อ่านกระทู้ที่มีคนแนะนำว่าไม่ควรฝากเพื่อนซื้อของจากต่างประเทศ พอมามองดูตัวเอง ก็รู้สึกว่ามีความคิดที่แย้งกับกระทู้ดังกล่าวโดยสิ้นเชิง เพราะเราเป็นคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศปีละหลายครั้งค่ะ ส่วนใหญ่จะไปไกลๆ และไปเส้นทางแปลกๆที่เพื่อนๆไม่ค่อยได้ไปกัน
เวลาที่ไปแต่ละครั้งก็มักจะถามเพื่อนๆว่าอยากได้อะไรจากประเทศที่จะไปบ้าง ซึ่งเพื่อนๆก็จะลิสต์ของที่อยากได้มาให้ หรือบางทีก็ไลพ์สดข้ามโลกมาให้เพื่อนๆดูของเลย
ซึ่งเราจะชอบรับฝากซื้อของจากต่างประเทศมากเพราะ
1 เราเป็นคนไม่ช็อปปิ้งให้ตัวเองค่ะ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็แทบจะไม่ได้ซื้ออะไรของตัวเองเลย ถ้าไม่รับอาสาดูของให้เพื่อน เราก็ไม่รู้จะทำอะไรตอนที่ทัวร์พาไปช็อปปิ้ง (บางทัวร์พาไปช็อปปิ้งถึง 3 วัน)
2 ทางสายการบินที่เราบินให้น้ำหนักกระเป๋าได้ถึง 46 กก. ซึ่งเรานำของไปไม่เคยเกิน 17 กก. ที่ว่างในกระเป๋าเหลือเพียบเลย มีที่ใส่ของฝากได้เพียบเลยค่ะ
3 เราแลกเงินติดตัวไปเยอะค่ะ (เผื่อเหตุฉุกเฉิน) ถ้าเหลือเงินกลับมา ต้องมาแลกคืน เสียส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนไปอีก สู้ใช้เงินให้หมดไปดีกว่า
4 เราไม่รับเงินล่วงหน้าค่ะ เพราะไม่มั่นใจว่าจะหาของให้ได้หรือเปล่า แต่เราจะแจ้งว่าถ้าเงินไม่พอ เราจะใช้บัตรเครดิตรูด และจะเก็บเงินตามอัตราที่ธนาคารเรียกเก็บมา
5 เราจะรับฝากของคละแบบ/ประเภท เพื่อไม่ให้กรมศุลมองว่าเราซื้อมาขายต่อค่ะ เช่นวิตามิน 2 กระปุก ลิฟสติก 2 แท่ง กระเป๋าตังค์ กระเป๋าสะพาย 2 ใบ
ส่วนที่คนกลัวกันว่าพอมีคนฝากซื้อแล้ว พอได้ของมาจะไม่เอา เราก็ป้องกันด้วยรับการฝากซื้อทางไลน์เท่านั้นค่ะ เพราะให้มีหลักฐานการฝากซื้อ รุ่น และราคา เอาไว้ ทำให้ไม่เคยมีใครปฎิเสธการรับของที่ฝากซื้อมา
ส่วนกรณีที่ฝากซื้อแล้วจะขอจ่ายตามหลังก็มีบ้าง ถ้ารอจนสิ้นเดือน เราก็โอเคค่ะ แต่เคยมีเคสขอรอโบนัสออกอีก 3 เดือนข้างหน้า เคสนี้เราก็ปฎิเสธการฝากซื้อไปเลย
ซึ่งวิธีการเหล่านี้ เรามองว่าการรับฝากซื้อของเป็นความสุขด้วยกันทั้งผู้ฝาก และผู้เดินทางอย่างเรา ทำให้วิน-วินด้วยกันทั้งสองฝ่ายค่ะ
เหตุผลที่ชอบรับฝากซื้อของจากต่างประเทศ
เวลาที่ไปแต่ละครั้งก็มักจะถามเพื่อนๆว่าอยากได้อะไรจากประเทศที่จะไปบ้าง ซึ่งเพื่อนๆก็จะลิสต์ของที่อยากได้มาให้ หรือบางทีก็ไลพ์สดข้ามโลกมาให้เพื่อนๆดูของเลย
ซึ่งเราจะชอบรับฝากซื้อของจากต่างประเทศมากเพราะ
1 เราเป็นคนไม่ช็อปปิ้งให้ตัวเองค่ะ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็แทบจะไม่ได้ซื้ออะไรของตัวเองเลย ถ้าไม่รับอาสาดูของให้เพื่อน เราก็ไม่รู้จะทำอะไรตอนที่ทัวร์พาไปช็อปปิ้ง (บางทัวร์พาไปช็อปปิ้งถึง 3 วัน)
2 ทางสายการบินที่เราบินให้น้ำหนักกระเป๋าได้ถึง 46 กก. ซึ่งเรานำของไปไม่เคยเกิน 17 กก. ที่ว่างในกระเป๋าเหลือเพียบเลย มีที่ใส่ของฝากได้เพียบเลยค่ะ
3 เราแลกเงินติดตัวไปเยอะค่ะ (เผื่อเหตุฉุกเฉิน) ถ้าเหลือเงินกลับมา ต้องมาแลกคืน เสียส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนไปอีก สู้ใช้เงินให้หมดไปดีกว่า
4 เราไม่รับเงินล่วงหน้าค่ะ เพราะไม่มั่นใจว่าจะหาของให้ได้หรือเปล่า แต่เราจะแจ้งว่าถ้าเงินไม่พอ เราจะใช้บัตรเครดิตรูด และจะเก็บเงินตามอัตราที่ธนาคารเรียกเก็บมา
5 เราจะรับฝากของคละแบบ/ประเภท เพื่อไม่ให้กรมศุลมองว่าเราซื้อมาขายต่อค่ะ เช่นวิตามิน 2 กระปุก ลิฟสติก 2 แท่ง กระเป๋าตังค์ กระเป๋าสะพาย 2 ใบ
ส่วนที่คนกลัวกันว่าพอมีคนฝากซื้อแล้ว พอได้ของมาจะไม่เอา เราก็ป้องกันด้วยรับการฝากซื้อทางไลน์เท่านั้นค่ะ เพราะให้มีหลักฐานการฝากซื้อ รุ่น และราคา เอาไว้ ทำให้ไม่เคยมีใครปฎิเสธการรับของที่ฝากซื้อมา
ส่วนกรณีที่ฝากซื้อแล้วจะขอจ่ายตามหลังก็มีบ้าง ถ้ารอจนสิ้นเดือน เราก็โอเคค่ะ แต่เคยมีเคสขอรอโบนัสออกอีก 3 เดือนข้างหน้า เคสนี้เราก็ปฎิเสธการฝากซื้อไปเลย
ซึ่งวิธีการเหล่านี้ เรามองว่าการรับฝากซื้อของเป็นความสุขด้วยกันทั้งผู้ฝาก และผู้เดินทางอย่างเรา ทำให้วิน-วินด้วยกันทั้งสองฝ่ายค่ะ