ทั้งเรื่องการทำงาน การเรียน และการใช้ชีวิตเลยค่ะ
ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองจะเครียดไปหน่อย คืองานก็หนักมาก แถมไปลงเรียนโทที่มธ.(เพิ่มจากที่มีโทที่จุฬาฯแล้ว1ใบ ) พอผลสอบไม่ผ่าน1วิชา
เลยจิตตก ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า มีงานทำเงินเดือน6หลัก หนี้สินไม่มี ป.โทก็มีอย่แล้วใบนึง ที่เรียนเพิ่มก็ถือเป็นน้ำจิ้ม เรียนไปขำๆอย่าเครียด
เดี๋ยวก็จบเองแหละ เพราะไม่งั้นจิตตกคงกลายเป็นจิตแตกแน่ๆเลย
พองานหนักเรียนหนัก ก็กลัวจะลามมาถึงสุขภาพด้วย ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ออกกำลัง เลยเน้นคุมอาหารคือกินไม่หวานและไขมันน้อยๆ แต่ก็ยังมี
อาการมึนเป็นระยะ ( อาจจะมาจากความเครียด ) ส่วนการตรวจสุขภาพ มีของบริษัทอยู่แล้วทุกปีค่ะ
ก็เลยคิดว่า คงต้องดูแลสุขภาพจิตใจให้ปล่อยวางมากขึ้น (นอกเหนือจากสุขภาพกาย ) ทีนี้ก็เลยไม่มั่นใจว่า จุดพอดีมันอยู่ที่ไหน
เพราะงานก็ยังต้องรับผิดชอบ เรียนก็ยังดำเนินต่อไป
ขอความเห็นจากทุกท่านด้วยนะคะ อาจเป้นปัญหาขี้ผงสำหรับบางคน แต่สำหรับเรามันเป็นขี้ผงที่ติดตรงเปลือกตาค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ
การปล่อยวาง แค่ไหนเพียงใดจึงจะพอดี ไม่มากไปไม่น้อยเกินคะ
ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองจะเครียดไปหน่อย คืองานก็หนักมาก แถมไปลงเรียนโทที่มธ.(เพิ่มจากที่มีโทที่จุฬาฯแล้ว1ใบ ) พอผลสอบไม่ผ่าน1วิชา
เลยจิตตก ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า มีงานทำเงินเดือน6หลัก หนี้สินไม่มี ป.โทก็มีอย่แล้วใบนึง ที่เรียนเพิ่มก็ถือเป็นน้ำจิ้ม เรียนไปขำๆอย่าเครียด
เดี๋ยวก็จบเองแหละ เพราะไม่งั้นจิตตกคงกลายเป็นจิตแตกแน่ๆเลย
พองานหนักเรียนหนัก ก็กลัวจะลามมาถึงสุขภาพด้วย ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ออกกำลัง เลยเน้นคุมอาหารคือกินไม่หวานและไขมันน้อยๆ แต่ก็ยังมี
อาการมึนเป็นระยะ ( อาจจะมาจากความเครียด ) ส่วนการตรวจสุขภาพ มีของบริษัทอยู่แล้วทุกปีค่ะ
ก็เลยคิดว่า คงต้องดูแลสุขภาพจิตใจให้ปล่อยวางมากขึ้น (นอกเหนือจากสุขภาพกาย ) ทีนี้ก็เลยไม่มั่นใจว่า จุดพอดีมันอยู่ที่ไหน
เพราะงานก็ยังต้องรับผิดชอบ เรียนก็ยังดำเนินต่อไป
ขอความเห็นจากทุกท่านด้วยนะคะ อาจเป้นปัญหาขี้ผงสำหรับบางคน แต่สำหรับเรามันเป็นขี้ผงที่ติดตรงเปลือกตาค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