❤ HORMONAL ACNE : สิวฮอร์โมนคืออะไร และจะจัดการยังไง ! ❤

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน วันนี้แก้วกลับมาตั้งกระทู้อีกเรื่องค่ะ วันนี้จะเป็นเรื่องที่ถูกถามถึงกันบ่อยๆ และเชื่อว่าเป็นปัญหาโลกแตกของใครอีกหลายๆคน -- รวมถึงแก้วด้วยเช่นเดียวกัน T^T

สิวฮอร์โมนนั่นเองค่าาา !!!

แน่นอนว่ามันเป็นหนึ่งในสิวที่หายยาก เจ็บมาก แล้วก็กลับมาเป็นซ้ำบ่อยมากๆด้วย[บางคนอาจจะเป็นแทบทุกเดือนเลยก็ว่าได้ แต่ที่แย่ที่สุดก็คือถูกคนรอบข้างทัก (ไม่ได้ล้อเล่นนา มันรู้สึกแย่ขึ้นกว่าเดิมจริงๆ เวลาถูกทักบ่อยๆ)

ปัญหาถัดมาก็คือ เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นสิวฮอร์โมน และเราจะจัดการมันได้ยังไง?

ก็เลยเป็นที่มาของกระทู้นี้ ที่แก้วอยากจะแชร์ข้อมูลที่เคยรักษาตัวเองมาให้กับเพื่อนๆค่ะ ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ ไม่พึ่งสเตียรอยด์ค่ะ และพยายามที่จะเขียนเรียบเรียงให้เข้าใจง่ายที่สุดมาแชร์ค่ะ

ขอออกตัวก่อนเลยค่ะ แก้วไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แต่แก้วชอบศึกษาด้านนี้ รวมไปถึงวิธีการดูแลผิวแบบธรรมชาติ ปรับไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่พึ่งยาหรือสกินแคร์เท่านั้น

ซึ่งแก้วพบว่าแก้วทำแล้วมันช่วยได้จริงๆค่ะ หากผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยค้า


ขอเกริ่นก่อนเลยค่ะว่าแก้วมีปัญหาสิวฮอร์โมนบุกหน้า  --  มันเป็นสิวฮอร์โมนแน่ๆ ไม่ผิดแน่ค่ะ!

ซึ่งมันไม่ได้บุกมาตอนแก้วเป็นวัยรุ่นเอ๊าะๆหรอกค่ะ แต่มันบุกมาตอนที่อายุ 24-25 ซึ่งทำให้แก้วเสียใจมาก ไม่อยากหน้าเป็นนสิวเลยยยย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว T_T

สิวจะชอบมาที่คาง แข็งๆ ไม่มีหัว (เหมือนอยู่ใต้ผิว) และอักเสบมาก หายยากมาก นอนน้อยนิดหน่อย เครียดนิดนึง ก็มาแล้ว!

ตอนแรกเลย แก้วขอสารภาพว่าแก้วไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นสิวฮอร์โมน เพราะเคยเข้าใจว่าสิวฮอร์โมนมันต้องมาเด่นๆช่วงเราวัยรุ่น

แต่นั่นไม่จริงค่ะ ใครคิดแบบที่แก้วเคยคิดอยู่ คิดใหม่ด่วน

จากการหาข้อมูลแล้ว คนเราสามารถเป็นสิวในช่วง 24-25 ขึ้นไปได้ เพราะฮอร์โมนจะมาพุ่งสูงในช่วงอายุนั้นค่ะ

และทุกวันนี้ แก้วเองก็ยังไม่ได้มีผิวสวยเพอร์เฟกอย่างมิแรนด้า เคอรร์ หรือนางแบบท่านใด หนทางผิวสวยใสไร้ที่ติของแก้วนั้นยังอีกยาวไกลค่ะ  แต่แก้วพบว่าวิธีรักษาแนวธรรมชาติ ปรับไลฟ์สไตล์ที่ทำอยู่นั้น มันช่วยให้ผิวหน้าแก้วดีขึ้นมากจริงๆ กู้วิกฤตนาทีหน้าพังมาแล้ว เพราะมันเป็นการรักษาที่ “ต้นเหตุ” โดยตรง

แก้วก็เลยอยากจะเอามาแชร์จริงๆค่ะ อยากให้ทุกคนรู้ว่าปัญหาหลักของสิว จริงๆแล้วมัน “ซับซ้อน” และ “ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมัน” จริงๆ
เพราะงั้นข้อมูลก็เลยอาจจะเยอะนิดนึงค่ะ

มาดูกันเลยดีกว่า ว่าสิวฮอร์โมนคืออะไร

พูดสั้นๆง่ายๆ  สิวฮอร์โมนจะเป็นสิวแข็งๆ ไม่มีหัว ชอบหลบอยู่ใต้ผิว และทำให้นูนแดงเด่นขึ้นมาแบบน่ากลัวมาก เจ็บมาก และหายยากมาก ชอบโผล่มาบริเวณช่วงคางเป็นหลัก

