,000 บาท เลยลดไปอีก 200 บาท” จนท.ชื่อ ก ก็พูดว่า “ลดไม่ได้ เพราะมันจะเป็นโปรซ้อนโปรไม่ได้ คือลูกค้าได้โปรลด 50% ไปแล้ว จะลดอีก 200 ไม่ได้”
เราซึ่งฟังอยู่นาน เลยเริ่มมีอารมณ์เลยพูดเสียงดังว่า “ได้ค่ะ ต้องลดได้ค่ะ ไม่อย่างงั้นเงินที่จ่ายล่วงหน้าไป 2,000 บาท ก็เปล่าประโยชน์สิคะ
แล้วที่จ่ายไป 2,000 บาทล่ะ มันคืออะไรอะคะ” เมื่อพนง.ชื่อ ก เห็นเราเริ่มมีอาการดูเหมือนเราจะไม่ยอม พนง.ชื่อ ก ก็มองดูเอกสารแล้วก็พูดกับพนง.คนที่ 2 ว่า “เออลดได้ นี้ไงเค้าลดมาละ อุ้ย!! ลูกค้าไม่ต้องจ่ายถึง 300 เลยนะเนี่ย หักแล้วมันเหลือแค่ 216 บาทเองครับ” แล้วพนง.คนที่ 2 จึงปรับลดยอดเราเหลือ 216 บาท เราก็จ่ายไปกว่าจะจบเรื่อง !!!! แต่เราก็แอบงงๆกับราคาว่าค่าโปรเรามันก็น่าจะ 300 กว่า แล้วทำไมบิลได้ 216 บาท
แต่จนท.ก็ยืนยันว่าจ่ายแค่นี้ เราหวังว่า เดือนหน้าคงไม่มียอดคงค้างอีก 100 – 200 นะ แล้วเราก็แจ้งปรับยอดวงเงินเหลือ 1,000 บาท อีกครั้ง
(ก็หวังว่า คงไม่เพิ่มให้เราอีกเหมือนครั้งที่ 2 นะ) ก็คงต้องรอดูเดือนที่ 3 ว่าจะเป็นยังไง นี่ถ้าไม่ติดสัญญาอีก 10 เดือน ป่านนี้คงย้ายค่ายเรียบร้อยแล้ว
ไม่อยากที่ต้องมาคอยระแวง กังวลกับค่าบริการโทรศัพท์ แล้วยังต้องมาเสียเวลาโทรหา Call center หรือติดต่อสาขาเพื่อขอเช็คบันทึกการใช้งานทุกเดือนถ้าแบบนี้มันก็ไม่ไหวอะ !!!!
*************** สรุป****************
แล้วถ้าเราไม่เอะใจติดต่อสาขา ป่านนี้เราก็คงต้องจ่ายยอด 2,295.69 มันต่างกันมากนะกับ 216 บาท แล้วบริษัทได้กำไรไปเท่าไหร่ ????
ถ้าคนละ 200 บาท จำนวน 100 คน = 20,000 บาท หรือ 100 คน คนละ 2,000 บาท = 200,000 บาท ถ้าหากินวิธีนี้ ปีนึงจะได้กำไรจากตรงนี้เท่าไหร่ ??แล้วคนใช้บริการค่ายนี้จำนวนเท่าไหร่ ??? เราไม่ได้เกิดเป็นเคสแรก เราก็เคยได้ยินเรื่องของคนอื่นมาบ้าง แต่เราก็พึ่งจะมาเจอกับตัวเองก็วันนี้
และถ้าเป็นตาสีตาสาได้บิลแบบที่เราได้ แล้วเอาไปจ่ายก็จบตั้งแต่แรก โดนโกงไปตั้ง 2,000 กว่า แล้วถ้าเรายอมจ่ายเงินกับ พนง.คนที่ 2 ตั้งแต่แรกที่นางแจ้งว่าปรับลดยอดให้แล้วเหลือ 1,915 บาท ถ้าเรายอม ถ้าเราเชื่อแต่แรก เราก็คงไม่ได้จ่าย 216 บาท !!!! ใช่มั้ยอะ คือแบบเราต้องสู้ ต้องถาม ต้องกระตือรือร้น กว่าจะได้ยอดที่แท้จริง !!!! และ พนง.คนที่ 1 กับ คนที่ 2 ก็ตอบไม่เหมือนกันอีก!!! ถ้าลูกค้าคนอื่นไปจ่ายกับ พนง.คนที่ 2 แล้วไม่เถียงไม่ถามก็คงจ่ายยอด 1,915 บาท แต่ถ้าคนจ่ายกับ พนง.คนที่ 1 ก็คงได้จ่าย 300 กว่าบาท หรือคนที่ได้บิลมาแต่แรกและไปจ่ายเลย ตามบิลแจ้งค่าบริการ
