
หลังจากหุงข้าวไข่มุกจากพม่าแล้วเอามารีวิว
https://pantip.com/topic/37328322
หนอนฯก็คึก อยากรีวิวอีก เลยไปคุ้ยๆ เจอข้าวสารพันธุ์พื้นเมืองของบังกลาเทศ
ตอนที่ซื้อ บอกเพื่อนที่พาไปซื้อว่า เอาตัวแพงสุด ดีสุดที่มี
ทั้งเพื่อนและพนักงานขายหยิบตัวเดียวกันมาให้
คือที่เอามาโชว์นี่ล่ะค่ะ
หนอนฯเอง ไปบังกลาเทศเป็นระยะ พบว่าประเทศนี้มีขนาดเล็กมาก ราว1ใน 3 ของไทย แต่ประชากรราวๆ170ล้านคน
แม้ว่าดินดีน้ำดี บางพื้นที่ปลูกข้าวได้สามรอบ แต่ ไม่พอกินค่ะ ต้องนำเข้าอยู่บ้างเหมือนกัน (นี่ขนาดกินพวกแป้ง นาน โรตี กันเป็นหลักแล้วนะคะเนี่ย)
เวลาไปเดินสำรวจแผงขายข้าวสาร เราจะเห็นกลุ่มหลักเป็นการนำเข้า เช่นข้าวเมล็ดยาวคือ ข้าวบาสมาติ จากอินเดีย และปากีสถาน
ตอนแรกที่บอกให้ช่วยเลือกตัวที่ดีที่สุด เพื่อนก็หยิบบาสมาติมาให้ แต่พอบอกไปว่าจะเอาข้าวพื้นเมืองบังกลาเทศ ก็ได้เจ้าChiniguraนี่มาค่ะ
จากที่สอบถาม ข้าวหอม(aromatic rice)สายพันธุ์พื้นเมือง มีสองตัวคือ Chinigura และ Kalijira
วันนี้ขอเอาเจ้าChiniguraมาให้ชิมกันก่อน
รูปนี้คือรายละเอียดผลิตภัณฑ์ค่ะ
หน้าตาเมื่อแกะออกมาจากถุง
เปรียบเทียบขนาดเมล็ดกับหอมมะลิของเรา
ขนาดเขาเล็กจิ๋วเชียว ดูเผินๆเหมือนปลายข้าว ข้าวหักของเรานะคะ
หุงออกมา กลิ่นไม่ค่อยหอม ต่างกับหอมมะลิอย่างเห็นได้ชัดค่ะ เวลาตักขึ้นมา ค่อนข้างร่วนมาก ไม่มียาง หนอนฯจึงไม่แปลกใจที่ได้เคยชิมแต่ที่บังกลาเทศ ในรูปแบบของบริยานี่ (สไตล์บังกลาเทศ จะต่างจากอินเดียและอาหรับมากค่ะ สีอ่อน กลิ่นเบาๆ เผ็ดนิดๆ อร่อยดี) และทำข้าวผัด หรือทำข้าวมันแบบหุงด้วยกะทิ
รูปนี้เปรียบเทียบขนาดข้าวสาร กับข้าวสุกค่ะ
สรุปแล้ว เจ้าChiguraนี้ คหสต.ว่าไม่เหมาะกับหุงข้าวสวยกินแบบไทย ต้องเอาไปผัดหรือทำบริยานี่แบบบ้านเขานั่นล่ะเหมาะ
ถึงแม้ว่าหนอนฯเป็นคนชอบกินข้าวร่วนๆ โดยส่วนตัวชอบเอาบาสมาติมาหุงกินที่สุด ชอบมาก แต่แพงงงงง แพงกว่าหอมมะลิสุรินทร์อีก
ถ้าเป็นหอมมะลิ หนอนฯก็ชอบข้าวเก่า ข้าวใหม่เอาไปทำข้าวต้มเท่านั้น
ตอนนี้ก็ปิ๊งข้าวไข่มุกของพม่า
และ กำลังคิดว่าจะไปหาลองข้าวผกาลำดวน และผกามะลิ ของกัมพูชา แต่ว่าไม่มีโอกาสได้ไปเรื่องงานเลย ไม่มีคู่ค้าที่นั่น เคยไปเที่ยวสองครั้งก็นานแล้ว สมัยนั้นยังไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องข้าวค่ะ
