สวัสดีค่า~~ วันนี้จะมารีวิวทำศัลยกรรมผ่าตัดโครงหน้าที่เกาหลีกันค่ะ
แพรเคยศึกษาผ่านพันทิปมาก่อนจะไปศัลยกรรม พอได้ไปศัลยกรรมมาเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์การไปทำศัลยกรรมโครงหน้ามาค่ะ
จริงๆหลายคนเห็นรูปก่อนทำคงคิดว่าน่ารักอยู่แล้วไปทำอีกทำไมอีกแน่ๆเลย
ถ้าสังเกตุดูจะเห็นว่าหน้าแพรไม่เท่ากันค่ะ เวลาถ่ายงานเลยต้องเอาผมมาบังหน้าอีกข้างไว้ เลยไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่

แล้วเวลาอยู่ไทยเราก็ดูแลแก้ปัญหา ทั้งฉีดโบท็อกซ์ก็แล้วยังไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ คิดแล้วคิดอีกยังไงดี
เพราะก็กลัวเจ็บอีก กลัวปัญหาโน่นนี่นั่นอีก ไปลองคุยกับพี่ๆในวงการมาเยอะ
ก็เลยตัดสินใจมาทำหน้าที่เกาหลีดีกว่า
งานตา จมูก ทำที่ไทย แต่โครงหน้าต้องให้เกาหลีจริงๆจะได้ทีเดียวจบ
เพื่อนพี่เค้ามีทั้งคนไทยกับคนเกาหลีพากันแนะนำมาหลายๆที่ เค้าบอกว่าให้ลองศึกษาดู
ความรู้สึกเราคืออยากได้รพ.ที่ถูกใจในสไตล์ที่เราชอบ เหตุผลที่เลือกรพ.นี้
เพราะเราชอบสไตล์ของหมอค่ะ หมอมีหลายคน หลายรพ. แต่ละที่ก็จะมีสไตล์ไม่เหมือนกัน
หมอบางรพ.ทำสไตล์เกาหลีที่ทำแต่ดูไม่ออกว่าทำอะไร ที่ดารา นักร้องหายหน้าไปแล้วกลับมาสวย หล่อ
แต่เรามองไม่ออกว่าไปทำอะไรมา แต่รู้สึกว่าต้องไปทำมา ประมาณนั้น
กับอีกแบบที่หมอจะถามว่าเอาให้เล็กที่สุดเลยใช่มั้ย ไม่แคร์ว่าคนจะมองออกว่าศัลยกรรมใช่มั้ย
แพรก็โอเคกับรพ.ส่วนนึงมาจากสไตล์ของหมอ ส่วนนึงคือพี่ที่เคยไปทำบอกว่าโอเค
คนไทยไม่ค่อยรู้จักกันแต่คนเกาหลีไปทำเยอะจริงๆ ก็เลยลองศึกษาดูก่อน

ก่อนปรึกษาต้องถ่ายซีทีสแกนโครงหน้าก่อน ไปถึงปุ๊บถ่ายปั๊บ
แล้วก็ตรวจคลื่นหัวใจ เอ็กซเรย์ ตรวจเลือดอย่างละเอียด
ของเราตรวจแล้วไม่มีปัญหาอะไรสามารถผ่าตัดได้
แต่ของเพื่อนอีกคนที่มาทำพร้อมกันมีปัญหาเรื่องการเหนื่อยง่ายกว่า

ต่อไปปรึกษาคอนเซ้าท์ค่ะ ก่อนเจออาจารย์หมอของเกาหลีต้องปรึกษาคอนเซ้าท์ก่อนแล้วเค้าจะเขียนชาร์ทบอกอาจารย์หมอ
แล้วต่อไปก็พบอาจารย์หมอ จากนั้นมาสรุปกับคอนเซ้าท์อีกทีแล้วจากนั้นก็ผ่าตัด


