สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
เราเห็นด้วยกับความคิดของผู้ตอบค่ะ
จริง ๆ เชื่อแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว หลังจากดูรายการทอร์คโชว์นึง
ที่คุณไตรภพเป็นพิธีกร แล้วเชิญดร.คนนึงมาสัมภาษณ์ เค้าตอบแบบนี้เลย
และตอบในฐานะพ่อด้วย (คือถ้าเป็นลูกมาตอบ คนก็จะบอกว่าก็ใช่ไง แกเป็นลูกนี่
เลยคิดแบบเข้าข้างตัวเอง) ตอนนั้นเราคือเหมือนได้เปิดโลกเลย
ความคิดของเราคือ การที่ใครจะดีต่อกันและดูแลกัน มันต้องเกิดจากความสมัครใจ และมาจากทั้งสองฝ่าย
ที่เป็นฝ่ายให้และรับ
มันจะต่างกันนิดนึง ตรงกรณีพ่อแม่ ในฐานะที่คุณเป็นคนสมัครใจเลือกที่จะมีลูก ก็เป็นหน้าที่ ๆ ต้องดูแลลูกตามสมควร
การดูแลตามสมควร คือต้องอยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ทุ่มให้จนหมดตัว แล้วรอให้เค้ามาเลี้ยงคุณตอนคุณแก่และหมดตัว
หรือไม่รับผิดชอบอะไรเลย มีเพราะอยากมี แล้วก็เรียกร้องทวงบุญคุณ
จริง ๆ เชื่อแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว หลังจากดูรายการทอร์คโชว์นึง
ที่คุณไตรภพเป็นพิธีกร แล้วเชิญดร.คนนึงมาสัมภาษณ์ เค้าตอบแบบนี้เลย
และตอบในฐานะพ่อด้วย (คือถ้าเป็นลูกมาตอบ คนก็จะบอกว่าก็ใช่ไง แกเป็นลูกนี่
เลยคิดแบบเข้าข้างตัวเอง) ตอนนั้นเราคือเหมือนได้เปิดโลกเลย
ความคิดของเราคือ การที่ใครจะดีต่อกันและดูแลกัน มันต้องเกิดจากความสมัครใจ และมาจากทั้งสองฝ่าย
ที่เป็นฝ่ายให้และรับ
มันจะต่างกันนิดนึง ตรงกรณีพ่อแม่ ในฐานะที่คุณเป็นคนสมัครใจเลือกที่จะมีลูก ก็เป็นหน้าที่ ๆ ต้องดูแลลูกตามสมควร
การดูแลตามสมควร คือต้องอยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ทุ่มให้จนหมดตัว แล้วรอให้เค้ามาเลี้ยงคุณตอนคุณแก่และหมดตัว
หรือไม่รับผิดชอบอะไรเลย มีเพราะอยากมี แล้วก็เรียกร้องทวงบุญคุณ
สมาชิกหมายเลข 7818867 ถูกใจ, แก้มอ้น ถูกใจ, KidsKattZz ถูกใจ, NaMeMo ถูกใจ, Spirited A's way ถูกใจ, QueenOfYourworld ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4247618 ถูกใจ, ตะเกียงน่ารัก ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3157770 ถูกใจ, Pimdeed ถูกใจรวมถึงอีก 18 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 22
พวกที่บอกว่าต้องปากกัดตีนถีบเลี้ยงลูก ต้องอดนู่นนี่เพื่อให้ลูกได้เรียนหนังสือ มีเงินใช้ก็ไม่ควรจะมีลูกตอนไม่พร้อมนะ ควรจะคุมกำเนิด
สมาชิกหมายเลข 7818867 ถูกใจ, แก้มอ้น ถูกใจ, NaMeMo ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4247618 ถูกใจ, reJoyce ถูกใจ
ความคิดเห็นที่ 5
ผมมองว่าอันนี้มันเป็นมุมมองของแต่ละคน ยิ่งโดยเฉพาะไปถามกับนักปรัชญาด้วยแล้วแนวคิดก็จะแตกต่างจากคนทั่วๆไปด้วย อย่างไรเสียปรัชญามันก็เป็นการแสวงหาคำอธิบายให้กับคำถามที่เป็นพื้นฐานของชีวิต ซึ่งคำอธิบายกับความเข้าใจของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปและไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้องสำหรับทุกคน
สมาชิกหมายเลข 3823059 ถูกใจ, มิตรภาพกับความกล้าหาญ ถูกใจ, Spirited A's way ถูกใจ, ก๊อตซิลล่าเก็บเห็ด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4247618 ถูกใจ, เย็นวันจันทร์ ถูกใจ, Would you be able to ? ถูกใจ, Lovely Creature ถูกใจ, katsudon ถูกใจ, ปรายภพ ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 1
คำถาม : มีคนรู้จักเพิ่งไปเยี่ยมคุณแม่ในวันเกิดครบรอบ 70 ปี ซึ่งมันตรงกับวันทำงาน เขาก็เลยแวะไปหาตอนเย็นพร้อมกับช่อดอกไม้ คุณแม่ก็พูดต่อหน้าแขกเหรื่อว่า เขาเป็นลูกที่แย่ ดูเหมือนว่าคุณแม่เขาจะคาดหวังว่าควรจะได้ของขวัญชิ้นใหญ่กว่านี้จากลูกชาย
