ชีวิตขึ้นๆลงๆ หรือ ใจกันแน่ที่อ่อนแอ

บทความนี้เขียนขึ้นมาเพราะต้องการตอบปัญหาของตัวเอง เมื่อเรามาอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จในการเรียน, การทำงานในระดับหนึ่ง ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีภาระทางครอบครัว ไม่มีสิ่งแปลกใหม่ให้ตื่นเต้นเหมือนช่วงวัยที่ผ่านมา ที่ยังต้องดิ้นรนเรียนหนังสือให้จบ หาเงิน หางานดีๆให้มั่นคง ตอนนี้เหมือนทุกอย่างมันเริ่มคงที่ เหมือนทุกอย่างมันเริ่มวนซ้ำๆ และเราเองก็มักจะคาดเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปได้อย่างแม่นยำ เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงเวลาที่สงบมากที่สุดครั้งหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งตอนนี้ฉันก็รู้สึกตกใจเช่นกันที่ความโหยหาความตื่นเต้น/ประสบการณ์ความแปลกใหม่ในชีวิตมันลดลงไปมาก ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นก็จะสามารถรับมือมันได้และไม่มีความกังวลกลัวล่วงหน้า อาจเป็นเพราะช่วงวัย หรือเริ่มมีอาการซึมเศร้ากันแน่ มันดูสวนทางกับสังคมแห่งความรวดเร็วในปัจจุบัน ที่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถปล่อยให้เวลาไหลผ่านช้าๆ หรือ ปล่อยให้อยู่ในความนิ่งสงบนานจนเกินไป หรือว่าฉันเองที่แปลก !!! แต่ทำไมความรู้สึกนี้มันเย็นและสบาย
       สังคมในช่วงนี้ที่ฉันสัมผัสได้คือความฉาบฉวยและความรวดเร็วที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีเหมือนที่ใครหลายๆคนบ่นถึง ทำให้เราไม่สามารถทนรอหรืออยู่ในสภาวะที่รู้สึกโดดเดี่ยวในสถานที่ต่างๆได้ มันทำให้เราเริ่มต้องสั่งอาหาร/เครื่องดื่ม ผ่านทางแอพพลิเคชั่นล่วงหน้า เพียงเพราะต้องการความรวดเร็ว หรือ ไม่สามารถอดทนต่อสภาวะนั้นได้ รวมไปถึงซื้อบริการส่งอาหารในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งกลายเป็นเวลาที่จะมีการจัดเรียน/ประชุม แทนที่จะเป็นช่วงเวลาของความผ่อนคลาย นี่คงเป็นสังคมเมืองในยุคปัจจุบันที่เราต้องการหรือเปล่า (ดูเหมือนว่าทุกคนจะปรับตัวได้ดี) ความสุขที่มีมากขึ้นจากความสะดวกสบายต่างๆแต่ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่สะสมในใจกลับเพิ่มมากขึ้น เพราะความเร็วทำให้เรามาสามารถให้เวลากับการแก้ปัญหาและหาที่ระบายตามวิธีปกติได้ยากขึ้น ดูเหมือนว่าการโพสต์ข้อความเรียกกระแส/รูปสถานที่เที่ยวสวยๆต่างๆ (ยิ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยมีคนสัมผัส/เห็นยิ่งดี) ผ่านทาง IG, FB, Twitter จะเป็นช่องทางระบายความรู้สึกเหงา/โดดเดี่ยวของคนยุคปัจจุบัน โดยหวังว่าจะมีผู้คนที่รู้จักมาแสดงความรู้สึก/ความคิดเห็น โดยเฉพาะยิ่งถ้ามีจำนวนมาก หรือ เป็นบุคคลที่ปรารถนาก็จะรู้สึกมีความสุข แต่นั่นมันใช่สิ่งที่ทำให้มีความสุขจริงหรือ ซึ่งฉันคิดว่ามันคงไม่ใช่ โดยเฉพาะช่วงนี้ตัวฉันเองรู้สึกว่า ความเนือย/การตอบสนองของสังคมออนไลน์ เริ่มลดน้อยลง (หรือเป็นเพราะตัวฉันเองต่างหากที่รู้สึกเนือยเอง) เพราะฉันรู้สึกว่ามีคนต้องการโพสต์จำนวนมากขึ้น ในขณะเดียวกันการตอบสนองต่อโพสต์ต่างๆลดลงมากถ้าเทียบกับเมื่อก่อน จนทำให้รู้สึกว่าความโดดเดี่ยวในใจคนมันยังคงมีมาก ในขณะที่ก็ยังคงเลือกหาทางออกแบบเดิมๆ เพียงเพราะความเคยชินมาในระยะหนึ่งที่ทำให้มีความสุขแบบวูบวาบจากการที่มีผู้คนมาสนใจ
         เป็นไหมที่การโต้ตอบในปัจจุบันใช้เป็นข้อความมากกว่าการสื่อสารโดยตรงไม่ว่าจะเป็นทางการ/ไม่เป็นทางการ กับรุ่นเดียวกัน หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ จนบางทีเราเองรู้สึกว่าเหมือนได้พูดกับบุคคลนั้นไปแล้วทั้งหมด แต่จริงๆมันไม่ใช่เพราะข้อความจะสามารถสื่อสารได้ใจความสั้นๆเท่านั้น แต่ในหัวเราได้คิดไปว่าสื่อสารเข้าใจแล้ว แต่ผู้รับสารส่วนมากไม่ได้เข้าใจ/รับรู้อารมณ์ที่ผู้ส่งสารพยายามจะถ่ายทอดได้อย่างถูกต้อง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย รวมถึงแม้กระทั่งการติดต่อด้านความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราจะสามารถติดต่อถึงกันได้เร็วทันใจ (และคาดหวังให้อีกฝ่ายตอบอย่างเร็วเช่นกัน) จนบางครั้งห้วงเวลาแห่งความคิดถึงไม่มีเหลืออยู่เลย ไม่มีห้วงเวลาแห่งความอดทน เพื่อที่จะได้รู้สึกวันที่ได้ความสุขอย่างแท้จริงจากการรอคอย
      กระแสของ how to มีรูปแบบนำเสนอมากขึ้น ทั้งการ live สด/video/คำคม นอกเหนือจากอ่านหนังสือเหมือนสมัยก่อน มีให้เห็นเป็นจำนวนมากและได้รับความนิยม ก็อาจเป็นเพราะใจคนปัจจุบันอ่อนแอมากขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งมันดีตรงที่ทำให้เรามีที่พึ่งพา/มีที่ให้เราได้มีโอกาสคิดวิเคราะห์แก้ไขกับตัวเอง แต่ยังไงทั้งหมดมันก็ต้องใช้เวลาอยู่กับความสงบ/ความนิ่งในเรื่องนั้นๆ ให้ผ่านไป  และฉันคิดว่าเราก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นเสมอ เมื่อเราเห็นคุณค่าของการอดทนและรอคอยได้ภายใต้ความกดดันของกระแสสังคมแห่งความฉาบฉวยและรวดเร็ว

                                                                                          แล้วคุณหล่ะ!!!  เป็นอย่างไร แสดงความรู้สึกกันหน่อย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่