ปัญหาของแพร
-โหนกด้านข้างใหญ่ไป อาจารย์หมอจะผ่าตัดแล้วทำให้กระดูกโหนกเข้ามาด้านใน ไม่ใช่ตัดออก
เพราะอาจารย์หมอบอกว่าถ้าตัดมากไป หน้าแพรจะดูเหี่ยวและแก่เกินวัย
คนเกาหลีส่วนมากชอบทำโหนกแก้มให้เข้ามาด้านหน้า เพื่อให้ได้กรอบหน้าที่เรียวแล้วก็ดูไม่แก่
เพราะไม่ได้ตัดทั้งหมดแต่ทำให้โหนกเข้าที่ มีโหนกนิดหน่อยๆเวลายิ้มจะได้น่ารักและไม่แก่ค่ะ
นี่เป็นทริคที่อาจารย์หมอบอกมาค่ะ หุหุ
-กราม กรามแพรใหญ่ไม่เท่ากันค่ะ
อาจารย์หมอบอกว่าปกติคนที่กรามไม่เท่ากันจะมี2แบบคือ แบบแรกกรามใหญ่เพราะกระดูกใหญ่อย่างเดียว
เคสแบบนี้ผ่าตัดกรามอย่างเดียวแล้วจบค่ะ แก้ปัญหาได้ตรงจุดไปเลย
แบบที่สองคือกรามใหญ่เพราะกระดูกใหญ่และกล้ามเนื้อกับไขมันเยอะด้วย เคสของแพรอยู่ในกลุ่มนี้ค่ะ
เพราะฉะนั้นเวลาผ่าตัดออกมาหน้าจะแก้ปัญหาได้บางส่วน แต่ต้องดูดไขมันและกล้ามเนื้อบางส่วนออก
ถึงจะช่วยแก้ปัญหาได้100%
โชคดีที่อาจารย์หมอมีเทคนิคผ่าตัดแล้วช่วยดูดไขมันกับกล้ามเนื้อออกมาด้วย
และเคสแบบนี้เวลาผ่าตัดหน้าจะบวมมาก อาจารย์หมอบอกว่า
ต้องรออย่างมากถึง6เดือนถึงจะหายยุบเกือบหมด แต่เพื่อนแพรไม่มีไขมันที่หน้าจะยุบเร็วกว่า
-คาง
คางของแพรเคยฉีดฟีลเลอร์ที่ไทยมา เค้าบอกว่าเป็นฟีลเลอร์ละลายแต่จริงๆมันก็ยังอยู่ค่ะ ไม่สลายไป
คอนเซ้าท์จับแล้วบอกว่ายังมีฟีลเลอรตกค้าง อาจารย์หมอก็บอกเหมือนกันค่ะ แพรเลยต้องขูดฟีลเลอร์ออกก่อน
ประเด็นสำคัญคือคางแพรไม่เท่ากันค่ะ อาจารย์หมอบอกว่าพอรู้สึกว่าคางไม่เท่ากันแพรเลยชอบเอียงหน้าถูกมั้ย
อาจารย์หมอเก่งมากจริงๆค่ะ แพรชอบเอียงหน้าเวลาถ่ายรูปจนติดเป็นนิสัยแล้วจริงๆ อาจารย์หมอเลยบอกว่า
คางต้องทำให้มันเท่ากันแล้วอาจารย์หมอจะเลื่อนคางออกมาข้างหน้านิดหน่อย
พนักงานให้กรอกเอกสารต่างๆยอมรับการผ่าตัด แล้วก็การยอมรับการดมยา
จากนั้นไปล้างหน้า เปลี่ยนชุดอีกรอบเป็นชุดก่อนจะพบอาจารย์หมออีกรอบค่ะ
ดูจากรูปเห็นได้ชัดมากว่าหน้าแพรไม่เท่ากันค่ะ TOT

อาจารย์หมอมาดีไซน์หน้าอีกรอบก่อนเข้าห้องผ่าตัดค่ะ
อาจารย์หมอย้ำว่าจะทำเทคนิคอะไรบ้างและบอกว่าไม่ต้องกังวล
หมอจะทำให้สวยที่สุด

จากนั้นก็ไปผ่าตัด ใช้เวลาทั้ง3ชม.ค่ะ แล้วพอฟื้นก็นอนพักในห้องพักฟื้นค่ะ
ฟื้นมาต้องทนห้ามนอนเพื่อให้ยาสลบในปอดเรานั้นออกมาคะ
ทรมานตรงช่วงนี้แหละคะ อยากนอนแต่ไม่ได้นอน ตื่นมาก็พบสายเดรนจากในปากแบบรูป
น่ากลัวนิดนึงแต่ไม่เจ็บเลยคะ จะเจ็บแค่ช่วงคางที่ขูดฟิลเลอร์เท่านั้น


