😊👍~มาลาริน~โอ้โห..แค่เดือนแรกของปีก็พุ่งทะยานสูงปรี๊ด...ส่งออกเดือนม.ค.61 ขยายตัวสูงสุดรอบ 5 ปีที่ 17.6%



ส่งออกเดือนม.ค.61 ขยายตัวสูงสุดรอบ 5 ปีที่ 17.6% สินค้าขยายตัวดีทุกตลาดคาดไตรมาสแรกโต 8% ทั้งปีตามเป้า


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2561 ว่า ขยายตัวสูงสุดในรอบ 62 เดือน หรือ 5 ปี ที่ 17.6% หรือคิดเป็นมูลค่า 20,101 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการส่งออกขยายตัวได้ดีในทุกตลาดสำคัญ โดยเฉพาะตลาดเอเชียใต้ ญี่ปุ่น และตลาด CLMV มีการขยายตัวในระดับสูง สำหรับการส่งออกรายสินค้ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ขยายตัว 16.2% โดยสินค้าส่งออกที่ขยายตัวดี ได้แก่ ข้าว ขยายตัว 37.2% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 42.3% น้ำตาลทราย กลับมาขยายตัวที่ 42.2% ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ขยายตัว 18.4 % อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 20.4 % แต่สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ยางพารา หดตัว 20.7% โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยทางด้านราคา และผลไม้กระป๋องและแปรรูป หดตัว 7.3%

สำหรับกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 ที่ร้อยละ 17.2% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 18.2% เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 21.5% เครื่องยนต์และส่วนประกอบ ขยายตัว 87.9 % เคมีภัณฑ์ ขยายตัว 40.5% สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ทองคำ ยังคงหดตัว 21.3 %

ทั้งนี้แนวโน้มการส่งออกไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นคาดว่าจะขยายตัวที่ 8% โดยสินค้าสำคัญที่คาดว่าจะมีการส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ

ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญก็ขยายตัวทุกตลาด โดยการส่งออกไปยังตลาดหลักขยายตัว 15.1% ตามการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยการส่งออกไป สหรัฐฯ ขยายตัว 11.3% ญี่ปุ่น 26.3 % และสหภาพยุโรป 8.9 % ขณะที่การส่งออกไปตลาดศักยภาพสูงยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ 15.1% โดยมีสาเหตุสำคัญจากการขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องของจีน 11.6% CLMV ขยายตัว 18.4 % และเอเชียใต้ขยายตัว 26.1% และการส่งออกอาเซียน ขยายตัว 14.3% ด้านตลาดศักยภาพระดับรองฟื้นตัวในเกณฑ์สูงที่ 18.9% เนื่องจากการส่งออกไปทวีปออสเตรเลียขยายตัว 18.7 % ตะวันออกกลาง 11.0 % แอฟริกา 37.0 % และกลุ่มประเทศ CIS 72.0 %

“แม้ว่าหลายฝ่ายจะวิตกว่าปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะกระทบต่อการส่งออกแต่กลับพบว่าในเดือนแรกของปีการส่งออกของไทยยังเป็นบวก แสดงว่าค่าเงินบาทไม่ได้มีผลด้านลบต่อต่อการส่งออกไทย และค่าเงินบาทที่แข็งค่านั้นมาจากการที่สหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าส่งผลให้ประเทศอื่นในภูมิภาคแข็งค่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับไทย จึงมั่นใจว่าในปีนี้การส่งออกจะขยายตัวได้ 8% ตามเป้าหมาย ภายใต้สมมติฐานค่าเงินบาทเฉลี่ย 32--34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 55-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรลล์ โดยจะสามารถผลักดันให้ มีมูลค่าการส่งออกได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 21,412 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะเน้นการพัฒนาเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าใหม่ๆ รวมถึงสินค้าบริการ ตลอดจนผลักดัน เอสเอ็มอีให้มีการส่งออกมากขึ้น” นายสนธิรัตน์ กล่าว

ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่ากว่า 20,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 24.3% จากการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง รวมถึงสินค้าทุน และวัตถุดิบ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี ในช่วงภาวะเงินบาทแข็งค่าเป็นการใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นของผู้ประกอบการ ทำให้ดุลการค้า เดือนม.ค.ขาดดุล 119.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

http://www.thansettakij.com/content/261498

ส่งออกปี 59 โต 0.45%สูงสุดรอบ 4 ปี


กระทรวงพาณิชย์เผยตัวเลขส่งออก ปี 59 ขยายตัวร้อยละ 0.45 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี และคาดปีนี้จะขยายตัวได้ดี แต่ก็ต้องจับตานโยบายการกีดกันการค้าของทรัมป์ ที่จะส่งผลต่อการค้าโลก และการส่งออกของไทย

โดยตัวเลขการส่งออกของไทย ปี 2559 ที่กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยออกมาในวันนี้ มีมูลค่าทั้งสิ้น 2.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 0.45 สูงที่สุดในรอบ 4 ปี และสูงเป็นอันดับที่ 8 ของโลก จาก 30 ประเทศแรกที่มีสัดส่วนส่งออก สูงสุดอันดับ 4 ของเอเชีย และอันดับ 2 ของอาเซียน ซึ่งดีกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่หดตัวร้อยละ 3.1 โดยสินค้าสำคัญที่ช่วยให้การส่งออกไทยขยายตัว ได้แก่ ทองคำ ยานยนต์และส่วนประกอบ ในขณะที่ตลาดส่งออกส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และสหภาพยุโรป สะท้อนว่า การส่งออกของไทยในช่วงที่ผ่านมาสามารถปรับตัวได้ดีและยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และเชื่อว่าการส่งออกไทยจะสามารถกลับมาขยายตัวได้ตามศักยภาพที่ร้อยละ 5.0 เมื่อสถานการณ์โลกปรับตัวกลับเข้าสู่ปกติในระยะต่อไป

สำหรับแนวโน้มการส่งออกของไทยในปีนี้ คาดว่าจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน และมีโอกาสขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นแบบช้า ๆ ส่งผลให้แนวโน้มราคาสินค้าเกษตร และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ ทิศทางค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าแบบค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยสนับสนุนให้การส่งออกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นซึ่งจะทำให้การส่งออกของไทยในปี 2560 ขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 2.5-3.5

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
การส่งออกไทยในปี 2560 ขยายตัว 9.9 % สูงสุดในรอบ 6 ปี หลังเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญปรับตัวดีขึ้น คาดปีนี้การส่งออกจะขยายตัวได้ 5 -7 %


วันนี้ (22 ม.ค.61) นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนธันวาคม 2560 อยู่ที่ 19,741 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.6% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ส่งผลให้ในปี 2560 หรือตั้งแต่มกราคมถึงธันวาคม การส่งออกมีมูลค่ารวม 236,694 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นตัวเลขสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หรือ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.9% สูงสุดในรอบ 6 ปี


สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญอันดับหนึ่งยังคงเป็น รถยนต์และชิ้นส่วน รองลงมาเป็นคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก และแผงระบบไฟฟ้าตามลำดับ ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ก็ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 โดยเฉพาะ ข้าว ผลิตภัณฑ์มันปะหลัง อาหารทะเลแช่แข็ง และไก่สดแช่แข็งและแปรรูป


ส่วนแนวโน้มในปี 2561 หรือ ปีนี้  คาดว่าการส่งออกจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ประมาณการการส่งออกจะเติบโตที่ 5-7% โดยสินค้าสำคัญยังคงเป็นหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ส่วนสินค้าเกษตร คาดว่าราคาน่าจะขยับขึ้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการหรือพิจารณาความเสี่ยงเข้ามาช่วยเหลือ เช่น การเพิ่มเงินสกุลอื่นเขามาซื้อ-ขาย รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/74309



อย่ามามัวงมงาย..อ่างแตก..กระถางแตก..เชื่อโชคลางร้ายอยู่เลยค่ะ

เศรษฐกิจไทยส่งออก ขยายไปได้ดีขึ้นๆไปตั้งแต่ปี 59 ที่ผ่านมา

และมีแนวโน้มดีขึ้นๆ

ขอไข่จะทันเขาไหม...มัวแต่มโน หาคนจุดธูป 36 ดอก อยู่นั่นแหละ

ไปต่อได้เรื่อยๆแล้วสำหรับเศรษฐกิจประเทศไทย

มั่นใจลุงตู่...มั่นใจลุงสมคิดค่ะ.....👍🌸👍🌸👍🌸👍🌸

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่