อ่า... นี่เป็นโน้ตแรกของเราที่ลงในที่สาธารณะ
ไม่รู้จะเริ่มต้นสาธยายชีวิตตัวเองยังไงดี
ตั้งแต่จำความได้มีอยู่ไม่กี่เรื่องที่รู้สึกว่าโดดเด่นเกินชาวบ้านเขา โดยเฉพาะตอนอายุขวบสองขวบ ถามว่าตอนนั้นทำอะไร
- ก็ วิ่งข้ามถนนไปอยู่เกาะกลางเองเฉยเลย
- อ่านหนังสือพิมพ์ฉอดๆๆให้พ่อแม่ฟัง
เท่าที่เขาเล่าให้ผมฟังเด่นๆก็เท่านี้แหละ ที่เหลือก็ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นๆ
พอโตขึ้นมาหน่อยก่อนมัธยม ไม่รู้บังเอิญหรืออย่างไรที่ได้อยู่ในรร.ดีๆ แต่เป็นช่วงที่มีความสุขมาก ก็เล่นไปตามประสาเด็กปกติ
และแล้วความห่วยก็เริ่มเข้ามาพัวพันในชีวิตหลังจากนั้น เริ่มจากมัธยม
- ห่วย ที่เข้ารร.ดังๆไม่ได้ แม่นี่แหละเอาผมไปเปรียบเทียบกับคนโน่นทีคนนี่ที ไล่ดูในแต่ละวิชาเลยว่าคนอื่นเข้าดีกว่ายังไง
และผม
ห่วยยังไง
(ผมผิดด้วยเหรอที่หัวผมมันไม่ดีไปตลอดทุกวิชา?)
- ห่วย ที่หลังจากนั้นก็จับและยัดเยียดให้ไปเรียนกวดวิชา ได้ไปเอาหนังสือติดมือมาเป็นลังๆ จนหมดวัยมัธยมไป
ถ้าถามว่าผมแก้เซ็งยังไง? ใคร
ไม่เคยหลับเลยตอนเรียนกวดวิชาบ้าง ขอกราบงามๆ เลยหนึ่งที
(คิดว่าสมัยนี้ก็หนักหนาพอๆกันแหละ แถมอาจเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ติวมันยันตั้งแต่ก่อนอนุบาลเลยมั้ง)
- ห่วย ที่เข้ากับเด็กรอบข้างด้วยกันไม่ได้ คนอื่นเข้าเล่นอะไรกัน เราไปอยู่ไหนยังไม่รู้เรื่องเลยว่าเล่นอะไรกันยังไง
ลงท้ายด้วยการเป็นแกะดำ มีคนจ้องจะคอยแกล้งอยู่บ้าง ได้แต่มาเรียนและก็กลับ หาเพื่อนไม่ค่อยจะมี
(แต่ก็ยังดีที่พอคลี่คลายได้อยู่บ้างช่วงนึง)
- ห่วย ที่ตั้งใจออมเงินมาเรื่อยๆ อยู่ตลอดตั้งแต่เด็กละ มีเงินเป็นหลักหมื่นก็ละ แต่จนตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่เจ้าของเงินออมพวกนั้นเลย
เพราะแม่ทวงกรรมสิทธิ์อยู่ตลอด "นี่มันเงินของแม่นะ" ก็จะได้ยินคำพูดแบบนี้อยู่เนื่องๆ และก็ทำตัวเป็นปปง. สำหรับผมด้วย
จะถอนไปใช้ทำอะไรก็อยากจะรู้อยู่ตลอดแม้อายุผมจะเข้าวัยผู้ใหญ่แล้วก็ตาม
(ใครมีความเห็นเรื่องนี้อะไรยังไงก็ส่งเข้ามาได้นะครับ ยินดีรับฟัง แม้ว่าจะต่างคนต่างคิดก็ตาม)
- ห่วย ที่ฮอร์โมนเริ่มพุ่งพล่าน ปัญหาพัลวันก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง
สิว
ที่อยู่ยงคงกระพันมาได้อย่างแสบสันมากจนถึงทุกวันนี้ ทายาก็แล้ว หาหมอก็แล้ว ไปคลินิกก็แล้ว
ทำทรีทเม้นท์อะไรก็แล้ว
ยิงเลเซอร์ไม่ใส่ยาชาก็แล้ว ก็ยังรอดมาได้ เฮ้อ
(เออ ยอมละ)
- ห่วย ที่เท่านั้นยังไม่พอ มันก็ยังพัฒนาลักษณะทางเพศขึ้นไปตามวัย
อืม... ในตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก ก็อยู่ไปด้วยกันกับมันเนี่ยแหละ
เคยเลอะกกน. ด้วยหนสองหน ไม่รู้เนื้อรู้ตัวอะไรเลยตอนนั้น
