...คนไร้รัก กับรักที่ไร้พรมแดน.../วัชรานนท์

กระทู้คำถาม
เขียนเพื่ออธิบายแทนความรู้สึกของหลายๆ คนสู่อีกหลายๆ คนผู้ที่อาจจะยังไม่เข้าใจหรือไม่เคยสัมผัสถึง "ความรัก" อย่างแท้จริง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และภูมิประเทศ   บ่อยครั้ง...ที่ความรักตรงนั้นถูกมองว่าเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ในด้านการเงิน  ชุบตัว  หนูตกถังข้าวสาร ฯลฯ   และอีกจิปาถะที่ถูกยกอ้างและมองโดยคนที่พูดไม่ได้มีส่วนเข้าไปสัมผัสแม้เพียงเสี้ยวอณูของความรู้สึกของพวกเขา

คุณค่าความเป็น "หญิงไทย" ถูกจารีตและประเพณีแบบไทยๆ ตีกรอบเอาไว้อย่างเข้มงวดและยาวนาน    การแต่งงานกับคนต่างเชื้อชาติ ต่างขนบธรรมเนียมและต่างประเพณีมักจะถูกคนอีกกลุ่มหนึ่งหรือแม้กระทั่งญาติ มิตรสหายของตัวเองมองว่าเป็นการลดคุณค่าของหญิงไทย   ทำไปเพื่อเงินตรา  ซ้ำร้ายไปกว่านั้นถูกมองเปรียบว่าไม่ต่างอะไรกับโสเภณีก็มี!   

การแต่งงานเพื่อเงินทองและวิถีชีวิตที่ดีกว่าแม้จะมีอยู่บ้าง    แต่ในด้าน "ความรัก" ก็ไม่ควรจะถูกมองข้าม   ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ทั้งคู่ที่รักกันมาก่อนแล้วค่อยอยู่กินกันหนึ่ง หรือคู่รักที่อยู่กินกันก่อนแล้วความรักเกิดมาทีหลังอีกหนึ่ง     "ความรัก" ไม่มีกฏตายตัวว่าต้องเกิดขึ้นก่อนๆ ที่ชายหญิงจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน     ลูกหลานคนไทยในปัจจุบันนี้มีจำนวนไม่น้อยคือผลผลิตที่เกิดจากประเพณี "คลุมถุงชน"   นั่นก็คือชายหญิงถูกบังคับให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันโดยปราศจากความรักแต่เริ่มแรกแล้วความรักค่อยมาก่อตัวเอาทีหลัง     และถ้าหากประเพณีคลุมถุงชนถูกมองว่าอลุ่มอล่วยหรือยอมรับได้   สังคมไทยก็ควรเปิดใจกว้างยอมรับหรืออย่างน้อยๆ ควรพยายามทำความเข้าใจการอยู่กินกับชาวต่างชาติของคนไทยที่มารักกันเอาในภายหลังได้


ในฐานะที่ จขกท. ได้เข้าไปสัมผัสชีวิตและรับรู้ปัญหาของคนไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติหลายสิบถึงร้อยคู่ (จากการที่จขกท. เคยเป็นเลขาธิการสมาคมคนไทยในเขตใต้ของอังกฤษหลายปีและปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาสมาคมฯ)   อีกด้านหนึ่งของชีวิตพวกเขาที่ต้องการจะสื่อให้สื่อของสังคมไทยบางส่วนได้เข้าใจก็คือ "ความรัก"    เถอะ!… หลายคนจะเหยียดหยามประณามว่าพวกเขาต้องการเป็นหนูตกถังข้าวสาร หรือชุบตัวอย่างไรก็แล้วแต่    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีหัวใจที่ไร้รัก   ผมรู้จักหญิงไทยที่มีฐานะยากจนคนหนึ่ง  เธอโชคดีได้อยู่กินกับลูกชายเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่ขายอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีสาขามากที่สุดในอังกฤษ   วันๆ เธอไม่ต้องทำอะไรเลยมีเงินเดือนใช้เหยียบล้าน  มีเรือยอร์ชส่วนตัว  มีบ้านบนเนื้อที่แพงที่สุดอันดับสี่ของโลก (ในตอนนั้น)  สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจขอเลิกกับสามีเพราะเหตุผลว่าทั้งเธอและเขาต่างไม่ได้มีความรักให้แก่กัน  เธอจากมาโดยไม่ขอมรดกอะไรมากมาย  ขอเงินติดมือไม่กี่ล้านแล้วบริจาคสร้างวัดไทยในต่างประเทศ


