ลาวปี 5 เหนือสุดแดนลาว พงสาลี ทุลักทุเล วัดดวง เละเทะ ผิดหวัง

เกือบสามปีที่ไม่ได้ตั้งกระทู้ในพันทิป วันนี้มีโอกาสเลยมาขอแชร์ประสปการณ์การไปเที่ยวลาวโดยมอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเอง เป็นครั้งที่ 5

กระทู้ปีก่อนๆ
ปีที่1 : ทริปเล็กๆ กับรถเล็กๆ
https://pantip.com/topic/32962547
ปีที่2 : รถวิบากฮาเฮ : ลาวเหมือนเดิม แต่ไม่เหมือนเดิม
https://pantip.com/topic/34506355
https://pantip.com/topic/34507491
ปีที่3 : ทางดีๆมีไม่ไป ปากเซ สนามไซย อัตตะปือ เซกอง สาละวัน สะหวันนะเขต
https://pantip.com/topic/37069754
ปีที่4 : ทริปลาวปี 4 เกือบไปไม่ถึง
https://pantip.com/topic/38242531

ครั้งนี้ต่างจากครั้งอื่นๆที่ผ่านมา เนื่องจากจะไปเปิดประสปการณ์ใหม่ ตั้งใจจะไปเหนือสุดแดนลาว โดยมีไฮไลท์เมืองที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง นั่นคือ

พ ง ส า ลี



(ทริปนี้ผมไปเมื่อปี 2018 นะครับ)

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ที่ผมได้ไปเยือนแผ่นดินลาว และก็ได้เปลี่ยนอาชาคู่ใจ จาก CRF250ML เป็น CB500X โฉมปัจจุบัน(ณ ขณะนั้น)ที่ตั้งใจทำมาเพื่อทริปนี้โดยเฉพาะ
รถทั้งคันใส่ของดีทุกอย่าง พร้อมทุกจุด หมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นรถที่ใช้ท่องเที่ยวยาวๆ หวังว่ารถมหาอวยแห่งโลกออนไลน์ คงไม่ทำให้ผิดหวัง



ตามกำหนดการณ์คือ 5-10 ธันวา 2018 แต่จะเริ่มเดินทางช่วงเย็นวันที่ 4

แต่เพื่อนร่วมทาง ยังเป็น CRF ด้วยความห่างของ CC ทำให้ทริปนี้ ต้องแยกกันไป

โดยที่ CRF จะออกเดินทางไปก่อน เพราะหยุดได้ก่อน ออกแต่เช้า วันที่ 4 ส่วนผม จะตามไปหลังเลิกงาน

- 4 ธันวาคม 2018

(เหตุการณ์วันนี้ตัวหนังสือเยอะหน่อยนะครับ ไม่ค่อยได้เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว สามารถข้ามไปได้เลย)

จุดนัดหมายคือ เจอกันที่เชียงใหม่ นอนเชียงใหม่สักคืน วันรุ่งขึ้น(5 ธันวา) จะได้ออกแต่เช้า รีบข้าด่านเชียงของ และถึงหลวงน้ำทาก่อนเย็น จะได้เดินตลาด Ninght market กัน

แต่ก็ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น

หลังจาก CRF ได้โทรมาบอกว่าได้ออกเดินทางแล้วในช่วงเช้า ผมก็ยังปฏิบัติงานต่อ เตรียมพร้อมจะออกเดินทางในตอนเย็น พร้อมกับวางแผนท่องราตรีเชียงใหม่ในคืนนี้
แต่ช่วงบ่าย ก็มีโทรศัพท์จาก CRF แจ้งเหตุว่า สายรัดหัวล็อคสีส้ม ที่พันกล่องไว้ ได้เข้าไปพันกับล้อ ทำให้ซับเฟรมท้ายเบี้ยว
ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรมาก จนกระทั้งผมเห็นรูปถึงกับร้อง ยิ้มยยยยยยย
ซับเฟรมช่วงท้าย เอียงจากองศาปกติเกือบ 90องศา ทำให้รถไม่สามารถเดินทางต่อได้แล้ว
เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว จึงหาร้านแก้ไขแทบไม่ได้
ผมรีบโทรหาสหายในพื้นที่เกิดเหตุทันที เพื่อหาทางแก้ไข อย่างน้อย ก็ให้สามารถเดินทางกลับบ้านได้
สหายได้ฝากฝังคนพื้นที่ไว้ รับปากว่าจะแก้ไขให้ แต่จะเริ่มทำได้ในวันรุ่งขึ้น และจะรีบทำให้แต่เช้า
เอาล่ะสิ จากแผนคือ นอนเชียงใหม่ วันนี้ได้แค่ไม่ถึงครึ่งทาง
คืนนี้เรานอนที่ จ. ตาก
เลิกงานผมก็รีบเดินทางไปสมทบทันที