แต่พอเวลาเริ่มผ่านไปจนกระทั่งในตอนนี้ อ่ะ... ขอพูดตรงๆ นะ โดยส่วนตัวผม
เบื่อมาก
เบื่อกับการที่ต้องมี boner ทุกเช้า (ไม่ใช่อะไรหรอก รำคาญ)
เบื่อกับลูกแอปเปิ้ลติดคออันเบอเร่อเห้อ (อันนี้ก็รำคาญอีกเช่นกัน)
เบื่อกับขนที่เพิ่มขึ้นตามตัว (ก็เหตุผลเดียวกันกับข้างต้น)
(พอเขียนแบบนี้ ใครจะหาว่าเป็นอะไรก็ช่าง แต่โดยส่วนตัวแล้วในตอนนี้
ผมไม่ชอบเอาเสียเลย
, เหลียวไปมองดูฝั่งตรงข้าม

)
พอมามหาลัยฯ ก็
- ห่วย ที่การเลือกเรียนตามใจพ่อแม่โดยไม่สนใจตัวเอง ทำให้เสียเวลา (ไม่เปล่า) ไปเกือบ 2 ปี
เพราะตัวเองไม่มีกะจิตกะใจอยากจะเรียน อันนี้พูดจริงๆ คือเหมือนกับ burnout (ไม่ใช่เกมนะ) ไปซะดื้อๆ
(แต่เนื่องจากแต่ละคนมันก็ย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ฉะนั้นใครที่เรียนตามใจพ่อแม่แล้วจบออกมาได้ ก็ยินดีด้วย)
- ห่วย ที่ปัญหาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง กลับมาหลอกหลอนอีกเหมือนเคย คราวนี้แย่กว่าเดิมอีก
"ไม่มีใครสนใจเราเลย ถ้าไม่ไปเสนอหน้าให้เขาเห็น" จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่
(ใครว่าชีวิตการทำงานก็เป็นแบบนี้ ช่วยบอกผมด้วยจะได้เตรียมใจถูก)
- ห่วย ที่สิ่งบันเทิงจิตใจก็คือ
เกมในตอนนั้น หลังจากเล่นเป็นพักๆ มาโดยตลอดตั้งแต่มัธยม
ก็เริ่มหนักขึ้นจนเมินโลกของความเป็นจริงไป ในที่สุดก็ถูกพ่อแม่ cold turkey จนได้ และมันทำให้ผมไม่แตะต้องเกมอีกเลย
(บางคนอาจจะบอกว่าดี แต่มันทำให้ผมรู้สึกเบื่อเป็นอย่างมาก อีกทั้งก็เบื่อที่จะเล่นเกมแล้วด้วยหลังจากถูกพ่อแม่หักดิบไป)
- ห่วย ที่เหมือนรู้สึกซึมๆ บวกกับเบื่อๆ มานาน แต่พอมีคนมาถามก็จะบอกว่า "ก็ปกติดี" อยู่ตลอดโดยอัตโนมัติเอง
ถามว่าผมเบื่ออะไร? ไม่มีอะไรหรอกครับแค่รู้สึกล้มเหลวมานาน แต่ก็อยู่ไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้คิดสั้นแต่อย่างใด
บางช่วงก็คึกอยากสู้บ้าง บางช่วงก็ขี้เกียจบ้าง (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลังมากกว่า

)
คล้ายๆ กันกับกระทู้นี้
https://pantip.com/topic/37481315
แต่ที่ผ่านมาก็จะมีอยู่แค่ไม่ fail ก็ done แค่นั้น
(ฉะนั้นเรื่อง success คงจะไม่มี แต่ก็อาจจะมีบ้างสักวันนึง ในแบบไปเรื่อยๆ ของผมน่ะแหละ)
หลังจากที่สิ่งต่างๆ ผ่านเข้ามาในสายตาของผมอยู่นาน จนบางทีก็คิดมาก คิดไปไกล ฟุ้งซ่าน หรือแทบจะเป็นบ้าไป
แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมเองตระหนักมาโดยตลอดอยู่แล้วนะว่า แก่นแท้จริงๆ มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาความ
ห่วย
ของตัวเองได้ ซึ่งไม่ช้าไม่นานยังไงก็ต้องทำอยู่แล้ว ก็แค่แก้ไปทีละเปลาะๆ
ขอบคุณมากสำหรับความพยายามที่อ่านมาได้จนจบนะครับ
