🌊❄️🌊 THE WEEKLY GLOVES วีคที่ 17 เรื่องสั้น#34 "หลอน หลอก อำ" โดย ถุงมือ "ดวงตะวัน" 🌊❄️🌊

กระทู้คำถาม


กระทู้ที่สองขอเอาเป็นเรื่องสั้นเลยครับ วีคนี้ บทกวียังไม่มาก ฉะนั้นกระทู้นี้และกระทู้ที่ 3 สุดท้ายเป็นเรื่องสั้น 2 เรื่องรวดเลยครับ ^^

เรื่องแรกเปิดหัวมาแบบ HORROR เลยทีเดียว (ของชอบของกรรมการ) ว่า "หลอน หลอก อำ"

จะสยองขนาดไหน หรือจะหักมุมยังไงหรือเปล่า ???

มาอ่านกัน ให้เกรดแล้วหาตัวคนเขียนกันเลยครับ อมยิ้ม04หัวใจดอกไม้








...คุณเชื่อเรื่องลึกลับไหมครับ...

เรื่องต่อจากนี้เป็นประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับผม มันน่ากลัว และทำผมขนลุกขนพองทุกครั้งที่นึกถึง ไม่แนะนำให้อ่านในคืนวันพระหรือวันที่คุณอยู่บ้านคนเดียว เพราะ ‘ความสยอง’ อาจเข้าถึงตัวคุณและเล่นงานทันที…

เรื่องเริ่มขึ้นหลังผมตื่นจากงีบในเย็นหลังฝนหยุดตก ท้องฟ้าเป็นสีส้มอมชมพู มันสวยดี แต่ก็หลอนและดูวังเวงในเวลาเดียวกัน ผมจิบกาแฟอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ กำลังอ่านอีเมล์ของเอเจนซี่ที่ส่งงานแต่งรูปจากลูกค้ามาให้ คำนวณดูจากขนาดไฟล์ซิป (.zip) ที่แนบมาแล้วจำนวนงานน่าจะเยอะพอสมควร เดดไลน์ก็อีกสี่วันเท่านั้น

ผมดาวน์โหลดงานลงเครื่องตัวเอง จัดการแตกไฟล์แล้วไล่ดูที่ละภาพ จากที่คุยกันเมื่อเช้า เข้าใจว่าอยากให้ทุกภาพดูสดใสและทันสมัยหน่อย  รูปที่ได้รับมาเป็นรูปอิริยาบถต่างๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง มีทั้งรูปถ่ายเก่ากึ้กจากกล้องฟิล์มที่แสกนลงคอมพิวเตอร์มาอีกที  ไล่มาถึงไฟล์ภาพจากกล้องคอมแพครุ่นสิบปีก่อน บางรูปใช้แฟลชถ่ายกลางคืนก็ทำเอาหน้ามันวาวแถมยังติดตาแดงอีก ดูน่ากลัวปนขำบอกไม่ถูก รูปที่สวยขึ้นมาหน่อยน่าจะถูกถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ โดยผู้หญิงในภาพก็อายุมากขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือรอยยิ้มแสนอบอุ่นและความสวยสะกดของเธอ

ดึ่งดึงดึ๊งๆๆ

“ฮัลโหลพี่เอ็กซ์” ผมกดรับสาย

“ว่าไงมิกซ์ งานที่พี่ส่งให้” อีกฝ่ายถาม “เจ๋งใช่ปะ งานง่าย เงินดี”

“เฉียบว่ะพี่ แล้วนี่พี่ไปดีลอีท่าไหนวะ ลูกค้าถึงยอมจ่าย” ผมกำลังพูดถึงงานรีทัชรูปภาพที่ตัวเองดูอยู่ ค่าตอบแทนเฉียดหมื่นถือว่าสูงมากทีเดียวถ้าเทียบกับจำนวนงาน

“อ่า...ไม่ได้ทำไรเลยว่ะ ความจริงงานนี้ไม่ต้องถึงมือเอ็งหรอก แต่พี่ส่งให้คนอื่นแล้วแมร่งขอแคนเซิลหมดเลย”

“คนอื่นทำไม่ดีเหรอพี่ ลูกค้าเลยไม่เอา”

