วันคุ้มครองโลกทางพระพุทธศาสนาทำกิจกรรมอะไรบ้าง

กระทู้คำถาม
วันคุ้มครองโลก Earth Day
         ในครั้งนั้น ผู้แทนชาวพุทธทั่วโลก ได้อภิปรายในประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวางและในที่สุดสมาชิกองค์กรพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ได้พร้อมใจกันมีมติเอกฉันท์ให้วันคุ้มครองโลกเป็นวันที่ชาวพุทธจะได้จัดกิจกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรักษาใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์  โดยการจัดกิจกรรมทำความสะอาดศาสนสถาน และการเจริญสมาธิภาวนา กลั่นจิตกลั่นใจให้ใสควบคู่กันไป

หิริ  โอตตัปปะ   ธรรมคุ้มครองโลก

หิริ  โอตตัปปะ  ม.มู. มหายมกวรรค  มก. ๑๙/๒๒๐ , มจ. ๑๒/๔๕๒, ปส. ๑๘/๓๐๗
  
      หิริ  คือ  สิ่งใดอันบุคคลผู้ควรละอายย่อมละอาย  มีภายในเป็นสมุฏฐาน  เป็นอัตตาธิปไตย  หิริดำรงอยู่ในสภาพของความละอาย
  
      โอตตัปปะ  คือ  สิ่งใดอันบุคคลผู้ควรเกรงกลัว  มีภายนอกเป็นสมุฎฐาน  เป็นโลกาธิปไตย  โอตตัปปะดำรงอยู่ในสภาพความกลัว
  
      หิริและโอตตัปปะ  ธรรมเหล่านี้เรียกว่าธรรมคุ้มครองโลก เพราะรักษาโลก  

ธรรมฝ่ายขาว 2 ประการ ทำให้เกิดความเป็นญาติในหมู่มนุษย์ อัง.ทุก.  กัมมกรณวรรค  มก. ๓๓/๓o๔,มจ. ๒๐/๖๓, ปส. ๓๕/๑๗๗

        ธรรมฝ่ายขาว 2 ประการ  ย่อมคุ้มครองโลก คือ 1. หิริ  2. โอตตัปปะ  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ถ้าธรรมขาว 2 ประการ  ไม่พึงคุ้มครองโลก ใคร ๆ ในโลกนี้จะไม่พึงบัญญัติว่ามารดา  ว่าน้า  ว่าป้า  ว่าภรรยาของอาจารย์  โลกจักถึงความยิ้มกันเหมือนกับพวกแพะ  แกะ ไก่  หนู  สุนัขบ้านและพวกสุนัขจิ้งจอก  เพราะธรรมฝ่ายขาว  2  ประการนี้ยังคุ้มครองโลกอยู่  โลกจึงมีบัญญัติคำว่ามารดา  ว่าป้า  ว่าภรรยาของอาจารย์

เหตุเกิดความกลัวบาป  อัง.ทุก.  กัมมกรณวรรค  มก. ๓๓/๒๘๕, มจ. ๒๐/๕๗, ปส. ๓๕/๑๖๖
  
        พระศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร  ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงโทษ 2 ประการ คือ

       1. โทษที่เป็นไปในปัจจุบัน บุคคลบางคนในโลกนี้ประพฤติชั่ว ถูกพระราชาจับได้ ย่อมถูกรับสั่งให้ทำกรรมกรณ์นานาชนิดด้วย แส้ หวาย ตะบอง ตัดมือ ตัดเท้า ฯลฯ เขาคิดว่า  เพราะบาปกรรมเป็นเหตุ เมื่อกลัวต่อโทษที่เป็นไปในปัจจุบัน   จึงไม่ประพฤติชั่ว

      2. โทษที่เป็นไปในภพหน้า คือ วิบากอันเลวทรามของกายทุจริต วาจาทุจริต และมโนทุจริต เป็นโทษที่บุคคลพึงได้เฉพาะในภพหน้า เมื่อกายแตกทำลายไป  ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกลัวต่อโทษที่เป็นไปในภพหน้า จึงละกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต แล้วเจริญกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต

        พระมาลกติสสะ  นายพรานเปิดดูน้ำในตุ่มแต่ไม่เห็นน้ำ  อัง.ทุก.  กัมมกรณวรรค  มก. ๓๒/๕๘,ปส. ๓๓/๔๗


         พระมาลกติสสะเกิดในครอบครัวพราน เจริญวัยแล้วครองเรือน ออกทำกับดักสัตว์ สะสมบาปเป็นอันมาก วันหนึ่ง  เขาออกจากเรือนไป ฆ่าเนื้อที่ติดบ่วงกินแล้วเกิดความกระหายน้ำ เข้าไปในคเมณฑวาสีวิหารเห็นหม้อน้ำ 10 ใบ เปิดดูแล้วไม่เห็นน้ำ พระเถระมาเปิดดูแล้วเห็นน้ำเต็มอยู่ จึงเอาน้ำรดมือเขา น้ำนั้นแห้งดุจรดน้ำลงในกระเบื้องร้อน เขาดื่มน้ำจนหมดทั้ง 10 หม้อก็ยังไม่หายจากความกระหาย


           พระเถระจึงถามว่า ท่านทำกรรมหยาบช้าอะไร จึงมีสภาพเหมือนเปรตในปัจจุบันทีเดียว นายพรานเกิดความสังเวช จึงรื้อเครื่องประหารกับดักสัตว์ออก แล้วออกบรรพชา เขาปรารถนาจะเห็นสัตว์นรก พระเถระให้สามเณรเอาไม้สดมา แล้วเอาไฟนรกเท่าขนาดหิ่งห้อยมาใส่ลงไป กองไม้สดไหม้เป็นเถ้าถ่านในทันที เขาจึงเร่งบำเพ็ญวิปัสสนาธุระ ณ จิตตบรรพตมหาวิหาร จนสามารถบรรลุอรหัตผล
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่