ประสบการณ์ความรักของเกย์ กับผู้ชาย

ห่างหายจากกระทู้ไปนาน มาอัพเดท ข่าวคราว ครับเกี่ยวกับประสบการณ์ความรักของผม กับผู้ชายคนหนึ่ง  เผื่อใครที่เคยประสบพบเจอประสบการณ์แบบผม ครั้งหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยมาเขียนเล่าประสบการณ์ สอบถามความคิดเห็น สำหรับ กระทู้ก่อนหน้านี้ https://pantip.com/topic/33255382  ผมได้กำลังใจ และข้อคิดหลายๆ อย่างจากเพื่อนที่เข้ามาตอบ มาให้กำลังใจ ผมขอขอบคุณ มา ณ ที่นี้ ด้วยครับ

วันนี้ ผมกลับมาอีกครั้ง อยากเล่าต่อเรื่องราวชีวิตความรักของผมและแชร์ประสบการณ์ความรัก ครั้งนี้อีกครั้ง ความรักที่ผ่านมา กับผู้ชายคนหนึ่ง ที่ผมพูดได้เลย ว่าเขาคือคนที่ผมรักได้มากที่สุด และก็เกลียดได้มากที่สุด เช่นกัน

ณ ตอนนี้ ถึงแม้ก้นบึ้งในหัวใจ ยังบอกได้ว่ายังมความรู้สึกรักเขาหลงเหลืออยู่บ้าง ยังคงคิดถึงเขาเป็นบางครั้งเวลาที่เหงา  และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครคนใหม่เข้ามาในชีวิต แต่การใช้ชีวิตของผมปัจจุบันนี้ ไม่มีเขาอีกแล้ว ผมยังอยู่ได้ด้วยตัวเอง อยู่ได้โดยลำพัง ทำใจได้ในระดับที่ไม่คิดจะหวนกลับไปมีชิวิต ที่ว้าวุ่นในจิตใจแบบนั้นอีก ณ วันนี้ ผมตอบตัวเอง ได้ชัดเจน ว่า ไม่มีอีกแล้ว สำหรับ คำว่า เรา ระหว่างผมกับเขา

