Chapter 1 : นั่ง ๆ นอน ๆ ถ่าย ๆ กับอีกหนึ่งวันที่เวลาหายไปกับการเดินทาง
ผมเริ่มต้นวันที่ 3 ของ
มหากาพย์ (มหากาก) ลาวเหนือ 30 ชั่วโมง ด้วยการขึ้นรถจากปากน้ำน้อยไปพงสาลี
และวันนี้เป็นอีกวันที่หมดไปกับ
"การเดินทาง"
เพราะรถมาถึงปากน้ำน้อย 10.30 กว่าจะไปถึงพงสาลีก็เกือบ ๆ จะ 17.00 แล้วจ้าาาา ล้องห้ายยยย

หลังจากที่ผมได้ขึ้นรถนอนสายเวียงจันทน์ - พงสาลีแบบส้มหล่น ล้อก็หมุนจากปากน้ำน้อยราว ๆ 10.30
เอาละครับ
เล็ทสะโกโกโก

คือวิวข้างทางที่ลาวแมล่งหยั่งกรีน กรีนต่อใจจนผมอดไม่ได้ที่จะพยายามเก็บวิวข้างทางให้มากที่สุด
แต่การถ่ายวิวข้างทางจากรถนอน ไม่ได้ทำกันง่าย ๆ นาจ้า เพราะด้วยสภาพเส้นทางที่ชอบโค้งไปซ้ายที ขวาที กลับหลังที
(ส่วนมากจะเจอโค้งตัว S และตัว U แบบนับไม่ถ้วน) อุปสรรคที่ต้องพบก็คือ
ม า ว โ ล้ ด ด ด ด ด ด

รถวิ่งมาได้สักระยะหนึ่ง ก็มีทางแยกไปเมืองสัมพัน ซึ่งเป็นอีกทางลัดไปเมืองขวาได้

บรรยากาศหยั่งเงียบ ก็แหงดิ วันธรรมดาไง

ถึงภาพบ้านทรงลาวจะเป็นสไตล์ซ้ำ ๆ แต่ความต่างอยู่ที่อารมณ์และโมเมนต์ของภาพ ณ เวลานั้น
ถึงจะซ้ำก็ถ่าย ๆ ไปเถอะ เวลาจบทริปกลับมาดูภาพที่ถ่าย เราจะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง

ความไวต้องมาก่อนใคร ถ้าคิดจะถ่ายวิวข้างทางในขณะที่รถแล่น
ภาพเซ็ตนี้ผมใช้โหมด Auto รัวไปก่อนเลย ไม่งั้นไม่ทันแด๊ก
แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากเก็บบรรยากาศระหว่างทางให้มากที่สุด ไม่ได้อยู่ที่ว่า
เฮ้ย ! แมล่งเจ๋งว่ะ วิวสวยดี
แต่ยังอยู่ที่ ภาพถ่ายในโมเมนต์ต่าง ๆ ยังช่วยให้เราเล่าเรื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยครับ
และด้วยข้อจำกัดของรถนอนเตียงบนที่เพดานเตี้ย (ลุกขึ้นนั่งทีหัวติดเพดานเลย ตามภาพแรก)
แถมเวลาเพ่งข้างทางนาน ๆ ภายใต้ความโค้ง ยังชวนเวียนหัวแทบอ้วกหลายรอบ
มันยังช่วยพิสูจน์สัญชาตญาณของคนชอบถ่ายรูปด้วยว่า คุณคือสายแข็งจริงหรือเปล่า 555

บ่นเยอะไปละน้อง เล่าต่อสิเล่า

ซูมได้ใกล้สุดแค่นั้นแหละครับ 18-55

ช็อตนี้คือลงเขาแล้ว มองดูเวลาก็เที่ยงกว่า ๆ แล้ว เฮ้ย ! ทำไมยังไปไม่ถึงไหนเลยวะ หิวข้าวด้วย ว่าแล้วก็จกข้าวเหนียวไส้อั่วออกมากินหน่อย
แต่พอกินไปได้แค่สองคำ รู้เรื่องเลยจ้าาาาาาา
กินข้าวตอนที่รถวิ่งโค้งไปโค้งมา ไอ้ที่กินไป ๆ มันจะย้อนออกมาทางปากน่ะสิ
แล้วผมก็ไม่อยากอ้วกบนรถด้วย เดี๋ยวจะมีปัญหาทั้งคันรถ เลยยอมแพ้
สรุปคือต้องนอนหลับไปสักพักก่อน ถึงจุดพักรถ (ไม่รู้ที่ไหน) เดี๋ยวค่อยกินทีเดียวก็ได้

