ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์สังคมสูงวัย ประกอบกับประชากรในวัยทำงานมีจำนวนลดน้อยลง หลายประเทศมองเห็นความสำคัญของการจ้างงานผู้สูงอายุที่มีทักษะ ประสบการณ์ และศักยภาพพอที่จะยังอยู่ในวงจรการทำงานได้ จึงออกกฎหมายและมีมาตรการรองรับการทำงานของผู้เกษียณอายุ ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

สำหรับประเทศไทย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย พบว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็น
สังคมสูงวัย มาตั้งแต่ปี 2546 โดยมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 6.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด
คาดว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะเป็น
สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึงร้อยละ 20
ข้อมูลในปี 2559 บอกว่าสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุของไทยใกล้ถึง 20% ของประชากรทั้งหมด ซึ่ง
ผู้สูงอายุมีจำนวนมากกว่าเด็กเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากเป็นอันดับสองของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ และสถิติจากทั่วโลกพบว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีสถิติการจ้างงานผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก ถึง 50.6 % ตามมาด้วยเกาหลี และญี่ปุ่น

รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องสังคมสูงวัย แต่ได้เตรียมการรองรับ โดยเมื่อต้นปี 2560 ได้ออกกฎหมายสนับสนุนให้บริษัทเอกชนจ้างผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าทำงาน โดยสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างสูงอายุ
ล่าสุด
คณะกรรมการสานพลังประชารัฐได้มีมติส่งเสริมการมีรายได้และมีงานทำของผู้สูงอายุ ในวิสาหกิจชุมชน ภาคเอกชน-ภาครัฐและอิสระ โดยจะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ มีเป้าหมายในการจ้างงานแรงงานสูงอายุ 19,500 คน ภายในปี 2561
และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ กลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่นกว่า 500 รายได้เดินทางมาศึกษาดูงานในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งนักธุรกิจหลายรายแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในกิจการที่จะรองรับสังคมผู้สูงอายุ อาทิ
บริษัทฟูจิฟิล์มได้ยื่นขอเสนอต่อคณะกรรมการอีอีซีเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ การพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อดูแลผู้สูงอายุ โดยจะเริ่มเข้ามาศึกษากฎหมายต่าง ๆ ของไทยเพื่อรองรับการลงทุนเร็ว ๆ นี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นต้นแบบที่ดีในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้สูงวัย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหารเชิงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวและการกลืน
เป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลละเอกชนเห็นความสำคัญของสังคมสูงวัย และเตรียมการรองรับ เพราะผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความแข็งแรง ความสามารถ ที่ควรจะนำมาใช้งาน หรือถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเป็นการลดภาวะพึ่งพิง ทำให้มีความมั่นคงทางรายได้ ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ส่งเสริมสุขภาพจิตทำให้มีสังคมช่วยลดความเครียดจากการอยู่อย่างว้าเหว่อีกด้วย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สำหรับโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ เพื่อรองรับสังคมสูงวัย ก็มีไม่น้อย เช่น
อาหารเพื่อสุขภาพ เวชภัณฑ์และการดูแลสุขภาพ
การท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ
ธุรกิจส่งของหรือบริการผู้สูงวัย
ระบบการเงินสำหรับผู้สูงวัย
วัสดุอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์สำหรับผู้สูงอายุ
ร้านเสื้อผ้าผู้สูงอายุ
สถานดูแลผู้สูงอายุ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ ไทยพีบีเอส ไทยรัฐ
สูงวัยใช่แก่ แต่เก๋า...เตรียมชงจ้างงานสูงวัยเป็นวาระแห่งชาติ
สำหรับประเทศไทย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย พบว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย มาตั้งแต่ปี 2546 โดยมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 6.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด
คาดว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึงร้อยละ 20
ข้อมูลในปี 2559 บอกว่าสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุของไทยใกล้ถึง 20% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งผู้สูงอายุมีจำนวนมากกว่าเด็กเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องสังคมสูงวัย แต่ได้เตรียมการรองรับ โดยเมื่อต้นปี 2560 ได้ออกกฎหมายสนับสนุนให้บริษัทเอกชนจ้างผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าทำงาน โดยสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างสูงอายุ
ล่าสุด คณะกรรมการสานพลังประชารัฐได้มีมติส่งเสริมการมีรายได้และมีงานทำของผู้สูงอายุ ในวิสาหกิจชุมชน ภาคเอกชน-ภาครัฐและอิสระ โดยจะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ มีเป้าหมายในการจ้างงานแรงงานสูงอายุ 19,500 คน ภายในปี 2561
และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ กลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่นกว่า 500 รายได้เดินทางมาศึกษาดูงานในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งนักธุรกิจหลายรายแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในกิจการที่จะรองรับสังคมผู้สูงอายุ อาทิ
บริษัทฟูจิฟิล์มได้ยื่นขอเสนอต่อคณะกรรมการอีอีซีเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ การพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อดูแลผู้สูงอายุ โดยจะเริ่มเข้ามาศึกษากฎหมายต่าง ๆ ของไทยเพื่อรองรับการลงทุนเร็ว ๆ นี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลละเอกชนเห็นความสำคัญของสังคมสูงวัย และเตรียมการรองรับ เพราะผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความแข็งแรง ความสามารถ ที่ควรจะนำมาใช้งาน หรือถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเป็นการลดภาวะพึ่งพิง ทำให้มีความมั่นคงทางรายได้ ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ส่งเสริมสุขภาพจิตทำให้มีสังคมช่วยลดความเครียดจากการอยู่อย่างว้าเหว่อีกด้วย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้