ก็คงต้องจ่าย 2,295.69 บาท (เพราะเห็นว่าบริษัทได้หักส่วนลดจากยอดเต็ม 2,895 บาท ไปแล้ว)
******************สุดท้าย***********************
เราขอแนะนำ คนใช้ค่ายสีแดง ควรตรวจสอบบันทึกการใช้งานทุกเดือน (หลังจากเราจ่ายเงิน จนท. 216 บาท เราก็ขอบันทึกการใช้งานมาทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เพราะบิลใบแจ้งค่าบริการมันไม่มีรายละเอียดบอก มีบอกแต่ราคาที่ต้องจ่าย ) พอเราได้บิลมา เราก็มานั่งดูดีๆ ก็เจออย่างเดือนแรกที่เราเสีย 377 บาท ถ้าดูบิลดีๆ เราเห็นยอด SMS ที่ส่งมาให้เรา แต่ก็มาคิดเงินเรา แต่ยอดมันไม่เยอะมากเราก็เลยไม่ได้เช็ค ถ้าค่ายมือถือทำวิธีนี้ก็คงกินเงินเราอาจได้นาน แต่ไม่ตลอดไปหรอก เพราะเราก็ต้องเช็คการใช้งานตัวเอง ไม่ยอมเสียเปรียบ แต่รอบนี้ดันมาโกงเยอะกว่าครั้งแรก เลยทำให้เราเจอเร็วแค่นั้น (ครั้งที่ 3 รอบิลมาเดือนหน้า ไม่รู้จะเป็นยังไง) ตอนนี้รู้สึกหลอนมาก เริ่มระแวง
เตือนภัย!!!! คนใช้เครือข่าย”TRUE” ระวังเป็นเหยื่อ !!!
ตั้งกระทู้ก็ดี จะได้เป็นอุทาหรณ์เตือนคนอื่น ๆ ที่อาจจะเจอแบบเรา ถือว่าได้บุญ แล้วเราก็ไม่อยากให้คนอื่นๆต้องมาเจอแบบเราด้วย เลยตัดสินใจนั่งเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา (หากใครอยากดูบิล หลังไมค์มาได้)
ขอเกริ่นก่อนว่า เราได้ไปซื้อโทรศัพท์ที่งาน Mobile Expo ซึ่งทางทรูแจ้งว่า ถ้าย้ายค่ายจากAISมาค่ายทรูจะได้ส่วนลดค่าเครื่องประมาณ 3,000 บาท และจ่ายค่าใช้บริการล่วงหน้าอีก 2,000 บาท ( เราจึงตัดสินใจย้ายมาค่ายทรูแต่ใช้เบอร์เดิม ) ทางค่ายทรูก็ให้ SIM CARD มาเพิ่ม 1 อัน (เท่ากับเรามี 2 เบอร์ โดยเบอร์ที่ทางค่ายสีแดงให้นั้น เค้าเรียกว่าเป็นเบอร์หลัก และเบอร์เดิมของเราที่ย้ายค่ายมานั้น เรียกว่าเป็นเบอร์รอง) การใช้งานทั้ง 2 เบอร์ แต่ยอดเดียวกันเรียกว่าโปรโมชั่น 4G แชร์แพลน ราคา 1,099 บาท Net 16 GB (คือ 2 SIM ใช้เน็ตร่วมกัน ก็เหมือนเราใช้งานปกติ แต่แค่ได้ SIM เพิ่มมา 1 อันเฉยๆ) และเราได้ส่วนลด 50% อีก ก็จะเหลือ 549.5 บาท แล้วที่เราได้กล่าวไปแล้วคือ เราได้จ่ายค่าใช้บริการล่วงหน้าไป 2,000 บาท
โดยเงินอันนี้ทางค่ายจะหักเดือนละ 200 บาท จำนวน10 เดือน ) เท่ากับ 549.5 – 200 = 349.5 (รวม Vat รวมอะไรแล้ว ราคาอาจจะมากกว่านี้นิดหน่อย)