ชีวิต (ผม) มันห่วย... ช่วยไม่ได้
ไม่รู้จะเริ่มต้นสาธยายชีวิตตัวเองยังไงดี
ตั้งแต่จำความได้มีอยู่ไม่กี่เรื่องที่รู้สึกว่าโดดเด่นเกินชาวบ้านเขา โดยเฉพาะตอนอายุขวบสองขวบ ถามว่าตอนนั้นทำอะไร
- ก็ วิ่งข้ามถนนไปอยู่เกาะกลางเองเฉยเลย
- อ่านหนังสือพิมพ์ฉอดๆๆให้พ่อแม่ฟัง
เท่าที่เขาเล่าให้ผมฟังเด่นๆก็เท่านี้แหละ ที่เหลือก็ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นๆ
พอโตขึ้นมาหน่อยก่อนมัธยม ไม่รู้บังเอิญหรืออย่างไรที่ได้อยู่ในรร.ดีๆ แต่เป็นช่วงที่มีความสุขมาก ก็เล่นไปตามประสาเด็กปกติ
และแล้วความห่วยก็เริ่มเข้ามาพัวพันในชีวิตหลังจากนั้น เริ่มจากมัธยม
- ห่วย ที่เข้ารร.ดังๆไม่ได้ แม่นี่แหละเอาผมไปเปรียบเทียบกับคนโน่นทีคนนี่ที ไล่ดูในแต่ละวิชาเลยว่าคนอื่นเข้าดีกว่ายังไง
และผมห่วยยังไง
(ผมผิดด้วยเหรอที่หัวผมมันไม่ดีไปตลอดทุกวิชา?)
- ห่วย ที่หลังจากนั้นก็จับและยัดเยียดให้ไปเรียนกวดวิชา ได้ไปเอาหนังสือติดมือมาเป็นลังๆ จนหมดวัยมัธยมไป
ถ้าถามว่าผมแก้เซ็งยังไง? ใครไม่เคยหลับเลยตอนเรียนกวดวิชาบ้าง ขอกราบงามๆ เลยหนึ่งที
(คิดว่าสมัยนี้ก็หนักหนาพอๆกันแหละ แถมอาจเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ติวมันยันตั้งแต่ก่อนอนุบาลเลยมั้ง)
- ห่วย ที่เข้ากับเด็กรอบข้างด้วยกันไม่ได้ คนอื่นเข้าเล่นอะไรกัน เราไปอยู่ไหนยังไม่รู้เรื่องเลยว่าเล่นอะไรกันยังไง
ลงท้ายด้วยการเป็นแกะดำ มีคนจ้องจะคอยแกล้งอยู่บ้าง ได้แต่มาเรียนและก็กลับ หาเพื่อนไม่ค่อยจะมี
(แต่ก็ยังดีที่พอคลี่คลายได้อยู่บ้างช่วงนึง)
- ห่วย ที่ตั้งใจออมเงินมาเรื่อยๆ อยู่ตลอดตั้งแต่เด็กละ มีเงินเป็นหลักหมื่นก็ละ แต่จนตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่เจ้าของเงินออมพวกนั้นเลย
เพราะแม่ทวงกรรมสิทธิ์อยู่ตลอด "นี่มันเงินของแม่นะ" ก็จะได้ยินคำพูดแบบนี้อยู่เนื่องๆ และก็ทำตัวเป็นปปง. สำหรับผมด้วย
จะถอนไปใช้ทำอะไรก็อยากจะรู้อยู่ตลอดแม้อายุผมจะเข้าวัยผู้ใหญ่แล้วก็ตาม
(ใครมีความเห็นเรื่องนี้อะไรยังไงก็ส่งเข้ามาได้นะครับ ยินดีรับฟัง แม้ว่าจะต่างคนต่างคิดก็ตาม)
- ห่วย ที่ฮอร์โมนเริ่มพุ่งพล่าน ปัญหาพัลวันก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง สิว
ที่อยู่ยงคงกระพันมาได้อย่างแสบสันมากจนถึงทุกวันนี้ ทายาก็แล้ว หาหมอก็แล้ว ไปคลินิกก็แล้ว
ทำทรีทเม้นท์อะไรก็แล้ว ยิงเลเซอร์ไม่ใส่ยาชาก็แล้ว ก็ยังรอดมาได้ เฮ้อ
(เออ ยอมละ)
- ห่วย ที่เท่านั้นยังไม่พอ มันก็ยังพัฒนาลักษณะทางเพศขึ้นไปตามวัย
อืม... ในตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก ก็อยู่ไปด้วยกันกับมันเนี่ยแหละ
เคยเลอะกกน. ด้วยหนสองหน ไม่รู้เนื้อรู้ตัวอะไรเลยตอนนั้น