“ไม่ใช่ลูกค้าแคนเซิลเว้ย ไอ้คนที่รับงานนั่นล่ะ บอกยกเลิกหมดเลย แต่ลูกค้าแมร่งโคตรอดทน จะให้งานนี้เสร็จให้ได้ พี่ก็โอนงานให้คนอื่นเรื่อยๆ ค่าจ้างก็สูงขึ้น แต่แมร่งไม่ถอยว่ะ งานแค่นี้จ่ายเกือบสองหมื่นยังยอม” พี่เอ็กซ์ว่า

“ผมแคนเซิลบ้างได้ไหมล่ะ รับงานแบบนี้เสียเครดิตหมด แล้วงานแอดส์ (ADvertisements) ห้างใหม่ที่พี่จะให้ผมทำล่ะ เอาอันนั้นมาเลยดีกว่า” ผมบอก  ความจริงก็ไม่ได้ยึดถือว่าจะรับเฉพาะงานใหญ่ แต่งานเล็กๆ ที่ลูกค้าโดนขูดรีดหนักขนาดนี้ด้วยฝีมือเอเจนซี่หน้าเลือดอย่างพี่เอ็กซ์ ไปข้องแวะด้วยจะเสียหายเปล่าๆ

“เฮ้ย! รับเหอะ งานง่ายๆ เงินเยอะ ถือซะว่าพักสมองก่อนเริ่มงานใหญ่ไงวะ แอดส์ห้างใหม่ที่เอ็งพูดถึงน่ะ ลูกค้าเขานัดคุยต้นเดือนหน้าโน่...”

“แต่นี่วันที่ 26 แล้วปะพี่ ต้นเดือนก็อีกไม่กี่วันเอง” ผมแทรก แล้วยกกาแฟขึ้นจิบอีก รสชาติหอมอร่อยของมันทำให้ผมมรู้สึกอารมณ์ดีแบบบอกไม่ถูก “เอ้อๆ กาแฟที่พี่ส่งมาให้วันนี้โคตรดีเลย ตาสว่างจ้า หอมด้วย”

“อือ น้องสาวพี่ขึ้นเหนือแล้วซื้อมาฝากหลายห่อเลย กะจะส่งให้เอ็งตั้งแต่อาทิตย์ก่อนละ แต่เขียนที่อยู่ผิดไปหน่อย ไปรษณีย์เลยตีกลับ ตอนชงใส่ช้อนเดียวพอนะ เติมนมเติมน้ำตาลด้วย ของมันแรง” อีกฝ่ายบอก “แต่มิกซ์...งานนี้อย่าแคนเซิลเลย เอ็งรู้เปล่าว่านั่นน่ะ คือรูปเมียเศรษฐีที่เพิ่งโดนโจรปล่นฆ่าลงข่าวหน้าหนึ่งเมื่อเดือนก่อน”

“หือ...คุ้นๆ นะ” ผมพยายามนึก แล้วก็จำได้ว่าเคยมีข่าวแม่ลูกไปดูหนังรอบดึกด้วยกัน ระหว่างทางเดินไปที่จอดรถก็โดนโจรจี้ คนแม่ขัดขืนเลยโดนแทงตายคาที่ ส่วนลูกที่เห็นเหตุการณ์ก็เกือบโดนปิดปากแล้ว ยังดีที่รปภ.ห้างวิ่งมาช่วยทันเลยรอดได้ แต่ก็เสียขวัญจนต้องนอนโรงพยาบาลเกือบเดือน

“พี่เลื่อนงานเขามาหลายรอบแล้ว แต่เขาก็ยังรอ อยากได้รูปเมียสวยๆ ใส่อัลบั้มไว้ดูต่างหน้า เอ็งก็ช่วยหน่อยเหอะมิกซ์ ถือซะว่าทำบุญ”

“แล้วไอ้คนอื่นๆ มันจะแคนเซิลทำไมวะพี่ แมร่งไม่อยากทำบุญเหรอ” ผมย้อนถาม

“คือ...คืองี้นะ แมร่งหลอนไรไม่รู้ พี่ก็ไม่เข้าใจ แต่มันบอกว่ากลัวผู้หญิงในรูปว่ะ” พี่เอ็กซ์เล่า “ไอ้ชัยน่ะ ไอ้ชัยที่ตัวเตี้ยๆ เอ๋อๆ หน่อยเอ็งจำได้ปะ แมร่งบอกตอนกำลังเร่งทำงานอยู่ประมาณตีสองกว่าๆ รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมอง แล้วก็ใจสั่นแปลกๆ ตอนนอนก็รู้สึกเหมือนมีใครมานอนทับ ชาไปทั้งตัว ตื่นมาอีกทีฉี่ราดเลยว่ะ”