ปล.เซลล์แจ้งเราว่า จะปรับวงเงินของเราไม่ให้เกิน 850 บาท (เราก็คิดว่าดี เพราะถึงจะใช้รายเดือน แต่เราก็สามารถที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายได้) แต่พอกลับมาบ้านใช้งานจริงๆ ครั้งแรกเราก็ได้รับ SMS แจ้งเกี่ยวกับวงเงินครั้งแรก 1,000 บาท แล้วเราก็ได้รับ SMS เกี่ยวกับ Net ซึ่งจริงๆเราต้องได้ 16 GB แต่ SMS ที่ได้รับแค่ 12 GB
เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร มองในแง่ดีว่าเค้าอาจจะปรับให้ทีหลังมั้ง จึงรอเวลาใช้มาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ารอไม่ไหว เราก็เลยโทรหา Call center
และแจ้ง จนท.ไป เค้าก็ดำเนินการปรับ Internet ให้เป็น 16 GB รวมทั้งปรับวงเงินเท่ากับที่เซลล์ได้แจ้งไว้แต่แรกคือ 850 บาท สักพักเราก็ได้รับ SMS
ปรับราคาวงเงินไม่เกิน 850 บาท คือถ้าไม่โทรไม่จี้ก็คงจะไม่ทำให้งี้หรอ !!!!! เดือนแรกครั้งที่ 1 เราได้รับใบแจ้งค่าบริการราคา 377.18 ก็ไม่ได้ต่างมากเท่าไหร่เมื่อมาเทียบกับ 349.5 (ที่กล่าวไปแล้วข้างบน) จึงทำให้เราไม่ได้สงสัยอะไร ก็ Scan Barcode ผ่าน App Banking จ่ายเงินไปเรียบร้อย
พอต่อมาใกล้จะถึงบิลครั้งที่ 2 ต้องบอกก่อนว่า เบอร์เราจะตัดรอบบิลทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน ซึ่งก่อนจะตัดรอบบิลเราก็ได้รับ SMS แจ้งมาว่า
ปรับวงเงินเป็น 2,200 บาท (แบบอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องโทรแจ้ง) ทั้งๆวงเงินของเราอันเดิมคือ 850 บาท เมื่อได้รับ SMS เราก็สงสัยแต่ก็ยังลังเลที่จะโทรไป คิดในใจว่าอาจจะเหมือนบิลรอบแรกก็ได้ ที่เราก็ได้โทรเช็คการใช้งานตอนนั้น ได้ยอด พันกว่า แต่พอตัดรอบบิลแล้วลด 50% หักส่วนลดต่างๆอีก ก็เหลือ 377 บาท เดี๋ยวรอดูไปก่อนละกัน สักพักประมาณ 2-3 วัน เราก็ได้รับ SMS แจ้งอีกครั้งว่า เราใช้งานเกินวงเงิน 90% ทีนี้เราไม่นิ่งเฉย รีบโทรหา Call Center ทันที จนท.แจ้งว่าที่ปรับวงเงินจากเดิม 850 บาท เป็น 2,200 บาทนั้น เพื่อให้ลูกค้าสะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งเราก็เข้าใจนะ แต่ว่าทำไมตอนที่ยอดมันเกิน 850 บาท ทำไม ไม่ส่ง SMS มาแจ้งเราว่า ยอดการใช้งานเรามันเกิน 850 บาท ทำไมส่งมาแจ้งว่า “ปรับวงเงินให้เราเป็น 2,200 บาท แทนซะงั้น” พอเราถามว่ายอดการใช้งานของเราตอนนี้กี่บาท เห็นว่ามันขึ้น SMS ว่าเราใช้เกิน 90% จนท.ก็แจ้งเราคร่าวๆว่า ประมาณ 2 พันกว่าบาท แต่ยังไม่ได้หักส่วนลดของลูกค้า และยังไม่ครบกำหนดตัดรอบบิลเลยยังสรุปยอดหักส่วนลดให้ไม่ได้
และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง วันที่เราได้รับใบแจ้งค่าบริการครั้งที่ 2 ผลออกมาคือ ค่าใช้จ่ายรู้สึกมันสูงเกินจริงไปมาก คือ 2,895 หลังจากหักโปรส่วนลดแล้วเหลือ 2,295.69 ทั้งๆที่เราใช้ไม่เยอะ จึงโทรไปสอบถามทาง Call Center อีกครั้ง จนท.แจ้งว่า ไม่สามารถตรวจสอบการใช้งานได้ แนะนำให้ติดต่อสาขาเท่านั้น เราจึงไปติดต่อที่สาขา เราแจ้งว่าเรารู้สึกว่าค่าใช้จ่ายมันสูงเกินจริง ทั้งๆที่เราใช้ไม่เยอะ จนท.ก็ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วแจ้งว่าเบอร์หลักของเรามีการได้รับ SMS พวกคอนเท้นโฆษณาต่างๆ จึงทำให้เสียเงิน
(แค่ส่งมาหาเรา เราก็เสียเงิน ทั้งๆที่เราไม่ได้สมัครอะไร เรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเราอะ) โดยค่าใช้จ่าย SMS ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ๆมาจาก เบอร์หลัก
(คือเบอร์ที่ทางบริษัทให้) ซึ่งเบอร์หลักนั้น เราใช้เสียบแท็บเล็ตอย่างเดียว เปรียบเสมือนให้มันเป็น AIR CARD
เราก็ยังยืนยันแจ้ง จนท.เสียงแข็งว่า เราไม่ได้ใช้ แล้วเบอร์ที่ได้รับ SMS เสียเงินนั้น เราใช้มันเป็น AIR CARD จนท.ก็ทำการตรวจสอบแล้วแจ้งว่า ยอดใช้งานเท่านั้น เท่านี้ เดี๋ยวปรับลดยอดให้แล้วกัน เราก็ถามว่าเท่าไหร่ นางก็ตอบไม่รู้เรื่องอ้ำอึ้ง เราก็ถามจี้อีกว่า สรุปเราต้องจ่ายเท่าไหร่ นางก็บอกขอตรวจสอบอีก เราก็รอไป สักพักนางตอบว่า หลังจากปรับลดยอดแล้ว เราจะเหลือค่าใช้จ่ายเพียง 300 กว่าบาท เราก็แบบโอเคร (คิดในใจว่าน่าจะถูกแล้ว เพราะโปรเราอย่างที่แจ้งไปข้างต้น มันจะประมาณนี้ หรือมากกว่านี้ 100- 200 เราก็ยังพอรับได้ แต่ไม่ใช่ต่างมาเป็นพันแบบบิลล่าสุดนี้) จากนั้นเราก็ขอดูบันทึกการใช้งาน นางขอบัตรประชาชนตัวจริง เราบอกว่าเราลืมเอามา นางบอกว่างั้นไม่สามารถตรวจสอบบันทึกการใช้งานได้
เราจึงกลับไปเอาบัตรประชาชนตัวจริงมา
แล้วก็กลับมาสาขาอีกรอบ พอมาถึงเรากดบัตรคิวครั้งที่ 2 (แต่ไม่ได้คุยกับ จนท.คนเดิม แต่ได้คิวเป็น จนท.คนใหม่อีกช่อง) เราก็แจ้ง จนท.คนที่ 2 ว่า
มาดำเนินการปรับลดยอดค่ะ เพราะรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายมันเกินจริง โดยก่อนหน้านี้ได้คุยกับ จนท.อีกคนไว้แล้ว แต่ลืมบัตรประชาชนมาเลยกลับไปเอามาค่ะ
