
นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2560) กรมการขนส่งทางบก สามารถจัดเก็บภาษีรถประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ผ่านช่องทางต่างๆ เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร(กทม.)ได้ทั้งสิ้น 1,890,650,128.32 บาท
โดยช่องทางที่ประชาชนนิยมเลือกใช้บริการมากที่สุด คือ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 จำนวน 996,071 ราย สามารถจัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 1,417,418,151.84 บาท รองลงมาเป็นการใช้บริการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทาง“เลื่อนล้อ ต่อภาษี (Drive Thru for Tax)” จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 227,075,175.51 บาท และการใช้บริการรับชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีในวันเสาร์-อาทิตย์ทั้ง 14 สาขา จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 149,578,203.72 บาท ส่วนการชำระภาษีรถผ่านอินเตอร์เนตที่เว็บไซต์
https://eservice.dlt.go.th จำนวน 35,339 ราย จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 49,489,207.98 บาท และที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคมเชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 23,330,982.84 บาท
มีรายงานแจ้งว่า สำหรับการจัดเก็บภาษีในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 (เดือนตุลาคม -ธันวาคม 2560) อยู่ที่ 1,890,650,128.32 บาท ถือว่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีงบประมาณ 2560 สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 1,726,925,048.72 ล้านบาท ขณะที่แหล่งข่าวจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่า ปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องคือการที่ ยอดรถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนมกราคม2561 ขยายตัว
เพิ่มขึ้นทุกภาค
http://www.naewna.com/business/324573
คลังบอกว่า เศรษฐกิจขยายตัวดีดูได้จากยอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนใหม่ขยานตัวเพิ่มขึ้นทุกภาค
แสดงว่าเศรษฐกิจดีขึ้นชัดเจนแล้วนะคะ
บางคนอาจไม่รู้ตัวว่าเศรษฐกิจดีขึ้น มัวหลงบ่นรัฐบาล แต่เพื่อนเขารวยไปแล้วทิ้งตัวเองไว้ข้างหลัง
รีบคิด รีบทำ รีบเปลี่ยนแปลงเสียนะคะ ก่อนจะไม่ทันคนอื่น
🚗🚕~มาลาริน~รวยจนวัดกันด้วยรถยนต์ค่ะ...ศก.ฟื้นคนแห่ถอยป้ายแดง ‘ขนส่ง’เก็บภาษีรถไตรมาสแรก1.8 พันล้าน
นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2560) กรมการขนส่งทางบก สามารถจัดเก็บภาษีรถประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ผ่านช่องทางต่างๆ เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร(กทม.)ได้ทั้งสิ้น 1,890,650,128.32 บาท
โดยช่องทางที่ประชาชนนิยมเลือกใช้บริการมากที่สุด คือ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 จำนวน 996,071 ราย สามารถจัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 1,417,418,151.84 บาท รองลงมาเป็นการใช้บริการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทาง“เลื่อนล้อ ต่อภาษี (Drive Thru for Tax)” จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 227,075,175.51 บาท และการใช้บริการรับชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีในวันเสาร์-อาทิตย์ทั้ง 14 สาขา จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 149,578,203.72 บาท ส่วนการชำระภาษีรถผ่านอินเตอร์เนตที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th จำนวน 35,339 ราย จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 49,489,207.98 บาท และที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคมเชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 23,330,982.84 บาท
มีรายงานแจ้งว่า สำหรับการจัดเก็บภาษีในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 (เดือนตุลาคม -ธันวาคม 2560) อยู่ที่ 1,890,650,128.32 บาท ถือว่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีงบประมาณ 2560 สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 1,726,925,048.72 ล้านบาท ขณะที่แหล่งข่าวจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่า ปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องคือการที่ ยอดรถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนมกราคม2561 ขยายตัว
เพิ่มขึ้นทุกภาค
http://www.naewna.com/business/324573
คลังบอกว่า เศรษฐกิจขยายตัวดีดูได้จากยอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนใหม่ขยานตัวเพิ่มขึ้นทุกภาค
แสดงว่าเศรษฐกิจดีขึ้นชัดเจนแล้วนะคะ
บางคนอาจไม่รู้ตัวว่าเศรษฐกิจดีขึ้น มัวหลงบ่นรัฐบาล แต่เพื่อนเขารวยไปแล้วทิ้งตัวเองไว้ข้างหลัง
รีบคิด รีบทำ รีบเปลี่ยนแปลงเสียนะคะ ก่อนจะไม่ทันคนอื่น