ไม่รู้ที่ลาวเรียกว่าอะไร ซึ่งคล้าย ๆ กับลูกเสือ เนตรนารีที่ไทยนี่แหละครับ ถ่ายที่เมืองบุนใต้ตอนบ่ายโมงครึ่ง
เขาก็จอดให้พักกินข้าว ทำธุระส่วนตัวประมาณ 20 นาที ผมก็จัดการให้เรียบร้อยเลย

อิ่มแล้วก็เดินทางต่อครับ

หมดหน้านาก็ต่อด้วยไร่อะรูมิไล้

ทริปนี้มีความผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งคือ มาตอนที่นาข้าวเหลือแต่ตอ (เขาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว)
ซึ่งผมคาดการณ์ผิด คิดว่าช่วงที่ผมไปเป็นช่วงที่ทุ่งนาสีทอง น้องข้าวออกรวงกำลังดี
แต่ที่ไหนได้ ที่ลาวเริ่มทยอยเกี่ยวข้าวก่อนไทยประมาณ 1 เดือนนาจ้า มาสักช่วงปลายฝนกำลังดี

โ ร ง ไ ฟ ฟ้ า บุ น เ ห นื อ

อิทธิพลของเพลงไทยที่มีต่อคนลาวครับ (ตอนไปเมืองขวาก็ได้ยินคนร้องคาราโอเกะของพี่ตูนหลายเพลง)

15.30 รถมาถึงเมืองบุนเหนือ ซึ่งเป็นอีกจุดรับ - ส่งผู้โดยสารที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง
เพราะที่บุนเหนือมีสนามบิน ไปได้ทั้งอุดมไซย หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ แต่เหมือนเที่ยวบินจะมีแค่ 2 เที่ยว / สัปดาห์ (มั้ง)

จากข้อมูลที่ได้มาว่าจะถึงพงสาลีประมาณ 17.00 แสดงว่าใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว

แดดเริ่มอ่อนล้าววว

เริ่มมีบ้านคนตามริมทาง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เข้าเขตเมืองพงสาลีแล้ว

แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย บร๊ะจ้าววววววววว ถึงพงสาลีเวลา 16.45 เร็วกว่าที่คิดตั้ง 15 นาทีแน่ะ

บรรยากาศสถานีขนส่งสุดชิค ภายใต้อากาศที่เย็นลงฮวบฮาบ
ที่พงสาลี พอตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว อากาศจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าในทันใด

บนหลังคารถคือ ของฝากจากระหว่างทางที่ฝากส่งความคิดถึงมายังคนพงสาลีเด้อ 55555

!

ถ้ารอรถสายอุดมไซย - พงสาลี ก็จะได้ความหวานเย็นไปอีกแบบหนึ่งครับ
รถมาถึงขนส่งเวลา 17.00 ไล่เลี่ยกับรถเวียงจันทน์ไม่มาก

17.00 แล้ว ว่าแต่มาถึงพงสาลีแล้ว ต้องเริ่มต้นจากอะไรก่อนวะ คืองงมาก ในสมองไม่มีข้อมูลอะไรเลยสักอย่าง
โดยเฉพาะที่พักที่ยังไม่รู้เลยว่า จะนอนที่ไหนดี เอ๋อแด็กไปสิ
ดูจากที่ตั้งสถานีขนส่งแล้ว ไม่น่าจะใช่เขตใจกลางเมือง ก็หมายความว่า
ต้องต่อเข้าไปในเมืองอีกเหรอออ ไปไงล่ะท่าน เอาเป็นว่าขอตั้งสติแปปนะ เดี๋ยวมาต่อตอนหน้ากัน 555
ปล. Chapter นี้อาจจะเล่าได้ไม่ปะติดปะต่อกันเท่าไหร่ เพราะตลอด 7 ชั่วโมงที่กินนอนอยู่บนรถคือแบบ...
เวียนหัวจนอยากจะอ้วกหลายรอบ เลยต้องนอนหลับกับตื่นมาดูวิวแบบชั่วโมงเว้นชั่วโมงสลับกันไปแบบนี้
แถมช่วงนั้นแทบจะไม่ได้จดบันทึกอะไรเลย (อาศัยข้อมูลระหว่างทางจาก Google Map เอา 555)