จนท.คนที่ 2 ก็รับเรื่องดำเนินการตรวจสอบแล้ว แจ้งว่า “2,895 บาท หักส่วนลดเหลือ 2,295.69 ตามบิล แต่ลูกค้ามาขอปรับลดยอด หลังจากปรับลดยอดแล้วลูกค้าเหลือยอด 1,915.3 ค่ะ” เราก็พูดว่า "ทำไม ไม่เท่ากันกับจนท.คนแรกแจ้ง จนท.คนแรกแจ้งว่าประมาณ 300 กว่าบาท" จนท.คนที่ 2 ก็ทำหน้างง แล้วก็บอกเราว่า คิดแล้วมันได้ยอด 1,915.3 จริงๆค่ะ (นางก็แอบชักสีหน้าใส่เรา) เราเลยบอกนางไปว่า “ไม่ใช่ ไปคิดใหม่ค่ะ”
นางก็นับเลขบวกลบนั่นนี่ สักพักนางก็ตอบว่า เหลือ 500 กว่าบาทค่ะ (พร้อมชักสีหน้าอีก) เราก็เริ่มมีอารมณ์ละ แต่ก็ยังใจเย็น แล้วก็บอกนางไปว่า ”คิดใหม่ค่ะ ทำไมไม่ตรงกับ จนท.คนแรกแจ้ง” พนง.คนที่ 2 ก็เรียก จนท.ผู้ชายอีกคนมา (ดูลักษณะเหมือนตำแหน่งจะสูงกว่านาง น่าจะเป็นหัวหน้า แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นผู้ชายแท้มั้ย ขอเรียกคนนี้ว่าพี่ ก แล้วกัน) จนท.คนที่ 2 ก็ถามพี่ ก ว่า “พี่ ก มาดูตรงนี้หน่อย หนูปรับลดยอดแล้วมันได้ 500 กว่าบาท แต่ลูกค้าบอกว่า จนท.คนแรกบอกลูกค้าว่าได้ 300 กว่าบาท” จนท.ชื่อ ก ก็ดูเอกสารและพูดกับ จนท.คนที่ 2 ว่า “มันไม่สามารถลดได้อีกหนิ !!! “
(จนท.ชื่อ ก เลยหันไปเหมือนจะว่า จนท.คนแรก ว่าจะได้ 300 กว่าได้ยังไงกัน) จนท.คนแรก ก็แจ้ง พนง.ชื่อ ก ว่า “ลูกค้าจ่ายล่วงหน้ามาแล้ว 2,000 บาท เลยลดไปอีก 200 บาท” จนท.ชื่อ ก ก็พูดว่า “ลดไม่ได้ เพราะมันจะเป็นโปรซ้อนโปรไม่ได้ คือลูกค้าได้โปรลด 50% ไปแล้ว จะลดอีก 200 ไม่ได้”
เราซึ่งฟังอยู่นาน เลยเริ่มมีอารมณ์เลยพูดเสียงดังว่า “ได้ค่ะ ต้องลดได้ค่ะ ไม่อย่างงั้นเงินที่จ่ายล่วงหน้าไป 2,000 บาท ก็เปล่าประโยชน์สิคะ
แล้วที่จ่ายไป 2,000 บาทล่ะ มันคืออะไรอะคะ” เมื่อพนง.ชื่อ ก เห็นเราเริ่มมีอาการดูเหมือนเราจะไม่ยอม พนง.ชื่อ ก ก็มองดูเอกสารแล้วก็พูดกับพนง.คนที่ 2 ว่า “เออลดได้ นี้ไงเค้าลดมาละ อุ้ย!! ลูกค้าไม่ต้องจ่ายถึง 300 เลยนะเนี่ย หักแล้วมันเหลือแค่ 216 บาทเองครับ” แล้วพนง.คนที่ 2 จึงปรับลดยอดเราเหลือ 216 บาท เราก็จ่ายไปกว่าจะจบเรื่อง !!!! แต่เราก็แอบงงๆกับราคาว่าค่าโปรเรามันก็น่าจะ 300 กว่า แล้วทำไมบิลได้ 216 บาท
แต่จนท.ก็ยืนยันว่าจ่ายแค่นี้ เราหวังว่า เดือนหน้าคงไม่มียอดคงค้างอีก 100 – 200 นะ แล้วเราก็แจ้งปรับยอดวงเงินเหลือ 1,000 บาท อีกครั้ง
(ก็หวังว่า คงไม่เพิ่มให้เราอีกเหมือนครั้งที่ 2 นะ) ก็คงต้องรอดูเดือนที่ 3 ว่าจะเป็นยังไง นี่ถ้าไม่ติดสัญญาอีก 10 เดือน ป่านนี้คงย้ายค่ายเรียบร้อยแล้ว
ไม่อยากที่ต้องมาคอยระแวง กังวลกับค่าบริการโทรศัพท์ แล้วยังต้องมาเสียเวลาโทรหา Call center หรือติดต่อสาขาเพื่อขอเช็คบันทึกการใช้งานทุกเดือนถ้าแบบนี้มันก็ไม่ไหวอะ !!!!