แต่พอเวลาเริ่มผ่านไปจนกระทั่งในตอนนี้ อ่ะ... ขอพูดตรงๆ นะ โดยส่วนตัวผมเบื่อมาก
เบื่อกับการที่ต้องมี boner ทุกเช้า (ไม่ใช่อะไรหรอก รำคาญ)
เบื่อกับลูกแอปเปิ้ลติดคออันเบอเร่อเห้อ (อันนี้ก็รำคาญอีกเช่นกัน)
เบื่อกับขนที่เพิ่มขึ้นตามตัว (ก็เหตุผลเดียวกันกับข้างต้น)
(พอเขียนแบบนี้ ใครจะหาว่าเป็นอะไรก็ช่าง แต่โดยส่วนตัวแล้วในตอนนี้ผมไม่ชอบเอาเสียเลย
, เหลียวไปมองดูฝั่งตรงข้าม
พอมามหาลัยฯ ก็
- ห่วย ที่การเลือกเรียนตามใจพ่อแม่โดยไม่สนใจตัวเอง ทำให้เสียเวลา (ไม่เปล่า) ไปเกือบ 2 ปี
เพราะตัวเองไม่มีกะจิตกะใจอยากจะเรียน อันนี้พูดจริงๆ คือเหมือนกับ burnout (ไม่ใช่เกมนะ) ไปซะดื้อๆ
(แต่เนื่องจากแต่ละคนมันก็ย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ฉะนั้นใครที่เรียนตามใจพ่อแม่แล้วจบออกมาได้ ก็ยินดีด้วย)
- ห่วย ที่ปัญหาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง กลับมาหลอกหลอนอีกเหมือนเคย คราวนี้แย่กว่าเดิมอีก
"ไม่มีใครสนใจเราเลย ถ้าไม่ไปเสนอหน้าให้เขาเห็น" จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่
(ใครว่าชีวิตการทำงานก็เป็นแบบนี้ ช่วยบอกผมด้วยจะได้เตรียมใจถูก)
- ห่วย ที่สิ่งบันเทิงจิตใจก็คือเกมในตอนนั้น หลังจากเล่นเป็นพักๆ มาโดยตลอดตั้งแต่มัธยม
ก็เริ่มหนักขึ้นจนเมินโลกของความเป็นจริงไป ในที่สุดก็ถูกพ่อแม่ cold turkey จนได้ และมันทำให้ผมไม่แตะต้องเกมอีกเลย
(บางคนอาจจะบอกว่าดี แต่มันทำให้ผมรู้สึกเบื่อเป็นอย่างมาก อีกทั้งก็เบื่อที่จะเล่นเกมแล้วด้วยหลังจากถูกพ่อแม่หักดิบไป)
- ห่วย ที่เหมือนรู้สึกซึมๆ บวกกับเบื่อๆ มานาน แต่พอมีคนมาถามก็จะบอกว่า "ก็ปกติดี" อยู่ตลอดโดยอัตโนมัติเอง
ถามว่าผมเบื่ออะไร? ไม่มีอะไรหรอกครับแค่รู้สึกล้มเหลวมานาน แต่ก็อยู่ไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้คิดสั้นแต่อย่างใด
บางช่วงก็คึกอยากสู้บ้าง บางช่วงก็ขี้เกียจบ้าง (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลังมากกว่า
คล้ายๆ กันกับกระทู้นี้
https://pantip.com/topic/37481315
แต่ที่ผ่านมาก็จะมีอยู่แค่ไม่ fail ก็ done แค่นั้น
(ฉะนั้นเรื่อง success คงจะไม่มี แต่ก็อาจจะมีบ้างสักวันนึง ในแบบไปเรื่อยๆ ของผมน่ะแหละ)
หลังจากที่สิ่งต่างๆ ผ่านเข้ามาในสายตาของผมอยู่นาน จนบางทีก็คิดมาก คิดไปไกล ฟุ้งซ่าน หรือแทบจะเป็นบ้าไป
แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมเองตระหนักมาโดยตลอดอยู่แล้วนะว่า แก่นแท้จริงๆ มีแค่ตัวเองเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาความ ห่วย
ของตัวเองได้ ซึ่งไม่ช้าไม่นานยังไงก็ต้องทำอยู่แล้ว ก็แค่แก้ไปทีละเปลาะๆ
ขอบคุณมากสำหรับความพยายามที่อ่านมาได้จนจบนะครับ