หน้าบวมมากกกกกกกกกกกกกกกกก แต่อาจารย์หมอบอกไว้ว่าวันนี้ยังบวมไม่สุดค่ะ ต้องรอวันที่3หลังการผ่าตัด
จัดเต็มแน่ๆเรื่องการบวม เราต้องนอนรพ.1คืน ถึงจะออกรพ.ได้ค่ะ คนอื่นไม่สามารถนอนเฝ้าเราได้ค่ะ
แต่มีพยาบาลคอยดูแลตลอด24ชม. จริงๆคือพูดไม่ได้อยู่แล้ว จะสื่อสารก็ยาก
แต่ดีที่มีพี่ล่ามคอยดูแล ถามในไลน์แล้วพี่พิมพ์เกาหลีมาให้พยาบาลดู
ไม่ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยเพราะว่าต่อท่อปัสสาวะให้แล้วค่ะ
เหนือสิ่งอื่นใด หิวมากกกกก แต่กว่าจะกินน้ำหลังผ่าตัดได้หลายชม.ค่ะ

วันต่อมาอาจารย์หมอมาเอาสายเลือดออกให้ค่ะ จากนั้นก็เตรียมตัวกลับบ้านได้เลย
รพ.จะให้ที่ประคบเย็น ยาบ้วนปาก ที่ต้องบ้วนบ่อยมากๆ แล้วก็ใบสั่งยามาให้ค่ะ
แต่กลิ่นแบบไม่ไหวมาก แพรขอซื้อตัวที่พอบ้วนแล้วกลิ่นไม่ทนไหวดีกว่าค่ะ

อีกอันที่ควรระวังแพรไม่ทานยาอะไรนอกเหนือจากยาที่อาจารย์หมอสั่งจ่ายให้7วัน
นอกจากยาที่อาจารย์หมอสั่งจ่าย ถ้าปวดอาจารย์หมอให้กินเพิ่มได้แค่ไทลินอลค่ะ
เพราะเพื่อนแพรเคยมาทำแล้วเอายามากินเองตามคำแนะนำของคนอื่นๆว่าดี
แล้วอาการไม่ดี เวียนหัว จะอ้วกตลอด พออาจารย์หมอรู้ ดุใหญ่เลยค่ะ
ว่ายาที่หมอสั่งจ่ายรวมอยู่ในนั้นครอบคลุมทุกอย่าง แต่ถ้าเราไปกินยาอะไรที่นอกเหนือจากนั้น
เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นแพรระวังเรื่องการกินยามากค่ะ
ทุกอย่างต้องถามอาจารย์หมอและเภสัชกรณ์ก่อนทุกครั้งเพื่อความมั่นใจ
ตัวที่แนะนำจากเภสัชกรณ์เกาหลีคือตัวนี้ค่ะ

ต่อไปเป็นรูปวันที่8ค่ะ
อาจารย์หมอให้ใส่ผ่ารัดหน้า ตลอด24 ชั่วโมงค่ะ
จากนั้นให้ใส่ผ้ารัดหน้าเฉพาะตอนนอนครบ1อาทิตย์แล้วก็ไม่ต้องใส่แล้วค่ะ
ที่ต้องถอดเพราะถ้าใส่เยอะไปมันจะไปรัดหน้า ทำให้หน้าเราหายบวมยากค่ะ
หลังตัดไหมแผลหน้าหูแล้ว สระผมแต่งหน้าได้ตามปกติค่ะ
ของแพรตัดไหมวันที่8จากวันผ่าตัด

ส่วนไหมในปากก็ต้องรอละลายประมาณ1-2เดือนค่ะ
อันนี้เป็นรูปวันที่8หลังการผ่าตัดค่ะ
พอตัดไหมแล้ว วันรุ่งขึ้นสระผม แต่งหน้าได้จัดเต็มเลยค่ะ
แต่ต้องระวังเป่าและดูแผลที่ตัดไหมให้แห้งสนิทค่ะ
หน้ายังบวมอยู่ค่ะปากก็ยังบวมค่ะ แต่อาจารย์หมอบอกว่าเป็นเรื่องปกติ
เราจะบวมตอนเช้าแล้วตอนเย็นจะค่อยๆลดบวมไปเอง เป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆค่ะ
เดี่ยวแพรจะมารีวิวหน้าเพิ่มนะคะ
ถ้าใครสงสัยอะไรส่งมาสอบถามแพรได้ค่ะ