ผมหัวเราะพรืด “ฮ่าๆ เพ้อเจ้อว่ะพี่ แล้วแมร่งฉี่รดที่นอนอีก อายุเท่าไหร่แล้ววะนั่น” ผมบอก แล้วยกกาแฟขึ้นจิบอีก “แล้วคนอื่นล่ะพี่ พูดเหมือนกันไหม”

“ก็คล้ายๆ กันว่ะ” พี่เอ็กซ์ว่า “แต่เอ็งคงไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกเนอะมิกซ์”

“เชื่อก็บ้าแล้วพี่ ผมดูรูปแล้วก็น่ากลัวนิดนึงอะ พี่ส่งให้ไอ้ชัยกับแก๊งเพื่อนมันใช่ปะ ผมเห็นในเฟซมันไปดูหนังผีเรื่องใหม่กันเมื่ออาทิตย์ก่อน แล้วบอกสนุกมาก ดูกันสองรอบเลย คงหลอนนั่นแหละ”

“เออ พี่ก็ว่างั้นแหละ” พี่เอ็กซ์ดูโล่งอกที่ผมไม่คิดอะไร "รับเหอะมิกซ์ ลูกค้าคนนี้โคตรรวย มีร้านนวดในกรุงเทพตั้งหลายสิบที่ คอนเนคชั่นอย่างเยอะ ถ้าถูกใจอาจจ้างอีก งานแค่นี้แปดพันยังยอมจ่าย ครึ่งแสนก็คงจิ๊บๆ ว่ะ ฮ่าๆ"

“เออ ก็ว่าอยู่ว่าคนอย่างพี่ไม่น่าใจบุญ” ผมส่ายหน้าให้กับความหน้าเลือดของคนปลายสาย   “งั้นก็ตกลงพี่ แค่นี้ก่อนแล้วกัน มะรืนผมมีนัดพาแม่ไปหาหมอทั้งวัน กลัวไม่ทัน”” ผมยอมกลับคำ เพราะเท่าที่ฟังลูกค้าก็ไม่ใช่ตาสีตาสาที่ไหน คงยอมจ่ายราคานี้จริงๆ

“เคๆ มีไรก็โทรมาหาพี่นะ อย่าหักโหมมากล่ะ ถ้าไม่ไหวจริงพี่เลื่อนให้อีกวันสองวันยังได้เลย”

“ครับๆ แค่นี้ละกัน” ผมกดวางสาย ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจ วางแผนการใช้ชีวิตคืนนี้ไว้ในหัว ตั้งแต่กินข้าว อาบน้ำ เริ่มทำงาน แต่ก่อนอื่น...

“เมี้ยวว”

“ว่าไงจ๊ะชิคกี้!” ผมอุ้มลูกสาวขนปุยพันธุ์เปอร์เซียขึ้นมากอด แล้วหอมมันไปฟอดใหญ่ “หิวเหรอครับคนดี เดี๋ยวพ่อหาอะไรอร่อยๆ ให้กินนะ” ว่าแล้วก็อุ้มมันเข้าห้องครัวไป

ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง...


7:13 pm.

ผมถือถ้วยกาแฟร้อนๆ เดินไปนั่งหน้าคอม เปิดโฟลเดอร์งานขึ้นมาดู มุมซ้ายล่างของจอแสดงจำนวนไฟล์ทั้งหมด 61 รูป คืนนี้ขอแค่สิบห้ารูปก็น่าจะพอแบ่งบาของวันอื่นๆ ได้

ผมดับเบิ้ลคลิกรูปแรกขึ้นมา มันเป็นรูปจากกล้องฟิล์มที่เก่าจนกลายเป็นสีน้ำตาลอมแดง แถมมีรอยขนแมวเต็มไปหมด ถ้าจะรีทัชรูปนี้ ผมต้องลบพวกรอยขนออก แล้วเปลี่ยนสีภาพใหม่ตามที่ลูกค้าเขียนไว้ในบรีฟ ยังดีที่ผมพอเดาได้ว่าเธอใส่เสื้อสีขาวกับกระโปรงน้ำตาลเข้ม แต่ถ้าจะเอาให้เป๊ะก็คงต้องขอเบอร์ลูกค้าจากพี่เอ็กซ์เพื่อลองถามดู

