เมื่อก่อนเจอกับตัวยังพอทน
แต่ล่าสุด แม่ผมอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว ใช้เน็ตแค่เล่นไลน์คุยกับเพื่อนๆ
จู่ๆโดนบิลเรียกเก็บเงินจากค่ายดีแตก เพิ่มมาอีกเจ็ดร้อยกว่าบาท
แม่ก็เลยเอามาให้ผมดูว่าทำไมถึงแพงขึ้น ทั้งๆที่ปกติจ่ายเดือนละสามร้อย
กลายเป็นเดือนละพัน
แว่บแรกคิดไว้เลยว่าต้องเป็นพวก SMS มัดมือชกแหงๆ แล้วก็จริงตามคาด
พอดูในบิลก็เป็นไปตามคาด เจอค่าบริการ SMS เข้าไป
ก็ถามแม่ก่อน แม่สมัครรับ SMS อะไรรึเปล่า?
แม่ก็ยืนยันว่าไม่เคยสมัครอะไรทั้งนั้น ขนาดมี SMS ส่งเข้ามา ก็ยังไม่เคยเปิดดูเลย
ผมก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าพวก SMS นี้ มันใช้อะไรเป็นเกณฑ์ว่าผู้บริโภคต้องการสมัครรับข้อความจากมัน
แต่ที่แน่ๆ ขั้นตอนการสมัครของมันคงง่ายมาก แค่ส่ง SMS เข้ามา ถ้าเผลอไปกดดู มันก็มั่วนิ่มทึกทักเอาว่า
นั่นแหล่ะคือการสมัครใช้บริหาร
ผมว่าพวก SMS แบบนี้มันคงหากินไม่ได้หรอก ถ้าค่ายมือถือไม่ให้ความร่วมมือ
อย่าเถียงนะ ว่าค่ายมือถือไม่ได้ส่วนแบ่งจากพวก SMS ha เหวพวกนี้
ตอนสมัครใช้บริการนี่ง่ายแสนง่าย แต่พอจะยกเลิก ต้องโทรไป Call center เพื่อแจ้งยกเลิก
แล้วทำไม????? พวกค่ายมือถือไม่ทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันล่ะ? ใครจะสมัครใช้บริการพวกนี้
ต้องโทรไปสมัครที่ Call center ก่อน ไม่ใช่เผลอไปกดโดน ก็ถือว่าสมัครละ
ทุกวันนี้เมืองไทยมีเบอร์มือถือมากกว่าร้อยล้านเบอร์(เนื่องจากคนไทยหลายๆคนมีเบอร์มากกว่าหนึ่งเบอร์ต่อคน)
แค่พวกมันหากินแบบนี้เดือนละหนึ่งล้านเบอร์ ได้เบอร์ละเจ็ดร้อยบาท ก็ได้เงินเหนาะๆเจ็ดร้อยล้านบาทต่อเดือนไปละ
หากินกันง่ายดีเนอะ มัดมือชกเอาแบบหน้าด้านๆ
ทำใจไว้ละ ว่าคงจะแก้ไขหรือขอคืนเงินไม่ได้
เพราะหลังจากได้รับบิล ก็โทรไปยกเลิก SMS และแจ้งปัญหาที่ Call center ของดีแตกละ
ทางโน้นก็ได้แต่บอกว่าจะตรวจสอบแล้วแจ้งให้ทราบ สุดท้ายก็หายเงียบ
และเงินค่า SMS ก็ยังต้องจ่าย
สุดท้ายนี้ ขอแค่ต่อไปนี้.....เวลาจะสมัคร SMS เหล่านี้ ขอให้มีขั้นตอนสมัครคล้ายๆกับตอนจะยกเลิกก็พอละ
อย่างน้อยควรยืนยันกับผู้บริโภคก่อน ว่าเค้าต้องการสมัครและเสียตังค์จริงๆไม๊?
ไม่ใช่มารู้ตัวอีกทีก็ตอนบิลมาเก็บตังค์
เมื่อไหร่ค่ายมือถือจะเลิกร่วมมือกับพวกผู้ให้บริการ SMS เลวๆในการปล้นเงินผู้บริโภคซักที??