ยิ่งถ้านอนน้อย เครียดๆ กินอาหารไม่ครบไม่ดี ท้องผูก หรือใกล้มีประจำเดือน สิวฮอร์โมนที่ว่าจะมาเร็วมาก บางเดือนถึงขั้นถล่มคางจนพรุนก็มี

ถ้าใครมีอาการตามนี้ สันนิษฐานได้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับสิวฮอร์โมนค่ะ
    


เริ่มต้นจากทุกคนต้องรู้ก่อนว่าไม่ใช่ทุกสิวจะเหมือนกัน สิวแต่ละประเภทมีที่มาต่างกัน

และปัญหาของสิวฮอร์โมนก็คือ มันเริ่มต้นมาจากการที่เรามีฮอร์โมนไม่สมดุลกัน และมันสำคัญมากที่เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า “ทำไม” ฮอร์โมนของเราถึงไม่สมดุล

โดยปกติแล้ว ฮอร์โมนจะมีด้วยกันหลักๆคือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่ทำหน้าที่ให้กลไกการตกไข่ ฝังตัวมดลูก และประจำเดือนของผู้หญิงเป็นไปตามธรรมชาติ และมันจะดีที่สุด ถ้าฮอร์โมนที่ว่าอยู่ในปริมาณสมดุลกัน ไม่มีตัวไหนมากเกินไป หรือน้อยเกินไป

แต่ถ้าเมื่อไหร่มันแจ็คพอตไม่สมดุลขึ้นมา นั่นอาจจะเป็นเพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ของเราสูงเกินไป หรือไม่ก็ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ของเราต่ำเกินไปค่ะ


ว่ากันง่ายๆเลย การที่เอสโตรเจนของเราสูงนี่เอง จะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบเกิดขึ้นในร่างกายของเราได้ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นสิวกันก่อนประจำเดือนจะมาประมาณ 1-2 สัปดาห์

ซึ่งจะเกิดเป็นคำถามถัดมาว่า ทำไมเอสโตรเจนของเราถึงไม่สมดุล?

สาเหตุหลักมาจากการที่ตับของเรามีปัญหาอะไรสักอย่างค่ะ เพราะเนื่องจากเอสโตรเจนจะถูกกำจัดผ่านตับเป็นหลัก ถ้าตับไม่ดี กระบวนการกำจัดเอสโตรเจนก็จะลดลงไปด้วย เอสโตเจนก็เลยสะสมในร่างกายเราเยอะค่ะ

ซึ่งอันนี้ต้องเชคตัวเองโดยด่วนว่าเรามีทำอะไรไม่ดีกับตับตัวเองรึเปล่า? มีอาการอะไรใบ้ออกมาบ้างมั้ย ไล่ไปเลยค่ะตั้งแต่ --
-ปวดหัว / ไมเกรนขึ้น
-ท้องผูก
-ผิวแพ้ ผิวอักเสบง่าย
-สิวถล่มคางเป็นหลัก

นี่อาจจะเป็นอาการบอกว่าตับของเรากำจัดสารพิษและสิ่งต่างๆในร่างกายไม่ดีพอ ทำให้สารพิษ หรือฮอร์โมนเอสโตรเจนยังตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบ แล้วเมื่ออักเสบ ผิวเราก็จะเกิดเป็นสิวขึ้นตามมาค่ะ


ต้องเข้าใจกันก่อน ว่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนนั้น หลักๆจะถูกสร้างมาจากรังไข่ของผู้หญิงเรา ในส่วนที่เป็นเซลล์ในฟองไข่อีกที ซึ่งเซลล์นั้นมีชื่อเรียกว่า คอร์ปัสลูเทียม (Corpus luteum)

โดยปกติ  ไข่เราตก หลุดจากฟองไข่ไปแล้ว เซลล์ในฟองไข่ที่ชื่อคอร์ปัสลูเทียมนี่เอง จะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนออกมาเยอะ เพื่อให้ผนังมดลูกเราหนาตัวขึ้น พร้อมรับการฝังตัวจากไข่ที่ได้รับการฟีจเจอร์ริ่งกับอสุจิแล้ว (เพื่อให้ไปเป็นเบบี๋ของเราต่อไปภายภาคหน้า)  แต่ถ้าไข่ที่ตกลงมาไม่ได้รับการฟีจเจอร์ริ่งใดๆกับใคร ก็เท่ากับว่าไม่มีอะไรจะไปฝังตัวกับผนังมดลูก ก็เท่ากับว่าคอร์ปัสลูเทียมก็หมดหน้าที่ในการสั่งให้ผนังมดลูกหนาตัว มันก็จะเฟดตัวหายไปเอง จะค่อยๆเสื่อมหายไปเองค่ะ

ฟังดูมึนๆ และน่าถามอยู่ดีว่า “เรื่องไข่ๆ กับมดลูกนี่ มันเกี่ยวอะไรกับสิวชั้นล่ะ!”