- 5 ธันวาคม 2018
รีบตื่นแต่เช้า เพื่อจะได้รีบแก้ไขรถ ส่วนเรื่องจะเดินทางต่อหรือไม่ ค่อยตัดสินใจอีกทีว่ารถจะออกมาสภาพไหน


ช่างได้ทำการรื้อ และได้เริ่มเป่าไฟดัดกลับแล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่รอ ในใจก็ลุ้นว่า จะได้ไปต่อไหม
ถ้าแก้แล้วไม่ไหว ขอแค่ขี่กลับก็ยังดี



ในที่สุดก็สำเร็จ ออกมาค่อนข้างเป๊ะ ประกอบชุดสีและแร็คกลับคืนได้เหมือนเดิม
สรุปกันว่า ทริปเราต้องไปต่อ !

แต่เวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงช่วงเที่ยง ตามกำหนดการณ์ที่วางแผนไว้ เวลานี้เราควรจะข้ามด่าน ลัลลาอยู่ในลาวแล้ว
แต่ตอนนี้ เรายังอยู่แค่ จ.ตาก ไปได้ไม่ถึงครึ่งทางของชายแดนด้วยซ้ำ
รีบเก็บข้าวของ ขอบคุณทีมงานและสหาย ออกเดินทางต่อ ถึงกี่โมงก็ช่างแต่ต้องไปให้เร็วที่สุด
ระหว่างการเดินทาง ผมพยายามติดต่อหาสหายอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชำนาญพื้นที่พอสมควร ถามถึงเรื่องที่พักใกล้ด่าน หากเราไปไม่ทันด่านปิด(ซึ่งคาดว่าไม่ทัน)
ขี่รถไป พูดคุยไป(ด้วยบลูทูธติดหมวก) เล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
สหายท่านนั้น ตอบกลับมาว่า ขอให้ไปถึงให้เร็วที่สุด
ผมจำไม่ได้ว่ามาถึงด่านกี่โมง ทุกอย่างมืดมาก ไม่มีใครอีกแล้วที่ด่านนี้ มีเพียง จนท ไม่กี่ท่าน ที่ยังอยู่รอ
เหตุการณ์ระหว่างข้ามขอไม่เอ่ยถึงนะครับ ขอบคุณสหายทุกท่าน



หลังจากข้ามมาแล้ว ทางฝั่งลาวก็แนะนำว่า อย่าไปเลย ให้นอนแถวนี้ ไม่มีใครเดินทางหรอก นี่มันดึกมากแล้ว
ตั้งหลัก หาร้านเฝอกิน ปรึกษาวางแผนกันใหม่



เนื่องจากเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ผิดแผนมาเยอะมาก หากวันนี้เรายังนอนที่นี่ จะยิ่งทำให้แผนมันเละไปกันใหญ่
เราสองคนจึงตัดสินใจ เดินทางต่อ คืนนี้ต้องไปถึงหลวงน้ำทาให้ได้ !

ท่ามกลางความมืดมิด มีรถบรรทุกสวนมาเป็นระยะ คิดไม่ผิดที่ติดไฟสปอทไลท์ไว้ถึงสองคู่ ช่วยได้มากสำหรับการเดินทางในลาวยามค่ำคืน เพราะที่ลาว มันมืดจริงๆ

- 6 ธันวาคม 2018
500Xนำ CRFตาม ในที่สุดเราก็มาถึงหลวงน้ำทา ตอนเวลาตีหนึ่ง

เมืองเงียบบบบบบบบมาก เหมือนเมืองร้าง ไม่มีคนเลย ที่พักก็น้อย ที่เจอก็ปิดหมด
"Shipหายละ แม่มปิดหมดเลย เราจะนอนที่ไหนกันดี"
"ถ้าหาไม่ได้ คงต้องนอนวัดล่ะพี่"
"งั้นวนหาวัดกัน"
เราคุยกันผ่านบลูทูธ