( ธรรมเนียมที่เยอรมัน ถ้าเป็น runder Geburtstag เช่น 40,50,60,70....จะถือว่าเป็นวันเกิดที่ "พิเศษ"
กว่าวันเกิดอื่น )
คำตอบ : เพียงแต่เขาเกิดมาเป็นลูกชายของเธอนั้น ไม่ได้ทำให้เขาต้องเป็นหนี้บุญคุณเธอหรอก ไม่แม้แต่จะต้องขอบคุณด้วยซ้ำ แต่มันจะเป็นหน้าที่ที่ควรจะทำ ถ้าต้องการให้ความสัมพันธ์นั้นเติบโตแข็งแรง หรือ ถ้าได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ เช่น ถ้าลูกชายรับปากกับแม่ว่า จะให้เวลากับแม่ในวันนั้น
คำถาม : เดี๋ยวก่อนนะ ลูกชายไม่จำเป็นต้องกตัญญูรู้คุณอะไรต่อแม่เลยหรือ
คำตอบ : มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องเป็นโดยตัวของมันเอง เพราะไม่อย่างนั้น เด็กๆก็จะต้องรู้สึกเป็นบุญคุณที่ทำให้เขาเกิดมา ทั้งๆที่พวกเขาไม่ได้ร้องขอ หรือถ้าจะหมายถึง พวกเขาจะต้องสำนึกในบุญคุณที่พ่อแม่ได้เลี้ยงดูมา แล้วเด็กที่ถูกทำร้าย หรือ ล่วงละเมิด ล่ะ พวกเขาจะต้องสำนึกบุญคุณที่เลี้ยงพวกเขามาด้วยไหม ถ้าใช่ มันก็ช่างโหดร้ายต่อเด็ก เด็กที่สำนึกในบุญคุณนั้น พวกเขาจะมองย้อนไปในวัยเด็กด้วยความสุขใจ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นอย่างนี้
( ธรรมเนียมที่เยอรมัน ถ้าเป็น runder Geburtstag เช่น 40,50,60,70....จะถือว่าเป็นวันเกิดที่ "พิเศษ"
กว่าวันเกิดอื่น )
คำตอบ : เพียงแต่เขาเกิดมาเป็นลูกชายของเธอนั้น ไม่ได้ทำให้เขาต้องเป็นหนี้บุญคุณเธอหรอก ไม่แม้แต่จะต้องขอบคุณด้วยซ้ำ แต่มันจะเป็นหน้าที่ที่ควรจะทำ ถ้าต้องการให้ความสัมพันธ์นั้นเติบโตแข็งแรง หรือ ถ้าได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ เช่น ถ้าลูกชายรับปากกับแม่ว่า จะให้เวลากับแม่ในวันนั้น
คำถาม : เดี๋ยวก่อนนะ ลูกชายไม่จำเป็นต้องกตัญญูรู้คุณอะไรต่อแม่เลยหรือ
คำตอบ : มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องเป็นโดยตัวของมันเอง เพราะไม่อย่างนั้น เด็กๆก็จะต้องรู้สึกเป็นบุญคุณที่ทำให้เขาเกิดมา ทั้งๆที่พวกเขาไม่ได้ร้องขอ หรือถ้าจะหมายถึง พวกเขาจะต้องสำนึกในบุญคุณที่พ่อแม่ได้เลี้ยงดูมา แล้วเด็กที่ถูกทำร้าย หรือ ล่วงละเมิด ล่ะ พวกเขาจะต้องสำนึกบุญคุณที่เลี้ยงพวกเขามาด้วยไหม ถ้าใช่ มันก็ช่างโหดร้ายต่อเด็ก เด็กที่สำนึกในบุญคุณนั้น พวกเขาจะมองย้อนไปในวัยเด็กด้วยความสุขใจ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นอย่างนี้
สมาชิกหมายเลข 7818867 ถูกใจ, แก้มอ้น ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 703868 ถูกใจ, NaMeMo ถูกใจ, Spirited A's way ถูกใจ, Pimdeed ถูกใจ, KaiChon ถูกใจ, Just เฉยๆ ถูกใจ, TPhetB ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3767332 ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คิดอย่างไร กับ บทสัมภาษณ์นักปรัชญาชาวสวิส " ลูกไม่เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่ "
หัวข้อ "Kinder schulden ihren Eltern gar nichts"
ข้อมูลนักปรัชญาหญิงท่านนี้ : จบการศึกษาปริญญาเอก โดยขณะทำปริญญาเอกนั้นได้ศึกษา เรื่อง ภาวะความยากจนในโลกและความรับผิดชอบส่วนบุคคล
เป็นอาจารย์จากศูนย์จริยธรรม มหาวิทยาลัย ซูริค และสอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มหาวิทยาลัยเมือง Bern
นอกจากนี้ยังเป็นพิธีกร และ เขียนบทความในนิตยสาร ปรัชญา
ผู้สัมภาษณ์ได้ตั้งคำถามเกริ่นนำว่า
- ลูกๆควรจะโทรหาพ่อแม่บ่อยแค่ไหน
- ต้องรับผิดชอบจ่ายค่าดูแลในยามชราให้ไหม ( ที่เยอรมันจะมีกฏหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ แต่ขอข้ามไปก่อน )
ซึ่งนักปรัชญาท่านนี้ได้ให้คำตอบว่า ลูกไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใดๆต่อพ่อแม่ และได้อธิบายว่า จะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์นี้ประสบความสำเร็จ