ชวนมาชิมข้าวหอมจากบังกลาเทศค่ะ
หลังจากหุงข้าวไข่มุกจากพม่าแล้วเอามารีวิว https://pantip.com/topic/37328322
หนอนฯก็คึก อยากรีวิวอีก เลยไปคุ้ยๆ เจอข้าวสารพันธุ์พื้นเมืองของบังกลาเทศ
ตอนที่ซื้อ บอกเพื่อนที่พาไปซื้อว่า เอาตัวแพงสุด ดีสุดที่มี
ทั้งเพื่อนและพนักงานขายหยิบตัวเดียวกันมาให้
คือที่เอามาโชว์นี่ล่ะค่ะ
หนอนฯเอง ไปบังกลาเทศเป็นระยะ พบว่าประเทศนี้มีขนาดเล็กมาก ราว1ใน 3 ของไทย แต่ประชากรราวๆ170ล้านคน
แม้ว่าดินดีน้ำดี บางพื้นที่ปลูกข้าวได้สามรอบ แต่ ไม่พอกินค่ะ ต้องนำเข้าอยู่บ้างเหมือนกัน (นี่ขนาดกินพวกแป้ง นาน โรตี กันเป็นหลักแล้วนะคะเนี่ย)
เวลาไปเดินสำรวจแผงขายข้าวสาร เราจะเห็นกลุ่มหลักเป็นการนำเข้า เช่นข้าวเมล็ดยาวคือ ข้าวบาสมาติ จากอินเดีย และปากีสถาน
ตอนแรกที่บอกให้ช่วยเลือกตัวที่ดีที่สุด เพื่อนก็หยิบบาสมาติมาให้ แต่พอบอกไปว่าจะเอาข้าวพื้นเมืองบังกลาเทศ ก็ได้เจ้าChiniguraนี่มาค่ะ
จากที่สอบถาม ข้าวหอม(aromatic rice)สายพันธุ์พื้นเมือง มีสองตัวคือ Chinigura และ Kalijira
วันนี้ขอเอาเจ้าChiniguraมาให้ชิมกันก่อน
รูปนี้คือรายละเอียดผลิตภัณฑ์ค่ะ
หน้าตาเมื่อแกะออกมาจากถุง
เปรียบเทียบขนาดเมล็ดกับหอมมะลิของเรา
ขนาดเขาเล็กจิ๋วเชียว ดูเผินๆเหมือนปลายข้าว ข้าวหักของเรานะคะ
หุงออกมา กลิ่นไม่ค่อยหอม ต่างกับหอมมะลิอย่างเห็นได้ชัดค่ะ เวลาตักขึ้นมา ค่อนข้างร่วนมาก ไม่มียาง หนอนฯจึงไม่แปลกใจที่ได้เคยชิมแต่ที่บังกลาเทศ ในรูปแบบของบริยานี่ (สไตล์บังกลาเทศ จะต่างจากอินเดียและอาหรับมากค่ะ สีอ่อน กลิ่นเบาๆ เผ็ดนิดๆ อร่อยดี) และทำข้าวผัด หรือทำข้าวมันแบบหุงด้วยกะทิ
รูปนี้เปรียบเทียบขนาดข้าวสาร กับข้าวสุกค่ะ
สรุปแล้ว เจ้าChiguraนี้ คหสต.ว่าไม่เหมาะกับหุงข้าวสวยกินแบบไทย ต้องเอาไปผัดหรือทำบริยานี่แบบบ้านเขานั่นล่ะเหมาะ
ถึงแม้ว่าหนอนฯเป็นคนชอบกินข้าวร่วนๆ โดยส่วนตัวชอบเอาบาสมาติมาหุงกินที่สุด ชอบมาก แต่แพงงงงง แพงกว่าหอมมะลิสุรินทร์อีก
ถ้าเป็นหอมมะลิ หนอนฯก็ชอบข้าวเก่า ข้าวใหม่เอาไปทำข้าวต้มเท่านั้น
ตอนนี้ก็ปิ๊งข้าวไข่มุกของพม่า
และ กำลังคิดว่าจะไปหาลองข้าวผกาลำดวน และผกามะลิ ของกัมพูชา แต่ว่าไม่มีโอกาสได้ไปเรื่องงานเลย ไม่มีคู่ค้าที่นั่น เคยไปเที่ยวสองครั้งก็นานแล้ว สมัยนั้นยังไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องข้าวค่ะ