[SR] ทำวีไลน์แก้หน้าไม่เท่ากันที่เกาหลี
แพรเคยศึกษาผ่านพันทิปมาก่อนจะไปศัลยกรรม พอได้ไปศัลยกรรมมาเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์การไปทำศัลยกรรมโครงหน้ามาค่ะ
จริงๆหลายคนเห็นรูปก่อนทำคงคิดว่าน่ารักอยู่แล้วไปทำอีกทำไมอีกแน่ๆเลย
ถ้าสังเกตุดูจะเห็นว่าหน้าแพรไม่เท่ากันค่ะ เวลาถ่ายงานเลยต้องเอาผมมาบังหน้าอีกข้างไว้ เลยไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่
แล้วเวลาอยู่ไทยเราก็ดูแลแก้ปัญหา ทั้งฉีดโบท็อกซ์ก็แล้วยังไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ คิดแล้วคิดอีกยังไงดี
เพราะก็กลัวเจ็บอีก กลัวปัญหาโน่นนี่นั่นอีก ไปลองคุยกับพี่ๆในวงการมาเยอะ
ก็เลยตัดสินใจมาทำหน้าที่เกาหลีดีกว่า
งานตา จมูก ทำที่ไทย แต่โครงหน้าต้องให้เกาหลีจริงๆจะได้ทีเดียวจบ
เพื่อนพี่เค้ามีทั้งคนไทยกับคนเกาหลีพากันแนะนำมาหลายๆที่ เค้าบอกว่าให้ลองศึกษาดู
ความรู้สึกเราคืออยากได้รพ.ที่ถูกใจในสไตล์ที่เราชอบ เหตุผลที่เลือกรพ.นี้
เพราะเราชอบสไตล์ของหมอค่ะ หมอมีหลายคน หลายรพ. แต่ละที่ก็จะมีสไตล์ไม่เหมือนกัน
หมอบางรพ.ทำสไตล์เกาหลีที่ทำแต่ดูไม่ออกว่าทำอะไร ที่ดารา นักร้องหายหน้าไปแล้วกลับมาสวย หล่อ
แต่เรามองไม่ออกว่าไปทำอะไรมา แต่รู้สึกว่าต้องไปทำมา ประมาณนั้น
กับอีกแบบที่หมอจะถามว่าเอาให้เล็กที่สุดเลยใช่มั้ย ไม่แคร์ว่าคนจะมองออกว่าศัลยกรรมใช่มั้ย
แพรก็โอเคกับรพ.ส่วนนึงมาจากสไตล์ของหมอ ส่วนนึงคือพี่ที่เคยไปทำบอกว่าโอเค
คนไทยไม่ค่อยรู้จักกันแต่คนเกาหลีไปทำเยอะจริงๆ ก็เลยลองศึกษาดูก่อน
ก่อนปรึกษาต้องถ่ายซีทีสแกนโครงหน้าก่อน ไปถึงปุ๊บถ่ายปั๊บ
แล้วก็ตรวจคลื่นหัวใจ เอ็กซเรย์ ตรวจเลือดอย่างละเอียด
ของเราตรวจแล้วไม่มีปัญหาอะไรสามารถผ่าตัดได้
แต่ของเพื่อนอีกคนที่มาทำพร้อมกันมีปัญหาเรื่องการเหนื่อยง่ายกว่า
ต่อไปปรึกษาคอนเซ้าท์ค่ะ ก่อนเจออาจารย์หมอของเกาหลีต้องปรึกษาคอนเซ้าท์ก่อนแล้วเค้าจะเขียนชาร์ทบอกอาจารย์หมอ
แล้วต่อไปก็พบอาจารย์หมอ จากนั้นมาสรุปกับคอนเซ้าท์อีกทีแล้วจากนั้นก็ผ่าตัด
-โหนกด้านข้างใหญ่ไป อาจารย์หมอจะผ่าตัดแล้วทำให้กระดูกโหนกเข้ามาด้านใน ไม่ใช่ตัดออก
เพราะอาจารย์หมอบอกว่าถ้าตัดมากไป หน้าแพรจะดูเหี่ยวและแก่เกินวัย