*************** สรุป****************
แล้วถ้าเราไม่เอะใจติดต่อสาขา ป่านนี้เราก็คงต้องจ่ายยอด 2,295.69 มันต่างกันมากนะกับ 216 บาท แล้วบริษัทได้กำไรไปเท่าไหร่ ????
ถ้าคนละ 200 บาท จำนวน 100 คน = 20,000 บาท หรือ 100 คน คนละ 2,000 บาท = 200,000 บาท ถ้าหากินวิธีนี้ ปีนึงจะได้กำไรจากตรงนี้เท่าไหร่ ??แล้วคนใช้บริการค่ายนี้จำนวนเท่าไหร่ ??? เราไม่ได้เกิดเป็นเคสแรก เราก็เคยได้ยินเรื่องของคนอื่นมาบ้าง แต่เราก็พึ่งจะมาเจอกับตัวเองก็วันนี้
และถ้าเป็นตาสีตาสาได้บิลแบบที่เราได้ แล้วเอาไปจ่ายก็จบตั้งแต่แรก โดนโกงไปตั้ง 2,000 กว่า แล้วถ้าเรายอมจ่ายเงินกับ พนง.คนที่ 2 ตั้งแต่แรกที่นางแจ้งว่าปรับลดยอดให้แล้วเหลือ 1,915 บาท ถ้าเรายอม ถ้าเราเชื่อแต่แรก เราก็คงไม่ได้จ่าย 216 บาท !!!! ใช่มั้ยอะ คือแบบเราต้องสู้ ต้องถาม ต้องกระตือรือร้น กว่าจะได้ยอดที่แท้จริง !!!! และ พนง.คนที่ 1 กับ คนที่ 2 ก็ตอบไม่เหมือนกันอีก!!! ถ้าลูกค้าคนอื่นไปจ่ายกับ พนง.คนที่ 2 แล้วไม่เถียงไม่ถามก็คงจ่ายยอด 1,915 บาท แต่ถ้าคนจ่ายกับ พนง.คนที่ 1 ก็คงได้จ่าย 300 กว่าบาท หรือคนที่ได้บิลมาแต่แรกและไปจ่ายเลย ตามบิลแจ้งค่าบริการ
ก็คงต้องจ่าย 2,295.69 บาท (เพราะเห็นว่าบริษัทได้หักส่วนลดจากยอดเต็ม 2,895 บาท ไปแล้ว)
******************สุดท้าย***********************
เราขอแนะนำ คนใช้ค่ายสีแดง ควรตรวจสอบบันทึกการใช้งานทุกเดือน (หลังจากเราจ่ายเงิน จนท. 216 บาท เราก็ขอบันทึกการใช้งานมาทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เพราะบิลใบแจ้งค่าบริการมันไม่มีรายละเอียดบอก มีบอกแต่ราคาที่ต้องจ่าย ) พอเราได้บิลมา เราก็มานั่งดูดีๆ ก็เจออย่างเดือนแรกที่เราเสีย 377 บาท ถ้าดูบิลดีๆ เราเห็นยอด SMS ที่ส่งมาให้เรา แต่ก็มาคิดเงินเรา แต่ยอดมันไม่เยอะมากเราก็เลยไม่ได้เช็ค ถ้าค่ายมือถือทำวิธีนี้ก็คงกินเงินเราอาจได้นาน แต่ไม่ตลอดไปหรอก เพราะเราก็ต้องเช็คการใช้งานตัวเอง ไม่ยอมเสียเปรียบ แต่รอบนี้ดันมาโกงเยอะกว่าครั้งแรก เลยทำให้เราเจอเร็วแค่นั้น (ครั้งที่ 3 รอบิลมาเดือนหน้า ไม่รู้จะเป็นยังไง) ตอนนี้รู้สึกหลอนมาก เริ่มระแวง