แต่ล่าสุด แม่ผมอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว ใช้เน็ตแค่เล่นไลน์คุยกับเพื่อนๆ
จู่ๆโดนบิลเรียกเก็บเงินจากค่ายดีแตก เพิ่มมาอีกเจ็ดร้อยกว่าบาท
แม่ก็เลยเอามาให้ผมดูว่าทำไมถึงแพงขึ้น ทั้งๆที่ปกติจ่ายเดือนละสามร้อย
กลายเป็นเดือนละพัน
แว่บแรกคิดไว้เลยว่าต้องเป็นพวก SMS มัดมือชกแหงๆ แล้วก็จริงตามคาด
พอดูในบิลก็เป็นไปตามคาด เจอค่าบริการ SMS เข้าไป
ก็ถามแม่ก่อน แม่สมัครรับ SMS อะไรรึเปล่า?
แม่ก็ยืนยันว่าไม่เคยสมัครอะไรทั้งนั้น ขนาดมี SMS ส่งเข้ามา ก็ยังไม่เคยเปิดดูเลย
ผมก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าพวก SMS นี้ มันใช้อะไรเป็นเกณฑ์ว่าผู้บริโภคต้องการสมัครรับข้อความจากมัน
แต่ที่แน่ๆ ขั้นตอนการสมัครของมันคงง่ายมาก แค่ส่ง SMS เข้ามา ถ้าเผลอไปกดดู มันก็มั่วนิ่มทึกทักเอาว่า
นั่นแหล่ะคือการสมัครใช้บริหาร
ผมว่าพวก SMS แบบนี้มันคงหากินไม่ได้หรอก ถ้าค่ายมือถือไม่ให้ความร่วมมือ
อย่าเถียงนะ ว่าค่ายมือถือไม่ได้ส่วนแบ่งจากพวก SMS ha เหวพวกนี้
ตอนสมัครใช้บริการนี่ง่ายแสนง่าย แต่พอจะยกเลิก ต้องโทรไป Call center เพื่อแจ้งยกเลิก
แล้วทำไม????? พวกค่ายมือถือไม่ทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันล่ะ? ใครจะสมัครใช้บริการพวกนี้
ต้องโทรไปสมัครที่ Call center ก่อน ไม่ใช่เผลอไปกดโดน ก็ถือว่าสมัครละ
ทุกวันนี้เมืองไทยมีเบอร์มือถือมากกว่าร้อยล้านเบอร์(เนื่องจากคนไทยหลายๆคนมีเบอร์มากกว่าหนึ่งเบอร์ต่อคน)
แค่พวกมันหากินแบบนี้เดือนละหนึ่งล้านเบอร์ ได้เบอร์ละเจ็ดร้อยบาท ก็ได้เงินเหนาะๆเจ็ดร้อยล้านบาทต่อเดือนไปละ
หากินกันง่ายดีเนอะ มัดมือชกเอาแบบหน้าด้านๆ
ทำใจไว้ละ ว่าคงจะแก้ไขหรือขอคืนเงินไม่ได้
เพราะหลังจากได้รับบิล ก็โทรไปยกเลิก SMS และแจ้งปัญหาที่ Call center ของดีแตกละ
ทางโน้นก็ได้แต่บอกว่าจะตรวจสอบแล้วแจ้งให้ทราบ สุดท้ายก็หายเงียบ
และเงินค่า SMS ก็ยังต้องจ่าย
สุดท้ายนี้ ขอแค่ต่อไปนี้.....เวลาจะสมัคร SMS เหล่านี้ ขอให้มีขั้นตอนสมัครคล้ายๆกับตอนจะยกเลิกก็พอละ
อย่างน้อยควรยืนยันกับผู้บริโภคก่อน ว่าเค้าต้องการสมัครและเสียตังค์จริงๆไม๊?
ไม่ใช่มารู้ตัวอีกทีก็ตอนบิลมาเก็บตังค์