ปิดท้ายสวย ๆ ด้วยภาพ Teaser ของตอนต่อไปนะครับ
[CR] มหากาพย์ลาวเหนือ 30 ชั่วโมง (EP 3) : พงสาลีมีดีอะไร ถึงทำให้ผมนั้นต้องอยากไป
Chapter 1 : นั่ง ๆ นอน ๆ ถ่าย ๆ กับอีกหนึ่งวันที่เวลาหายไปกับการเดินทาง
ผมเริ่มต้นวันที่ 3 ของ มหากาพย์ (มหากาก) ลาวเหนือ 30 ชั่วโมง ด้วยการขึ้นรถจากปากน้ำน้อยไปพงสาลี
และวันนี้เป็นอีกวันที่หมดไปกับ "การเดินทาง"
เพราะรถมาถึงปากน้ำน้อย 10.30 กว่าจะไปถึงพงสาลีก็เกือบ ๆ จะ 17.00 แล้วจ้าาาา ล้องห้ายยยย
หลังจากที่ผมได้ขึ้นรถนอนสายเวียงจันทน์ - พงสาลีแบบส้มหล่น ล้อก็หมุนจากปากน้ำน้อยราว ๆ 10.30
เอาละครับ เล็ทสะโกโกโก
คือวิวข้างทางที่ลาวแมล่งหยั่งกรีน กรีนต่อใจจนผมอดไม่ได้ที่จะพยายามเก็บวิวข้างทางให้มากที่สุด
แต่การถ่ายวิวข้างทางจากรถนอน ไม่ได้ทำกันง่าย ๆ นาจ้า เพราะด้วยสภาพเส้นทางที่ชอบโค้งไปซ้ายที ขวาที กลับหลังที
(ส่วนมากจะเจอโค้งตัว S และตัว U แบบนับไม่ถ้วน) อุปสรรคที่ต้องพบก็คือ ม า ว โ ล้ ด ด ด ด ด ด
รถวิ่งมาได้สักระยะหนึ่ง ก็มีทางแยกไปเมืองสัมพัน ซึ่งเป็นอีกทางลัดไปเมืองขวาได้
บรรยากาศหยั่งเงียบ ก็แหงดิ วันธรรมดาไง
ถึงภาพบ้านทรงลาวจะเป็นสไตล์ซ้ำ ๆ แต่ความต่างอยู่ที่อารมณ์และโมเมนต์ของภาพ ณ เวลานั้น
ถึงจะซ้ำก็ถ่าย ๆ ไปเถอะ เวลาจบทริปกลับมาดูภาพที่ถ่าย เราจะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง
ความไวต้องมาก่อนใคร ถ้าคิดจะถ่ายวิวข้างทางในขณะที่รถแล่น
ภาพเซ็ตนี้ผมใช้โหมด Auto รัวไปก่อนเลย ไม่งั้นไม่ทันแด๊ก
แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากเก็บบรรยากาศระหว่างทางให้มากที่สุด ไม่ได้อยู่ที่ว่า
เฮ้ย ! แมล่งเจ๋งว่ะ วิวสวยดี
แต่ยังอยู่ที่ ภาพถ่ายในโมเมนต์ต่าง ๆ ยังช่วยให้เราเล่าเรื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยครับ
และด้วยข้อจำกัดของรถนอนเตียงบนที่เพดานเตี้ย (ลุกขึ้นนั่งทีหัวติดเพดานเลย ตามภาพแรก)
แถมเวลาเพ่งข้างทางนาน ๆ ภายใต้ความโค้ง ยังชวนเวียนหัวแทบอ้วกหลายรอบ
มันยังช่วยพิสูจน์สัญชาตญาณของคนชอบถ่ายรูปด้วยว่า คุณคือสายแข็งจริงหรือเปล่า 555
บ่นเยอะไปละน้อง เล่าต่อสิเล่า
ซูมได้ใกล้สุดแค่นั้นแหละครับ 18-55
ช็อตนี้คือลงเขาแล้ว มองดูเวลาก็เที่ยงกว่า ๆ แล้ว เฮ้ย ! ทำไมยังไปไม่ถึงไหนเลยวะ หิวข้าวด้วย ว่าแล้วก็จกข้าวเหนียวไส้อั่วออกมากินหน่อย
แต่พอกินไปได้แค่สองคำ รู้เรื่องเลยจ้าาาาาาา
กินข้าวตอนที่รถวิ่งโค้งไปโค้งมา ไอ้ที่กินไป ๆ มันจะย้อนออกมาทางปากน่ะสิ
แล้วผมก็ไม่อยากอ้วกบนรถด้วย เดี๋ยวจะมีปัญหาทั้งคันรถ เลยยอมแพ้
สรุปคือต้องนอนหลับไปสักพักก่อน ถึงจุดพักรถ (ไม่รู้ที่ไหน) เดี๋ยวค่อยกินทีเดียวก็ได้
ไม่รู้ที่ลาวเรียกว่าอะไร ซึ่งคล้าย ๆ กับลูกเสือ เนตรนารีที่ไทยนี่แหละครับ ถ่ายที่เมืองบุนใต้ตอนบ่ายโมงครึ่ง