"ทำๆ ไปก่อนละกัน" ผมพึมพำพลางยกกาแฟขึ้นจิบ รสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นของมันทำให้นี่เป็นแก้วที่สามแล้วหลังผมตื่นมา ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามาก ดีไม่ดีคืนนี้อาจทำเสร็จทั้งหกสิบกว่ารูปเลย...ล้อเล่นน่ะ

ผมลากรูปนั้นลงในโปรแกรมโฟโต้ช็อป จัดการซูมแล้วใช้เครื่องมือ Clone Stamp tool ลบรอยด่างกับขนแมวออกทีละจุด พลางจินตนาการสีที่จะใช้ระบายชายหาดกับน้ำทะเลไว้ด้วย

ฟู่ว...

ลมจากที่ไหนสักแห่งพัดเข้ามาปะทะต้นคอ ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หันไปมองก็พบว่าตัวเองลืมปิดหน้าต่าง

ผมรีบเดินไปที่หน้าต่าง เพราะกลัวว่าถ้าเปิดไว้นานแล้วจะมีพวกยุงหรือแมลงบินเข้ามา และระหว่างที่กำลังเอื้อมมือไปจับหน้าต่าง ผมก็ขนลุกซู่

"หือ" ผมส่งเสียงประหลาดใจ มองแขนตัวเองที่เส้นขนตั้งชัน มันมาพร้อมอาการใจสั่นโหวงแปลกๆ ผมสะบัดหัวไล่ความคิดเรื่องไอ้ชัยที่พี่เอ็กซ์เล่าออกไปจากหัว ก่อนจะปิดหน้าต่างแล้วกลับมานั่งทำงานตามเดิม


10:26 pm.

ผ่านไปแล้วสิบสองรูป ยังดีที่นอกจากแก้ภาพเก่าให้เป็นใหม่แล้วก็ไม่มีอะไรต้องทำเพิ่ม ผมเลื่อนรูปถัดไป คราวนี้เป็นรูปหน้าตรงของผู้หญิงคนเดิม เหมือนจะถ่ายในงานศพ เพราะเธอใส่เสื้อสีดำ ไม่ยิ้มแย้ม และการยืนก็สุภาพเรียบร้อยไม่สดใสเหมือนรูปอื่นๆ ขอบตามีรอยดำมาสคาร่าเปื้อนอยู่นิดๆ

ผมขนลุกซู่และใจเต้นอีกครั้ง คราวนี้มันมาพร้อมกับความรู้สึกว่ามีสายตากำลังจ้องมองอยู่ ผมข่มความกลัวด้วยการคิดว่านี่เราอยู่บ้านตัวเอง ก่อนจะลากรูปเข้าโปรแกรม จัดการซูมแล้วแต่งภาพตามเดิม

นี่เป็นรูปแรกที่ได้เห็นมุมหน้าของเธอชัดๆ โดยไม่เอียงซ้ายขวาหรือมีหมวกใบใหญ่มาบัง พอนึกขึ้นมาว่าเป็นรูปคนตายผมก็แอบหลอนนิดๆ...ไม่ได้สิ! อย่ากลัว เราไม่เชื่อเรื่องผี...

ผมสะบัดหัวไล่ความกลัวไปอีกครั้ง แต่เมื่อหยุดกลับพบว่าสายตาเริ่มพร่ามัว ผมกระพริบตาถี่ๆ เผื่อว่าอาการนี้จะหายไป แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังมาจากในครัว

เคร้งๆ!

"ชิคกี้เหรอครับ" ผมเรียก ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่คงตอบ "อย่าเล่นซนสิ" ผมพูดขณะนวดหางตาไปด้วย

โครม!