ระหว่างวนหาวัด ผมกลับได้ยินเสียงคุ้นๆดังแว่วๆมา ไม่ไกลจากที่ๆผมอยู่
ผมรีบหันหัวรถ ขี่ไปหาแหล่งกำเนิดเสียงนั้นให้เร็วที่สุด
อย่างน้อย ได้สอบถามพูดคุยกันก็ยังดี

โชคเข้าข้างเราอีกแล้ว เสียงนั้นดังมาจาก เรือนพักแห่งหนึ่ง แม้รั้วจะปิดแล้ว แต่ข้างในยังเปิดไฟ
เสียงนั้นดังกระหึ่มมาก เป็นเสียงที่ออกมาจากเครื่องเสียงชุดใหญ่ และที่ว่าเสียงคุ้นๆ เพราะว่าเสียงนั้นคือเสียงเกม ROV !

ผมรีบลงมายกรั้วออก และขี่เข้าไป
มีเสียงเกม แสดงว่ามันต้องมีคนเล่นเกม และที่นี่คือเรือนพัก
กูรอดแล้วโว้ย

ไม่นานนัก มีหนุ่มน้อยทำหน้ามึนๆ โผล่ออกมาดู ผมเลยบอกว่า เล่นไปก่อนๆไม่รีบ
หนุ่มน้อยคนนั้นเลยนั่งเล่นต่อ

หลังจบเกม เราก็ได้ติดต่อขอพัก เปิดห้องเรียบร้อย

โชคดีมากที่หนุ่มน้อย อยากได้อรรถรสในการดันป้อม เลยต่อเสียงออกเครื่องเสียงชุดใหญ่ เปิดเสียงสนั่น(เพราะปกติคงไม่มีใครเค้าทำกัน)
ทำให้ผมได้มาเจอที่พักในวันนี้


ตื่นเช้ามา เราก็ท่องเมืองหลวงน้ำทาเล็กน้อย หาข้าวกิน แลกเงินกีบ


เป็นกะเพราที่ไม่อร่อยเลย

แผนต่อไปของเราคือ ไปชายแดนลาว-จีน
ในใจกะว่า ไปด่านชายแดน เผื่อได้เดินข้ามไปจีนเล็กๆน้อยๆ ประมาณว่าตลาดชายแดน บอร์เดอพาส อะไรทำนองนั้น ถ่ายรูปชิคๆคูลๆว่ากูมาจีนแล้วเว้ย แค่ก็นั้นพอ
ไม่ได้ตั้งใจจะเอารถไปขี่ในจีน แล้วจะเลยขึ้นไปนอนที่พงสาลี

ตัดภาพมาอีกที ที่ด่านบอเต็น ชายแดนจีน-ลาว



ขอบ่อนหน่อย ไม่น่ามาเลยยยยยย ร้อน แล้ง มีแต่ฝุ่น ไม่มีตลาด ไม่มีห่าไรทั้งนั้น มีแต่รถบรรทุก บัดซบแท้

เดินทางต่อ คืนนี้เราจะไปนอนกันที่พงสาลี
ดูจากแผนที่ในมือถือ เส้นทางไปพงสาลี เราต้องผ่านเมือง บุนไต้
จะมีเส้นทางไปได้สองเส้นทาง
เส้นทางแรก 70 กว่าโล เป็นทางแดง
เส้นทาวที่สอง 220 กว่าโล อ้อมออกไปไกลมาก เป็นทางดำ
โอ้โห ย่นระยะไปได้ตั้ง 150 โล เลือกเส้นทางใกล้สิครับ รอไร
มั่นใจในสกิลวิบากของตัวเองพอสมควร ทางแดงแค่ 70 โล จิ๊บๆ

ซึ่งมันเป็นการเลือกที่ผิดพลาด
ด้วยน้ำหนักรถ และช่วงล่างของรถ 500x ทำให้การเดินทางในทางแดงนั้น แย่มาก
แทบไม่สามารถยืนรูดได้แบบ CRF ต้องขี่ด้วยเกียร์ 1 2 3 เกือบตลอดทาง
ในบางช่วงถ้ามันไม่แย่มาก ก็มียืนรูดบ้าง เพราะไม่อยากขี่ช้าจนเกินไป
และด้วยความทุรกันดารของเส้นทางนี้เอง ทำให้แร็ค GIVI ตรงรุ่น งอลง จนกล่อง จะเบียดกับชุดสีและไฟท้ายแล้ว