เรื่องราว หลังจากที่เคยตั้งกระทู้ถามไป เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว
หลังจากที่ไม่เป็น อันกิน อันนอน คิดมาก วุ่นวาย สับสน ในจิตใจ มันทำให้ผม ไม่สามารถที่จะทำงานที่ต่างประเทศต่อได้ ต้องกลับมาเมืองไทย และโชคดี ที่ผมได้กลับมาทำงานท่ี่เดิม ในตำแหน่งที่ดีกว่า ช่วงกลับมาเมืองไทย ใหม่ ๆ ก็คิดว่า จะไม่ไปยุ่ง วุ่นวาย คลุกคลี กับเขาอีกแล้ว เพราะต้องการเอาตัวและใจ ออกห่างจากเขา แต่ยิ่งทำแบบนั้น ก็ยิ่งเหมือนว่าเขายังอยุ่ใกล้ ๆ และวนเวียน อยู่ในหัวตลอดเวลา มันทรมานมาก ณ ตอนนั้น
ผมเลิกติดต่อเขา และพยายามที่จะไม่ข้องแวะเกี่ยวข้องกับครอบครัวเขาอีก ทำแบบนี้ ได้ นานเกือบ 6 เดือน หลังจากที่กลับมาเมืองไทย และก็คิดว่าตัวเองเข้มแข็งแล้ว จนวันหนึ่ง วันที่ผมไม่สบาย ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่มีญาติมาดูแล เพราะผมมาทำงานต่างจังหวัด เพื่อนของเขามาเยี่ยมที่โรงพยาบาล มาเฝ้าไข้อยู่เป็นเพื่อน และดูแลผมเป็นอย่างดี วันสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล ผมนอนหลับ และตื่นขึ้นมา ก็เจอเขามาเยี่ยม ในใจก็รู้สึกดีใจมาก ที่เขามาเยี่ยมหา เหตุการณ์ที่ทำให้ประทับใจเขาอีกครั้ง และมันก็ทำให้ความตั้งใจที่จะลืม และระยะเวลา 6 เดือนกว่า อันตรธานหายไปเลย ก็คือ ช่วงที่เขามาเยี่ยม ไม่มีใครอยู่ พยาบาลเข้ามาวัดไข้ผมพอดี และบอกยังมีอาการตัวร้อน ต้องเช็ดตัว พยาบาลถามว่ามีญาติไหม วันนี้ ถ้าไม่มีจะได้เช็ดตัวให้ เขายืนอยู่ตรงนั้น และอาสาเช็ดตัวให้ผม ความรู้สึกหลาย ๆ อย่าง ความสับสนมันกลับมาอีกครั้ง ผมดีใจ และตื่นเต้น และรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ที่เขามาเช็ดตัวให้ และหลังจากนั้น ทั้งคืนเขาก็มานอนเฝ้าไข้ เป็นเพื่อนจนผมออกจากโรงพยาบาล  หลังจากออกโรงพยาบาลผมก็ไม่พยายามติดต่อเขาอีก เพราะอยากให้เรื่องราว มันจบ เพราะผมหายดีแล้ว ก็ไม่ควรจะมีอะไรต้องเจอ พูดคุยกันอีก แต่เหตุการณ์ไม่เป็นแบบนั้น เพื่อนของเขา ที่ผมบอกว่ามาเยี่ยมไข้ เฝ้าไข้ผม เล่าให้ผม ฟังว่า ตั้งแต่วันแรก ที่ผมนอนโรงพยาบาล ตัวร้อนตอนดึก ๆ ต้องทานยาตอน ดึก ๆ คนให้ยา และเช็ดตัวผม ไม่ใช่เพื่อนเขา แต่เป็นตัวเขาเอง เขาแอบมาดูแล แต่ไม่ให้ผมเห็น ตอนดึก ที่ตื่นมาให้ยา ก็เป็นเขา ที่ปลุกเพื่อนเขาให้เอายาผมทาน ปลุกเพื่อนให้คอยเช็ดตัวให้ผมตลอดเวลา ตอนผมหลับเขาก็มานอนฟุบข้างเตียงไม่ไปใหน ผมอึ้งและตึ้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ที่เขาทำแบบนี้ให้และมันทำให้ความรู้สึกดี ๆ ของผม กลับมาหมด และเราก็เริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง และก็คิดว่าจะเป็นไปในทางที่ดี แต่ผมก็มารู้ความจริงอีกอย่างเกี่ยวกับตัวเขา เขาติดกัญชา ผมเสียใจมาก และทำใจยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ เราเริ่มทะเลาะกันอีกเรื่องกัญชา แต่ไม่มีเรื่องผู้หญิงเข้ามีเกี่ยวข้องอีกแล้ว  จนวันหนึ่ง เขาบอกว่า เขาจะบวช และจะเลิกทุกอย่าง และเขาจะทำตัวใหม่ ให้เป็นคนดี ตั้งหน้าตั้งตา ทำงาน หลังจากสึกออกมา ผมดีใจมากที่เขาบอกแบบนี้ เขาทำตัวดีทุกอย่างและเชื่อสนิทใจเลยว่าเขาได้เปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว เรื่องอะไรก็ตาม เขาจะบอกผมก่อนคนแรก เสมอ ก่อนที่เขาจะบอกแม่และครอบครัวเขา มันทำให้ผมรู้สึกดีมาก และรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ  ผมถามเขาว่า เขายังรักผมอยู่หรือเปล่า เขาบอกกับผมเสมอว่า เขารักผมและคิดว่าผมเป็นคนของครอบครัวเขา เขาจะไม่ทำอะไรที่ไม่ดีอีกหลังจากบวช เขาจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังให้หมด หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้บวชพระ และผมก็เป็นเจ้าภาพให้ทุกอย่าง  และที่ทำให้ผมปลื้มใจมาก ที่สุดคือ แม่ของเขาให้ผมถวายหมอน และเครื่องนุ่งห่มสำหรับพระ  ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาแล้ว และเป็นคนพิเศษมากสำหรับเขาและครอบครัว  หลังจากที่เขาครองผ้าเหลือง ผมก็ไปเยี่ยมเขาบ้างเป็นครั้งคราว และแต่ละครั้งที่ไป ก็จะรู้สึกดี เวลาไป ก็นำอาหารไปถวาย หรือไม่ก็ตอนเย็น ก็จะไปนั่งสวดทำวัตร ที่วัดทุกวันพระ กับเขา ผ่านไปแบบนี้ จนครบ พรรษาที่เขาจะสึกออกมา ก่อนจะสึกออกมา ประมาณ 1 อาทิตย์ เขาก็บอกผมว่าจะสึกวันใหน ให้ผมรออยู่ที่บ้าน พอสึกแล้วเขาจะมาหา หลังจากสึก เขาจะอยู่ที่วัดอีก 7 วัน เมื่อครบแล้วเขาจะมาหาผมเอง ผมก็เชื่อใจเขา และรอ โดยทีไม่ไปรบกวนเขา หรือโทรไปกวนใจเขา เพราะคิดว่าเขาคงจะมาหาที่ห้องเอง เมื่อครบ 7 วัน แต่แล้วเหตุการณ์วันหนึ่งก็เกิดขึ้น ผมกำลังจะออกไปทำงาน และในระหว่างที่รอจะเลี้ยวรถไปที่ทำงาน ผมก็เห็นเขาขับมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าไปพร้อมกับแม่เขา ซึ่งเป็นวันที่ 5 หลังจากที่เขาสึกออกมา ผมงง มาก เขาบอกกับผมก่อนสึก ว่าจะอยู่วัด 7 วัน ครบแล้วจะมาหา จะไม่ออกวัดไปใหน ถ้าไม่ครบ 7 วัน ผ่านไปแค่ 5 วัน ผมก็เห็นเขาขับรถผ่านหน้าผมไป ผมก็คิดในแง่ดี ว่าเขาคงมีธุระกับที่บ้าน เลยต้องพาแม่ไปใหนซักแห่ง ผมก็รอ จนครบกำหนด วันที่ 7 ที่เขาสึกออกมา ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ผมนั่งรอเขาทั้งวัน ทั้งคืน นอนไม่หลับ นอนร้องไห้ เพราะคิดว่าเขาคงจะกลับมาตามที่เขาบอกไว้ ผ่านไปวันแล้ววันเล่า เขาก็ไม่มาหา ไม่แม้แต่จะโทรมาหา ผมก็อีโก้สูง ไม่ติดต่อหาเขาเหมือนกัน เพราะผมอยากรู้ว่าเขาจะรักษาคำพูดเขาหรือเปล่า  ผมเสียใจ และอยู่กับตัวเองได้ประมาณ 3-4วัน ผมก็รู้สึกว่าผมเข้มแข็งได้ด้วยตัวเอง และผมก็ต้องไปต่อด้วยตัวเอง ให้กำลังใจ และแล้วเขาก็หายไปจากชีวิตผม นับจากวันนั้นมา

หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ได้ยินข่าวคราวของเขา ว่าคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ไปใหนมาใหนด้วย กัน ผมอึ้งไปเลย แต่ก็ไม่เคยโทรหาเขา หรือสอบถามอะไรจากเขาเลย ผมย้อนกลับมาคิดถึงคำพูดเขา และจำได้ขึ้นใจ ก็คือคำพูดที่เขาบอก ว่าหลังจากสึก จะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ซึ่งสิ่งที่เขาจะทิ้งไว้ข้างหลัง ก็คือผมนั่นเอง   แปลกที่ผมไม่ได้โกรธ หรือเกลียด หรือเสียใจ เลย หลังจากที่ทราบข่าวว่าเขาคบกับผู้หญิง และหายไปจากชีวิตผม ผมกลับรู้สึกดี ที่ผมหมดความรู้สึกทุกอย่างไปได้ด้วยตัวเอง โดยไม่มีความโกรธ ความเกลียดใดๆ เข้ามารบกวนจิตใจอีกเลย หลังจากนั้น ผมก็ตั้งหน้าตั้งตา ทำงานเก็บเงิน และสร้างความฝันของตัวเอง เอาเวลาไปวุ่นวายกับเรืองอนาคตของตัวเอง และยุ่งอยู่กับการสร้างโรงแรมเล็ก ๆ ให้กับตัวเอง (ฝันของผมกับเขาที่จะมีอนาคตร่วมกัน ทำธุรกิจโรงแรมเล็กๆ ด้วยกัน) ทำทุกอย่างให้ตัวเองดีขึ้นกว่าเดิม โดยไม่คิดถึงเขา ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ผมได้ข่าวเขาอีกครั้งหลังจากนั้นประมาณ 4 เดือน ว่าเขาก็เลิกกับผุ้หญิงคนนั้นแล้ว ผมก็ไม่ได้สนใจหรือคิดจะกลับไปคุยกับเขา จนผ่านมาจะครบ 1 ปี ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เขาก็ไม่มาข้องแวะกับผมอีก จนกระทั่งงานก่อสร้างเสร็จ และก็เริ่มเปิดกิจการ เขาก็เริ่มเข้ามาในชีวิตผมอีก เข้ามาคุย ทักทาย และสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเข้มแข็งยิ่งกว่า ก็คือ ตอนที่เขากลับมา เขาโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของผม ผมเอาแต่ใจตัวเอง ผมเป็นคนผิดที่หายไปจากชีวิตเขา ผมเองที่ไม่ติดต่อเขาไป ผมเองที่ไม่ข้องแวะกับเขา ผมรู้สึกหน้าชามาก และก็ดีใจมาก ที่ได้รู้ความจริงหลายๆ อย่างจากปากเขา ความรู้สึกทั้งหมดของผม บอกตัวเองว่าทั้งหมดที่ผ่านมา ที่คบกับมา ที่ใช้เวลาร่วมกันมา มันเป็นแค่เรื่องโกหก เขาเก่งและเล่นละคร ได้เนียนมาก ทำให้ผมรัก ทำให้ผมหลง และก็ทำให้ผมเกลียดเขาได้มากที่สุด ทุกวันนี้ ผมเข้มแข็งมาก ผมมีความสุขกับตัวเองมาก มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง มีความสุขกับการอยู่คนเดียว และมีความสุขกับอนาคตและความฝันกับกิจการเล็ก ๆ ของผมมาก ไม่มีเลยที่ความรู้สึกของผมจะคิดถึงเขาอีก เราต่างคนต่างอยู่ ผมถือว่าผมโชคดีมากที่หมดเคราะห์กรรมกับผู้ชายคนนี้ และเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียว (บางเวลา บางอารมณ์ ผมยังคิดถึงและยังรู้สึกรักเขาอยู่ แม้กระทั่ง ณ เวลาที่เขียนตอนนี้) แต่ผมเลือกที่จะไปต่อด้วยตัวเอง นึกถึงคำพูดของเพื่อนรุ่นพี่คนสนิทคนหนึ่งพูดกับผม สั้น ๆ แต่ทำให้ผมคิดได้ "หนูไม่ได้โง่หรอก แต่หนูเลือกที่จะมีเขาอยู่บนหัว ลงทุกความรัก แต่ความรู้สึกตัวเองติดลบ แบบนี้พี่ไม่เอาหรอก" ฟังแล้วก็อดหัวเราะตัวเองไม่ได้ ที่ผ่านมาไม่เคยคิดได้ คนใกล้ตัวคงคิดว่าผมโง่ หรือมีเขาหลายเขาบนหัวของตัวเอง มองย้อนกลับไป สงสารตัวเองมากๆ

