สำหรับคนนอก ขอเกริ่นก่อนว่าหอในจุฬานั้นมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนนิสิตอย่างมาก ทำให้การที่จะเข้าไปอยู่ได้นั้นขึ้นชื่อว่ายากมากเพราะต้องระบุที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ความจำเป็นต่างๆ เรียกสัมภาษณ์ทีละคน แล้วคัดจนเหลือจำนวนคนที่มีความจำเป็นจริงๆกลุ่มสุดท้ายที่จะได้เข้าไปอยู่
แต่เมื่อเข้ามาอยู่แล้วหอในมีกฎ”บังคับทำกิจกรรม” นั่นคือในปีๆหนึ่งจะมีกิจกรรมเป็นสิบๆกิจกรรมและทุกกิจกรรมจะมีคะแนน โดยทุกปีจะหาคนจำนวนหนึ่งที่ทำกิจกรรมได้น้อยเมื่อเทียบนิสิตทั้งหมดเพื่อ”คัดออกจากหอ”โดยทางหออ้างว่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างให้คนอื่น ทำให้นิสิตต้องแข่งกันทำกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมเหล่านั้นหลายอย่างก็จะเป็นกิจกรรมประเภทที่ไม่มีคนทำ เช่น เกณฑ์นิสิตไปนั่งฟังงานที่ไม่มีใครเข้าเพื่อให้ดูเหมือนคนมาเยอะ ตากแดดแปรเพลทในขณะที่คนอื่นๆนั่งในร่ม ยืนจุดเทียน ถือธง ฯลฯ กินเวลาเป็นชั่วโมงๆ บางทีครึ่งวัน หรือบางทีเกือบวัน และหลายครั้งที่จัดในช่วงวันหยุดยาว ทำให้นิสิตหอใน(ซึ่งมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด)ไม่สามารถกลับบ้านได้เพราะต้องอยู่รอทำกิจกรรม และถึงแม้เป็นช่วงสอบก็ยังมีกิจกรรม นิสิตต้องเลือกว่าจะเลือกอ่านหนังสือสอบ หรือจะเลือกทำกิจกรรมเพื่อเพิ่ม%ความอยู่รอด
บุคคลากรหอในมีแนวคิดว่าการให้นิสิตมาอยู่ถือเป็นบุญคุณ พูดย้ำเกือบทุกครั้งที่ประชุม ทั้งๆที่นิสิตเองก็จ่ายเงินค่าหอพัก และจริงๆหอในควรเป็นสวัสดิการของนิสิต ไม่ใช่บุญคุณที่ต้องมาทดแทน เคยมีประโยคเด็ดที่จำได้ไม่ลืมคือ “หอในไม่ได้บังคับให้ใครอยู่ ถ้าคุณไม่พอใจก็ไม่ต้องอยู่”
จากประสบการณ์ที่อยู่หอมาตลอดและกำลังจะออก ขอบอกเลยว่ากิจกรรมของหอในนั้นเบียดเบียนเวลานิสิตอย่างมาก นิสิตต้องอ่านหนังสือ ต้องทำงาน บางคนเรียนหนักถึงทุ่มสองทุ่ม และการอ้างว่าคัดคนออกเพื่อให้ที่ว่างคนอื่นที่เดือดร้อนนี่ผิดถนัด เพราะการคัดคนนึงออกเพื่อเอาอีกคนเข้า โดยคนที่โดนออกก็เดือดร้อนเหมือนกัน จำนวนคนที่เดือดร้อนก็เท่าเดิม
ถ้าความคิดเห็นส่วนตัวคืออยากให้ยกเลิกระบบนี้ เพราะทุกปีจะมีคนที่จบปีการศึกษา และมีที่ว่างเพิ่มทุกปีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องคัดคนออก เพราะกว่าจะคัดคนเข้ามาได้ก็คือนิสิตที่มีความจำเป็นจริงๆ อย่าเอาการอ้างว่าที่ไม่พอเพื่อมาใช้แรงงานนิสิตเลย
คิดอย่างไรกับการที่หอในจุฬาบังคับนิสิตทำกิจกรรม?
แต่เมื่อเข้ามาอยู่แล้วหอในมีกฎ”บังคับทำกิจกรรม” นั่นคือในปีๆหนึ่งจะมีกิจกรรมเป็นสิบๆกิจกรรมและทุกกิจกรรมจะมีคะแนน โดยทุกปีจะหาคนจำนวนหนึ่งที่ทำกิจกรรมได้น้อยเมื่อเทียบนิสิตทั้งหมดเพื่อ”คัดออกจากหอ”โดยทางหออ้างว่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างให้คนอื่น ทำให้นิสิตต้องแข่งกันทำกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมเหล่านั้นหลายอย่างก็จะเป็นกิจกรรมประเภทที่ไม่มีคนทำ เช่น เกณฑ์นิสิตไปนั่งฟังงานที่ไม่มีใครเข้าเพื่อให้ดูเหมือนคนมาเยอะ ตากแดดแปรเพลทในขณะที่คนอื่นๆนั่งในร่ม ยืนจุดเทียน ถือธง ฯลฯ กินเวลาเป็นชั่วโมงๆ บางทีครึ่งวัน หรือบางทีเกือบวัน และหลายครั้งที่จัดในช่วงวันหยุดยาว ทำให้นิสิตหอใน(ซึ่งมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด)ไม่สามารถกลับบ้านได้เพราะต้องอยู่รอทำกิจกรรม และถึงแม้เป็นช่วงสอบก็ยังมีกิจกรรม นิสิตต้องเลือกว่าจะเลือกอ่านหนังสือสอบ หรือจะเลือกทำกิจกรรมเพื่อเพิ่ม%ความอยู่รอด
บุคคลากรหอในมีแนวคิดว่าการให้นิสิตมาอยู่ถือเป็นบุญคุณ พูดย้ำเกือบทุกครั้งที่ประชุม ทั้งๆที่นิสิตเองก็จ่ายเงินค่าหอพัก และจริงๆหอในควรเป็นสวัสดิการของนิสิต ไม่ใช่บุญคุณที่ต้องมาทดแทน เคยมีประโยคเด็ดที่จำได้ไม่ลืมคือ “หอในไม่ได้บังคับให้ใครอยู่ ถ้าคุณไม่พอใจก็ไม่ต้องอยู่”
จากประสบการณ์ที่อยู่หอมาตลอดและกำลังจะออก ขอบอกเลยว่ากิจกรรมของหอในนั้นเบียดเบียนเวลานิสิตอย่างมาก นิสิตต้องอ่านหนังสือ ต้องทำงาน บางคนเรียนหนักถึงทุ่มสองทุ่ม และการอ้างว่าคัดคนออกเพื่อให้ที่ว่างคนอื่นที่เดือดร้อนนี่ผิดถนัด เพราะการคัดคนนึงออกเพื่อเอาอีกคนเข้า โดยคนที่โดนออกก็เดือดร้อนเหมือนกัน จำนวนคนที่เดือดร้อนก็เท่าเดิม
ถ้าความคิดเห็นส่วนตัวคืออยากให้ยกเลิกระบบนี้ เพราะทุกปีจะมีคนที่จบปีการศึกษา และมีที่ว่างเพิ่มทุกปีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องคัดคนออก เพราะกว่าจะคัดคนเข้ามาได้ก็คือนิสิตที่มีความจำเป็นจริงๆ อย่าเอาการอ้างว่าที่ไม่พอเพื่อมาใช้แรงงานนิสิตเลย