คนเกาหลีส่วนมากชอบทำโหนกแก้มให้เข้ามาด้านหน้า เพื่อให้ได้กรอบหน้าที่เรียวแล้วก็ดูไม่แก่
เพราะไม่ได้ตัดทั้งหมดแต่ทำให้โหนกเข้าที่ มีโหนกนิดหน่อยๆเวลายิ้มจะได้น่ารักและไม่แก่ค่ะ
นี่เป็นทริคที่อาจารย์หมอบอกมาค่ะ หุหุ
-กราม กรามแพรใหญ่ไม่เท่ากันค่ะ
อาจารย์หมอบอกว่าปกติคนที่กรามไม่เท่ากันจะมี2แบบคือ แบบแรกกรามใหญ่เพราะกระดูกใหญ่อย่างเดียว
เคสแบบนี้ผ่าตัดกรามอย่างเดียวแล้วจบค่ะ แก้ปัญหาได้ตรงจุดไปเลย
แบบที่สองคือกรามใหญ่เพราะกระดูกใหญ่และกล้ามเนื้อกับไขมันเยอะด้วย เคสของแพรอยู่ในกลุ่มนี้ค่ะ
เพราะฉะนั้นเวลาผ่าตัดออกมาหน้าจะแก้ปัญหาได้บางส่วน แต่ต้องดูดไขมันและกล้ามเนื้อบางส่วนออก
ถึงจะช่วยแก้ปัญหาได้100%
โชคดีที่อาจารย์หมอมีเทคนิคผ่าตัดแล้วช่วยดูดไขมันกับกล้ามเนื้อออกมาด้วย
และเคสแบบนี้เวลาผ่าตัดหน้าจะบวมมาก อาจารย์หมอบอกว่า
ต้องรออย่างมากถึง6เดือนถึงจะหายยุบเกือบหมด แต่เพื่อนแพรไม่มีไขมันที่หน้าจะยุบเร็วกว่า
-คาง
คางของแพรเคยฉีดฟีลเลอร์ที่ไทยมา เค้าบอกว่าเป็นฟีลเลอร์ละลายแต่จริงๆมันก็ยังอยู่ค่ะ ไม่สลายไป
คอนเซ้าท์จับแล้วบอกว่ายังมีฟีลเลอรตกค้าง อาจารย์หมอก็บอกเหมือนกันค่ะ แพรเลยต้องขูดฟีลเลอร์ออกก่อน
ประเด็นสำคัญคือคางแพรไม่เท่ากันค่ะ อาจารย์หมอบอกว่าพอรู้สึกว่าคางไม่เท่ากันแพรเลยชอบเอียงหน้าถูกมั้ย
อาจารย์หมอเก่งมากจริงๆค่ะ แพรชอบเอียงหน้าเวลาถ่ายรูปจนติดเป็นนิสัยแล้วจริงๆ อาจารย์หมอเลยบอกว่า
คางต้องทำให้มันเท่ากันแล้วอาจารย์หมอจะเลื่อนคางออกมาข้างหน้านิดหน่อย
พนักงานให้กรอกเอกสารต่างๆยอมรับการผ่าตัด แล้วก็การยอมรับการดมยา
จากนั้นไปล้างหน้า เปลี่ยนชุดอีกรอบเป็นชุดก่อนจะพบอาจารย์หมออีกรอบค่ะ
ดูจากรูปเห็นได้ชัดมากว่าหน้าแพรไม่เท่ากันค่ะ TOT
อาจารย์หมอมาดีไซน์หน้าอีกรอบก่อนเข้าห้องผ่าตัดค่ะ
อาจารย์หมอย้ำว่าจะทำเทคนิคอะไรบ้างและบอกว่าไม่ต้องกังวล
หมอจะทำให้สวยที่สุด
จากนั้นก็ไปผ่าตัด ใช้เวลาทั้ง3ชม.ค่ะ แล้วพอฟื้นก็นอนพักในห้องพักฟื้นค่ะ
ฟื้นมาต้องทนห้ามนอนเพื่อให้ยาสลบในปอดเรานั้นออกมาคะ
ทรมานตรงช่วงนี้แหละคะ อยากนอนแต่ไม่ได้นอน ตื่นมาก็พบสายเดรนจากในปากแบบรูป
น่ากลัวนิดนึงแต่ไม่เจ็บเลยคะ จะเจ็บแค่ช่วงคางที่ขูดฟิลเลอร์เท่านั้น