เขาก็จอดให้พักกินข้าว ทำธุระส่วนตัวประมาณ 20 นาที ผมก็จัดการให้เรียบร้อยเลย
อิ่มแล้วก็เดินทางต่อครับ
หมดหน้านาก็ต่อด้วยไร่อะรูมิไล้
ทริปนี้มีความผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งคือ มาตอนที่นาข้าวเหลือแต่ตอ (เขาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว)
ซึ่งผมคาดการณ์ผิด คิดว่าช่วงที่ผมไปเป็นช่วงที่ทุ่งนาสีทอง น้องข้าวออกรวงกำลังดี
แต่ที่ไหนได้ ที่ลาวเริ่มทยอยเกี่ยวข้าวก่อนไทยประมาณ 1 เดือนนาจ้า มาสักช่วงปลายฝนกำลังดี
โ ร ง ไ ฟ ฟ้ า บุ น เ ห นื อ
อิทธิพลของเพลงไทยที่มีต่อคนลาวครับ (ตอนไปเมืองขวาก็ได้ยินคนร้องคาราโอเกะของพี่ตูนหลายเพลง)
15.30 รถมาถึงเมืองบุนเหนือ ซึ่งเป็นอีกจุดรับ - ส่งผู้โดยสารที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง
เพราะที่บุนเหนือมีสนามบิน ไปได้ทั้งอุดมไซย หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ แต่เหมือนเที่ยวบินจะมีแค่ 2 เที่ยว / สัปดาห์ (มั้ง)
จากข้อมูลที่ได้มาว่าจะถึงพงสาลีประมาณ 17.00 แสดงว่าใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว
แดดเริ่มอ่อนล้าววว
เริ่มมีบ้านคนตามริมทาง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เข้าเขตเมืองพงสาลีแล้ว
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย บร๊ะจ้าววววววววว ถึงพงสาลีเวลา 16.45 เร็วกว่าที่คิดตั้ง 15 นาทีแน่ะ
บรรยากาศสถานีขนส่งสุดชิค ภายใต้อากาศที่เย็นลงฮวบฮาบ
ที่พงสาลี พอตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว อากาศจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าในทันใด
บนหลังคารถคือ ของฝากจากระหว่างทางที่ฝากส่งความคิดถึงมายังคนพงสาลีเด้อ 55555
ถ้ารอรถสายอุดมไซย - พงสาลี ก็จะได้ความหวานเย็นไปอีกแบบหนึ่งครับ
รถมาถึงขนส่งเวลา 17.00 ไล่เลี่ยกับรถเวียงจันทน์ไม่มาก
17.00 แล้ว ว่าแต่มาถึงพงสาลีแล้ว ต้องเริ่มต้นจากอะไรก่อนวะ คืองงมาก ในสมองไม่มีข้อมูลอะไรเลยสักอย่าง
โดยเฉพาะที่พักที่ยังไม่รู้เลยว่า จะนอนที่ไหนดี เอ๋อแด็กไปสิ
ดูจากที่ตั้งสถานีขนส่งแล้ว ไม่น่าจะใช่เขตใจกลางเมือง ก็หมายความว่า
ต้องต่อเข้าไปในเมืองอีกเหรอออ ไปไงล่ะท่าน เอาเป็นว่าขอตั้งสติแปปนะ เดี๋ยวมาต่อตอนหน้ากัน 555
ปล. Chapter นี้อาจจะเล่าได้ไม่ปะติดปะต่อกันเท่าไหร่ เพราะตลอด 7 ชั่วโมงที่กินนอนอยู่บนรถคือแบบ...
เวียนหัวจนอยากจะอ้วกหลายรอบ เลยต้องนอนหลับกับตื่นมาดูวิวแบบชั่วโมงเว้นชั่วโมงสลับกันไปแบบนี้
แถมช่วงนั้นแทบจะไม่ได้จดบันทึกอะไรเลย (อาศัยข้อมูลระหว่างทางจาก Google Map เอา 555)
ปิดท้ายสวย ๆ ด้วยภาพ Teaser ของตอนต่อไปนะครับ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น