โดยทั่วๆ ไป....มุมมองของคนไทยต่อคนไทยด้วยกันที่มีสามีและภรรยาชาวต่างชาติที่มักจะเห็นหรือได้ยินเป็นประจำว่า   ถ้าเป็นหญิงไทยแต่งงานฝรั่งก็มักจะถูกมองว่าต้องการเงินหรือเป็นผู้หญิงประเภทนั้น  ถ้าเป็นชายไทยแต่งงานกับหญิงฝรั่งก็มักจะถูกมองว่าหญิงฝรั่งต้องการลองของไทยหรือไม่ก็ชายไทยหลอกหญิงฝรั่งแต่งงานด้วยเพื่อไปอยู่เมืองนอก  จขกท. เองที่แต่งงานอยู่กินกับภรรยาชาวอังกฤษรวมเวลาที่รู้จักกันมาเกือบจะสามสิบปี   ก็หนีไม่พ้นวังวนคำครหาในลักษณะนี้ประจำ    เมื่อเร็วๆ นี้ จขกท. ก็พึ่งถูกมองว่าเป็นชายไทยหลอกลวงหญิงชาวต่างชาติแล้วขอแต่งงาน  เพื่อชุบตัว….. บางครั้งผมจะเฉยๆ ถ้าไม่รุนแรงจะตอบกลับบ้างแล้วแต่กรณี   ที่ตอบกลับส่วนใหญ่ก็มักจะชี้ให้เข้าได้เห็นคุณค่าของ "ความรัก" เหมือนที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไปนี้มากกว่าที่จะมุ่งโต้แย้งในส่วนอื่น    สำหรับผม.....การที่ได้อธิบายให้ใครสักคนหรือหลายๆ คนได้เข้าใจและเห็นถึงคุณค่าของความรักของคนหนึ่งที่มีต่ออีกคนหนึ่งได้แล้ว  อย่างอื่นก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายเลย   แต่หากยังไม่เข้าใจ....ผมคิดว่าป่วยการที่จะไปอธิบายในส่วนอื่นให้เขาเข้าใจได้ครับ