หน้าบวมมากกกกกกกกกกกกกกกกก แต่อาจารย์หมอบอกไว้ว่าวันนี้ยังบวมไม่สุดค่ะ ต้องรอวันที่3หลังการผ่าตัด
จัดเต็มแน่ๆเรื่องการบวม เราต้องนอนรพ.1คืน ถึงจะออกรพ.ได้ค่ะ คนอื่นไม่สามารถนอนเฝ้าเราได้ค่ะ
แต่มีพยาบาลคอยดูแลตลอด24ชม. จริงๆคือพูดไม่ได้อยู่แล้ว จะสื่อสารก็ยาก
แต่ดีที่มีพี่ล่ามคอยดูแล ถามในไลน์แล้วพี่พิมพ์เกาหลีมาให้พยาบาลดู
ไม่ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยเพราะว่าต่อท่อปัสสาวะให้แล้วค่ะ
เหนือสิ่งอื่นใด หิวมากกกกก แต่กว่าจะกินน้ำหลังผ่าตัดได้หลายชม.ค่ะ
รพ.จะให้ที่ประคบเย็น ยาบ้วนปาก ที่ต้องบ้วนบ่อยมากๆ แล้วก็ใบสั่งยามาให้ค่ะ
แต่กลิ่นแบบไม่ไหวมาก แพรขอซื้อตัวที่พอบ้วนแล้วกลิ่นไม่ทนไหวดีกว่าค่ะ
อีกอันที่ควรระวังแพรไม่ทานยาอะไรนอกเหนือจากยาที่อาจารย์หมอสั่งจ่ายให้7วัน
นอกจากยาที่อาจารย์หมอสั่งจ่าย ถ้าปวดอาจารย์หมอให้กินเพิ่มได้แค่ไทลินอลค่ะ
เพราะเพื่อนแพรเคยมาทำแล้วเอายามากินเองตามคำแนะนำของคนอื่นๆว่าดี
แล้วอาการไม่ดี เวียนหัว จะอ้วกตลอด พออาจารย์หมอรู้ ดุใหญ่เลยค่ะ
ว่ายาที่หมอสั่งจ่ายรวมอยู่ในนั้นครอบคลุมทุกอย่าง แต่ถ้าเราไปกินยาอะไรที่นอกเหนือจากนั้น
เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นแพรระวังเรื่องการกินยามากค่ะ
ทุกอย่างต้องถามอาจารย์หมอและเภสัชกรณ์ก่อนทุกครั้งเพื่อความมั่นใจ
ตัวที่แนะนำจากเภสัชกรณ์เกาหลีคือตัวนี้ค่ะ
ต่อไปเป็นรูปวันที่8ค่ะ
อาจารย์หมอให้ใส่ผ่ารัดหน้า ตลอด24 ชั่วโมงค่ะ
จากนั้นให้ใส่ผ้ารัดหน้าเฉพาะตอนนอนครบ1อาทิตย์แล้วก็ไม่ต้องใส่แล้วค่ะ
ที่ต้องถอดเพราะถ้าใส่เยอะไปมันจะไปรัดหน้า ทำให้หน้าเราหายบวมยากค่ะ
หลังตัดไหมแผลหน้าหูแล้ว สระผมแต่งหน้าได้ตามปกติค่ะ
ของแพรตัดไหมวันที่8จากวันผ่าตัด
อันนี้เป็นรูปวันที่8หลังการผ่าตัดค่ะ
พอตัดไหมแล้ว วันรุ่งขึ้นสระผม แต่งหน้าได้จัดเต็มเลยค่ะ
แต่ต้องระวังเป่าและดูแผลที่ตัดไหมให้แห้งสนิทค่ะ
หน้ายังบวมอยู่ค่ะปากก็ยังบวมค่ะ แต่อาจารย์หมอบอกว่าเป็นเรื่องปกติ
เราจะบวมตอนเช้าแล้วตอนเย็นจะค่อยๆลดบวมไปเอง เป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆค่ะ
เดี่ยวแพรจะมารีวิวหน้าเพิ่มนะคะ
ถ้าใครสงสัยอะไรส่งมาสอบถามแพรได้ค่ะ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น