กว่าจะหลุด 70 โลนั้นได้ ใช้เวลาไปมากกว่า 3 ชม. พอถึงเมืองบุนไต้ เจอทางดำ ก็โล่งใจ
เราเดินทางมาถึงพงสาลีช่วงเย็นๆ เป็นเมืองเงียบๆ เรียบง่าย จองห้องพักเสร็จก็ไปหาข้าวกิน
จากที่ได้ทำการบ้านมาบ้างเล็กน้อย มื้อนี้เราจะฝากท้องที่ร้าน ลาวเป้อร์ เป็นร้านดังของที่นี่ นักท่องเที่ยวนิยมกัน
เราก็จินตนาการสภาพร้านดังว่ามันต้องดูดี ในระดับนึง
แต่ความจริง



ร้านคือแบบ สภาพพพพพพพ
ขยะเต็มพื้น สุนัขจรจัดเดินเพ่นพ่านในร้าน เสียงกินอาหารของโต๊ะอื่นๆดังโช้งเช้ง
แต่ก็ช่างมัน มาถึงแล้วกินก่อนละกัน

เราพบเจอปัญหาใหม่
เนื่องจาก ที่นี่ เป็นเมืองทางเหนือ เกือบสุดๆของลาว ซึ่งจะใก้กับจีน และเวียดมาก
ทำให้ชาวเมือง ไม่ค่อยใช้ภาษาลาว
จะเน้นไปทางภาษาจีนและเวียดแทน
ขอเมนู ก็ไม่มี ที่นี่ไม่มีเมนู
ยิ้มละ จะสั่งยังไงละนี่
คุยจนเมื่อยมือ ได้ใจความว่า
ที่นี่เวลาสั่งอาหาร ให้ไปที่หน้าตู้แช่ แล้วชี้เลือกเอา ว่าจะเอาไอ้นั่น ผัดกับไอ้นี่ อันนี้ต้ม เอาอันโน้นทอด
คือเลือกมิกซ์ได้ตามใจ
เราจึงไปเดินไปหน้าตู้แช่
ภาพตรงหน้าถึงกับผงะ
ในตู้แช่มีแต่ชิ้นส่วน สัตว์ประหลาดเต็มไปหมด
ขากวาง ตัวนิ่ม
หาง อะไรไม่รู้
กระรอก หนู นก
ทีเด็ดคือ อาเฮีย(หรือสายพันธุ์ใกล้เคียง) ทั้งตัว นอนอยู่
ย้ำว่า ทั้งตัว นอนยาว ในตู้แช่เย็น
ในใจเราสองคน ร้องยิ้มยยย หนักมาก

โชคดีที่เราได้เซฟภาพที่เคยหาข้อมูลไว้ เลยเปิดภาพให้ดู ถามว่าร้านนี้ใช่มั้ย
และขอเมนูตามนี้เลย ไม่เอาสัตว์ประหลาดใดๆทั้งสิ้น ขอแค่หมู เท่านั้น
ทางร้านพยักหน้าแบบงงๆ





หน้าตาอาหารดูดี รสชาติใช้ได้ แต่บรรยากาศแย่มาก นั่งกินไป เจ๊กข้างๆก็ขากยิ้มไป น้องหมาเดินลอดโต๊ะนั้นออกโต๊ะนี้หาเศาอาหารกิน
ก็ได้ฟิลไปอีกแบบ

หลังกินเสร็จเรียบร้อย ก็กลับเข้าที่พัก พอขึ้นถึงห้องปุ๊บ ก็พบว่า

ห้องไม่มีแอร์ และเครื่องทำน้ำอุ่นใช้ไม่ได้

สะดุดตาที่ผนังห้อง เหมือนจะเคยมีหน้าต่าง แต่ถูกโบกปูนปิดไป

เลยถามพนักงานว่า ห้องไม่มีแอร์เหรอ
พนักงานถามกลับมาว่า พี่ยังจะเอาแอร์อีกเหรอครับ(ลืมเล่าไปว่า พนักงานพอจะพูดภาษาไทยได้)
เออ ก็จริง อากาศตอนนั้นหยาวShipหาย โอเคๆไม่มีแอร์ไม่เป็นไร ยังไงช่วยแก้เครื่องทำน้ำอุ่นให้หน่อยนะ
พนักงานจัดการให้เรียบร้อย เครื่องทำน้ำอุ่นใช้ได้แล้ว ก็ยังดี
พอตกดึกถึงรู้ว่าทำไมถึงปิดหน้าต่างไป
เพราะมัน หนาวมาก

เดี๋ยวมาต่อ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่