"เฮ้ย!" ผมผุดลุกขึ้น อาการตาพร่าหายไป แทนที่ด้วยความตกใจจนขนหัวลุกตั้งชัน

ผมรีบเดินเข้าไปในครัวด้วยความเป็นห่วงเจ้าแมวน้อย แล้วก็พบว่ามันกำลังสวาปามจิ้งจกอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีฉากหลังเป็นแก้วพลาสติกทั้งถาดร่วงลงมา

"ตกใจหมด เจ้าแมวบ้า" ผมบ่นอย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินไปเก็บของที่ร่วงทั้งมือที่สั่นเทาด้วยความตกใจ แล้วกลับไปนั่งทำงานตามเดิม

"หือ" ผมส่งเสียงในคอ เมื่อกลับมามองรูปที่เปิดทิ้งไว้แล้วรู้สึกไม่คุ้นตาทั้งๆ ที่เป็นรูปเดิม ผมพยายามนึกว่าอะไรเปลี่ยนไป แล้วก็พบว่าคราวนี้ผู้หญิงในรูปกำลังยิ้ม...

ผมทั้งขยี้ตา นวดขมับ สะบัดหัว แล้วก็ตบท้ายทอยตัวเองหลายที พอหยุดแล้วมองใหม่ก็พบว่าสีหน้าเธอกลับเป็นเหมือนเดิม

"กูหลอนเรื่องที่พี่เอ็กซ์เล่าเหรอวะเนี่ย" ผมพึมพำ ก่อนจะรวบรวมสมาธิแล้วทำงานต่อ


11:39 pm.

ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองจัดการอีกสามรูปให้เสร็จได้อย่างไรภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่พอรู้สึกตัวก็พบว่าปวดหัวคลื่นไส้มาก ผมรีบลุกไปอาบน้ำ กินยา ปิดบ้านให้เรียบร้อยก่อนจะเข้าห้องนอน

ผมล้มตัวลงบนเตียง เพิ่งกินยาไปได้ไม่นาน อาการปวดหัวยังไม่ทุเลา ผมแปลกใจตัวเองมากที่ยังคงตกใจเหตุการณ์เมื่อชั่วโมงก่อน ทั้งตัวสั่น ใจสั่น และมีเหงื่อออกตามมืออีก เจอความรู้สึกแบบนี้ครั้งล่าสุดก็ตอนไปเข้าค่ายธรรมมะตอนม.ปลายแล้วโดนพระอาจารย์จับได้ว่าพกบุหรี่มาด้วย เลยโดนลงโทษให้ไปนั่งสมาธิคนเดียวในห้องพระที่มีข่าวคนผูกคอตาย ตอนนั้นผมทั้งกลัวทั้งหลอนจนจับไข้ แต่พอผ่านมาได้ก็พบว่าตัวเองเข้มแข็งและไม่กลัวอะไรง่ายๆ อีก

หรือเราจะไม่สบาย?

ผมคิดหาความเป็นไปได้ แล้วก็พบว่าไม่น่าใช่ ผมไม่มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเลยสักนิด มีแต่อาการใจสั่นโหวง ปวดหัว ขนลุก แถมตอนนี้ยังมวนท้องด้วย มันเหมือนผมกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่างอยู่

เวลาผ่านไป ผมพบว่าตัวเองกำลังนอนเหม่อมองเพดานอยู่ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่หลับสักที แต่พอข่มตาลงได้ สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในมโนภาพคือหน้าของผู้หญิงในรูปคนนั้นกำลังยิ้มให้ เริ่มจากยิ้มอบอุ่น แล้วก็แสยะกลายเป็นน่าเกลียดน่ากลัว ผมขนลุกตั้งชันด้วยความสยอง ทั้ง่รู้ว่ามันเป็นเพียงจินตนาการ แต่มันก็ยังไม่หายไป เจ้าสมองส่วนไม่ดีสั่งให้เธอคนนั้นเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ จากผีสางกลายเป็นปีศาจอัปลักษณ์ มีเขี้ยวเล็บและดวงตาเหมือนสัตว์ป่า

หยุดนะ! หยุด!!

ผมพยายามสั่งสมองตัวเอง ภาพนั้นแตกกระจายเล็กน้อยเหมือนเราแกว่งมือไปโดนเงาที่สะท้อนอยู่ในน้ำ ครู่เดียวมันก็กลับมารวมกันใหม่เป็นอสูรกายน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม

ผมหายใจติดขัด พยายามหาทางออกจากความกลัวนี้ และสติสัมปชัญญะก็สั่งให้ลืมตา

(มีต่อครับ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่