เรารู้จักกันบนยอดดอยสูงที่ภาคเหนือขณะที่ผมเป็นครูดอยอาสาและเธอเป็นหน่วยอาสามากับคณะหน่วยกาชาด (red cross)    ความรักค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่นั่น  ด้วยความที่มีพี้นฐานด้าน "จิตอาสา" คล้ายๆ กัน  ทำให้เราสนิทสนมกันเร็วในระยะเวลาอาทิตย์หนึ่งที่เธอและคณะของเธออยู่บนดอย  ผมพูดภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่งการสื่อสารจึงไม่ใช่ปัญหา    เราติดต่อกันทางจดหมายหรือไม่ก็โทรศัพท์ทางไกล (เมื่อผมมีโอกาสที่ลงดอยเข้ามาซื้อของในตัวเมือง)    ปีกว่าๆ ผ่านไป…วันหนี่งเธอขอเลิกไม่ใช่เพราะหมดรัก  แต่เพราะเธอกลัวว่าความแตกต่างด้านศาสนา  ภาษา ฯลฯ จะทำให้เราไปกันไม่ได้    เจ็บปวดมากแต่ผมต้องก้มหน้ายอมรับมัน  เราก็จากกันด้วยดี   ผมกลับไปทำหน้าที่ต่อบนดอยและอยู่กับความทรงจำเก่าๆ ตรงนั้น   เรายังติดต่อและเล่าความเป็นไปของกันและกันให้ทราบทางจดหมาย   ผมยินดีกับรักใหม่ของเธอแม้ข่าวนั้นจะกรีดแผลเก่าที่มีอยู่ให้ลึกซ้ำไปอีก   สองปีผ่านไป....เธอเขียนจดหมายมาถามว่ายังรักกันอยู่ไหม?    ผมตอบว่ายังเหมือนเดิม....แล้วเธอก็กลับมาหาผมบอกว่าตลอดมาเธอไม่เคยลืมผมเลย   จากนั้นก็พูดถึงเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน   ผมเพียรเก็บเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปสู่ขอเธอหวังทำตามประเพณีไทย (เป็นผู้ใหญ่สู่ขอให้ตัวเอง)   และที่นั่นผมก็ประจักษ์ว่าเธอรักผมมากแค่ไหน (เพื่อนๆ เธอและน้องสาวบอกว่าเธอพูดถึงผมตลอดเวลาที่เราแยกทางกัน)   พ่อของเธอไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับการแต่งงานของเรา แต่เราก็ยืนยันว่าจะแต่งงานกันต่อหน้าท่าน    นั่นทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อเริ่มเหินห่าง   งานแต่งงานของเรามีเพียงน้องสาวเท่านั้นที่มาร่วมงาน   เราสู้กับอุปสรรคหลายๆ อย่างในช่วงแรกการเริ่มต้นของชีวิตคู่   เช่นต้องเช่าห้องราคาถูกๆ ที่ไม่มีฮีตเตอร์อยู่ (ความหนาวก็ติดลบในฤดูหนาว)   เราสองคนใช้ชีวิตร่วมกันท่ามกลางการไม่ยอมรับของญาติๆ บางส่วน  อะไรต่อมิอะไรจิปาถะที่ต้องเผชิญกว่าจะถึงวันนี้    และตลอดระยะเวลาเกือบสามสิบปีที่คบหาและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมา.....หากความไม่มี "ความรัก" และการ "เสียสละ" คอยหล่อเลี้ยงให้แก่กันและกัน   และมีแค่เพียงการ "หลอกลวง" เพื่อหวังชุบตัวเหมือนบางคนครหา   เราคงไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันมาถึงเท่าทุกวันนี้    คนเรานะ....จะจงเกลียดจงชังคนอื่นขนาดไหน.....จะด่าคนอื่นว่าดิ้นรนเพื่อแต่งงานกับชาวต่างชาติเพื่อหวังยกฐานะของตัวเองอย่างไร   นั่นเป็นนิสัยที่แก้ยากหรือสันดานก็พอจะเข้าใจอยู่        แต่อย่ามองข้าม "ความรัก" ที่เขาและเธอมีให้กันและกันเลยครับ   เพราะเหมือนว่าคุณกำลังจะบอกคนทั้งโลกว่าตัวคุณกำลังโดดเดี่ยว  ไม่เคยเห็นคุณค่าของความรัก หรือเป็นคนที่อาภัพรักที่น่าสงสาร

โปสการ์ดสั้นๆ ที่ภรรยาผมเขียนถึงก่อนที่พวกเราจะแต่งงานกัน   



My dearest Yo
I am writing to say " Thank you!" - for everything you have given me, most of all happiness.  We Climb a step up our mountain everyday, and with you constantly in my heart and mind you give me the strength to continue the climb to the top.  One day we' ll be there.!
I can't wait until we marry in December, after which we'll be together forever.  You give me courage, and I am proud of you and the way you cope with such calmness to the change your life bring.  Thank you for the special and wonderful time we had in England.  You helped me open my eyes to parts of the country unknown to me and to inner most feelings so deep in our relationship.  You are part of me, we are parts of each other.  You won't lose me again.  From now on our life is together forever.  I love you so much.  Julie. xx

คำแปลในสปอยสำหรับคนที่ไม่เข้าใจ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

สุดท้าย  ขออนุญาตนำคำขึ้นต้นของกระทู้นี้มาลงท้ายตรงนี้อีกครั้งว่า :-
เขียนเพื่ออธิบายแทนความรู้สึกของหลายๆ คนสู่อีกหลายๆ คนผู้ที่อาจจะยังไม่เข้าใจหรือเคยสัมผัสถึง "ความรัก" อย่างแท้จริง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และภูมิประเทศ   บ่อยครั้ง...ที่ความรักตรงนั้นถูกมองว่าเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ในด้านการเงิน  ชุบตัว  หนูตกถังข้าวสาร ฯลฯ  และอีกจิปาถะที่ถูกยกอ้างและมองโดยคนที่พูดไม่ได้มีส่วนเข้าไปสัมผัสแม้เพียงเสี้ยวอณูของความรู้สึกของพวกเขา

ปล.  ขออนุญาตแท็กห้องการเมืองนะครับเพราะคำครหาที่ผมโดนมาจากตรงนั้น  จะลบแท็กออกไปก็ให้เป็นดุลยพินิจของทีมงานพันทิป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่