ง่าาา ใจเย็นๆค่ะ แก้วสัญญาว่ามันเกี่ยวกัน แต่แก้วแค่อยากให้เพื่อนๆรู้จักโปสเจสเตอโรนก่อนค่ะ

เรื่องของเรื่องก็คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ทำหน้าที่อีรุงตุงนังกับผนังมดลูกเรานี่ มีบทบาทในการยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อ DHT( dihydrotestosterone) ด้วยค่ะ  

“อ่าว แล้ว DHT มันคือไรอ่ะ”
ค่ะ แก้วรู้ว่าทุกคนคิดแบบนี้อยู่ใช่มั้ยคะ

พูดง่ายๆ DHT คือฮอร์โมนเพศชาย (ที่มีอยู่ในตัวผู้หญิงด้วยนะคะ ไม่ใช่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น) จะทำให้หน้ามัน เป็นสิว (และอาจจะขนดกได้ด้วย)

ดังนั้น เมื่อไม่มีใครอย่างโปรเจสเตอโรนไปช่วยยับยั้ง DHT ก็เลยออกอาละวาดแผลงฤทธิ์ได้มากขึ้น สิวฮอร์โมนเราก็เลยระเบิดออกมาค่ะ

ดังนั้นแล้ว ฮอร์โมนที่มีบทบาทหลักๆกับเรื่องไข่ๆและผนังมดลูกของเราอย่างโปรเจสเตอโรนนั้น หากมีน้อยเกินไป ก็จะทำให้เกิดเป็นสิวได้อย่างที่อธิบายมาค่ะ

ซึ่งคนที่มีแนวโน้มว่าจะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนน้อย ทำให้ไม่สมดุลนั้น อาจจะเป็นได้ตามนี้ค่ะ --

-เครียด!
-ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเวอร์ ทำให้ร่างกายเกิดการยับยั้งกระบวนการตกไข่ ทำให้ไม่มีไข่ตก ทำให้ไม่มีคอร์ปัสลูเทียมมาสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (งงมั้ยคะ 555)

ใครมีอาการตามนี้ ที่เข้าข่ายเครียด หรือฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง (สืบเนื่องจากเหตุผลที่กล่าวมาตอนแรกไม่ว่าจะท้องผูก ตับมีปัญหา เป็นต้น) อาจจะกำลัมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนน้อยอยู่ค่ะ


นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว สิวฮอร์โมนของเราสามารถแปรปรวนได้จากปัจจัยอื่นอีกค่ะ หลักๆเลยก็คือ “ความไม่สมดุลของกรดไขมัน Omega-3และ Omega-6”

มันคืออะไร???

โอเคค่ะ มาดูกันว่ามันคืออะไร

จริงๆถ้าจะให้แก้วเขียนอธิบายเต็มสตรีม ก็กลัวว่ากระทู้จะยาวเกินไป แก้วก็เลยขอสรุปสั้นๆตามนี้ค่ะ

โดยปกติ ร่างกายของเราจะต้องการกรดไขมันจำเป็น 2 ชนิด คือ Omega-3 และ Omega-6 เพราะร่างกายของเราสร้างไม่ได้ เราก็เลยจำเป็นต้องกินอาหารต่างๆที่มีเจ้ากรดไขมันสองตัวนี้เข้าไปแทน

แต่ปัญหาก็คือ สมดุลที่เหมาะสมของ Omega-3 และ Omega-6 ก็คือ 1:2  และถ้าเรากินกรดไขมันสองตัวนี้เข้าไปในระดับที่ไม่สมดุลกัน ปัญหาสิวฮอร์โมนจะแรงขึ้น เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ

สาเหตุหลักๆ ส่วนใหญ่แล้วนั้น เป็นเพราะเรากินอาหารที่มี omega-6 เยอะเกินไปค่ะ สมดุลของ Omega-3 และ Omega-6 ก็เลยเสีย  

เพราะ Omega-6 ที่เยอะเกินไป จะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบกว่าเดิมได้ และทำให้เกราะป้องกันผิวไม่แข็งแรง ยิ่งทำให้สิวฮอร์โมนที่อักเสบอยู่แล้ว เลวร้ายกว่าเดิมค่ะ

แต่ที่เซ็งสุดๆก็คือ โอกาสที่เราจะมี Omega-6 ในตัวเยอะเกินสมดุลนั้น เกิดขึ้นได้ง่ายมากกก เพราะ Omega-6 นั้น จะอยู่ในอาหารที่เรากินในแต่ละวันเป็นซะส่วนใหญ่ค่ะ เช่น น้ำมันพืช ถั่ว ขนมเบเกอรี่ อาหารฟาสต์ฟูด

ดังนั้น คนที่มีแนวโน้มว่าทำตัวให้มี Omega-6 เยอะเกินกว่าเหตุ ก็ออกจะชัดเจนว่าอาจจะเป็นกลุ่มคนที่ชอบมือลั่นไปหยิบอะไรมากินบ่อยๆ เช่น --
กินขนมเก่ง โดยเฉพาะขนมอบกรอบ ขนมขบเคี้ยว ขนมเบเกอรี่ต่างๆ  ฮ่าาา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่