บางคนอาจจะเคยประสบเหตุการณ์แย่ ๆ แบบผม ถ้าคุณยังผ่านมันไปไม่ได้ ณ วันนี้ ผมขอให้คุณเชื่อใจตัวเอง ตั้งใจทำความดี ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มาก แล้วคุณจะรู้ว่า เรื่องแย่ ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณ มันไม่ได้มีผลต่อการไปต่อชีวิตของคุณ อาจจะมีล้มบ้าง เดินกระเผลกบ้าง แต่คุณก็จะเก่งและยืนได้ด้วยตัวเอง เมื่อเวลาผ่านไป เหมือนกับผมในวันนี้  อาจจะใช้เวลานาน หลายปีหน่อย ในการลืมใครซักคนหนึ่ง สำหรับผม 3 ปี ที่ผ่านมา มันคุ้มมาก ทำให้ผมเข้มแข็ง และยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เอาชนะใจตัวเองได้ ผมเชื่อที่หลายๆ คนพูดว่า เวลาจะช่วยรักษาทุกอย่าง และผมก็พิสูจน์แล้ว ว่ามันเป็นเรื่องจริง

ขอบคุณสำหรับ กำลังใจของเพื่อน ๆ ในกระทู้ ที่ผ่านมา อาจจะล่าช้า ที่มาเล่าเรื่องในวันนี้ แต่ผมภูมิใจกับตัวเองมากในวันนี้

ขอบคุณที่รับฟัง และเข้ามาอ่านประสบการณ์ของผมครับ

ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่