สวัสดีครับวันนี้ผมจะมารีวิวความเร็วการใช้งานซิมสำหรับใช้งานในกรณีที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ผมได้มาเที่ยวญี่ปุ่น ครั้งแรกไปโตเกียวผมเลือกใช้ Pocket Wifi ยี่ห้อหนึ่ง (จำไม่ได้แล้วว่ายี่ห้ออะไร) ซึ่งใช้งานได้ดีปกติ
แต่ครั้งนี้ไปเที่ยวโอซาก้าไปนานกว่าเดิมคือ 28 พ.ย. - 3 ธ.ค. จึงทำให้คิดว่า Pocketwifi และ ซื้อซิมเพื่อใช้งานที่นู่นราคาพอ ๆ กัน คือ Pocketwifi ราคาถูกสุดตกวันละ 200 นิด ๆ 6 วันก็จะประมาณ 1,200 บาท
ส่วนซิมการ์ดผมเจอยี่ห้อ Sugoi Sim ราคา 599 บาท ผมไปกับแฟนใช้ 2 ซิม เท่ากับ 1,198 บาท ราคาไม่ต่างกัน แถมซื้อประกันการเดินทางร่วมด้วยได้ราคาถูกลงอีก แถมบัตร Starbuck อีก 100 บาท และยังโฆษณาว่า 4G Unlimited! ไม่จำกัดประมาณ ความเร็วสูงสุดสปีดไม่ตก โอ้วววววววว… โปรขนาดนี้ใครเล่าจะกลับไปใช้ Pocketwifi ที่ต้องมาเปิดแชร์กัน ระวังแบตหมด เดินห่างกันมากก็ไม่ได้ แจ่ม ๆ แบบนี้จัดสิครับรออะไร

ว่าแล้วก็จัดมา 4 ซิมพร้อมประกันภัยการเดินทาง ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าวิธีการสั่งซิมมาใช้นั้น ต้องสั่งเป็นรายบุคคลเท่านั้นซึ่งทำให้ต้องเสียค่าส่ง 60 บาททุกครั้งที่สั่ง ผมสอบถามไปทางบริษัทแล้วต้องสั่งผ่านระบบเท่านั้น สรุปคือถึงสั่งเยอะ ๆ พ่วงประกันด้วย ก็ไม่มีวิธีประหยัดค่าส่งว่างั้นเหอะ ส่วนผมก็เห็นว่าราคาค่อนข้างดีอยู่แล้วเลยยอมจ่ายเพิ่มไปครับ


หลังจากนั้นวันที่ 28 พ.ย. 60 ผมได้เดินทางจากไทยไปญี่ปุ่น ถึงสนามบิน ผมก็เปลี่ยนซิมเข้าเครื่องในทันที อ้อ ลืมบอกไปว่าการใช้งานซิมนั้นสำหรับ iPhone ตั้งค่าง่ายมาก แค่ไป Install Profile หน้าเว็บตามสติ๊กเกอร์ที่แปะหน้าซิมก่อนออกจากไทย พอไปถึงญี่ปุ่นแค่เปลี่ยนซิมก็ใช้งานได้เลย แต่……………………………..

เกิดอาการความเร็ว Download ใช้ได้ไม่เกิน 1 Mbps ซึ่งเมื่อพบปัญหาผมได้ให้เพื่อนที่มาด้วยกันและแฟนผมเช็คความเร็ว ก็มีอาการเดียวกัน ผมจึงรีบแจ้งปัญหาเข้าไปทาง Inbox ของเพจ Facebook ทันที ซึ่งพนักงานได้ตอบกลับมาว่าให้ผมลอง Reset Network Setting ดู หลังจากที่ลองทำก็ไม่หาย ก็เลยถ่ายรูปส่งการ์ด และบอกรุ่นไอโฟนไปตามที่พนักงานบอกมา คือ 6,6s+,7 และ 8+ ทุกรุ่นรองรับ 4G ทั้งหมด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ถึงตอนนี้หลังจาก Reset Network Setting เครื่องผมมีปัญหาเรื่องการต่อ hotspot กับ iPad เฉยเลย คือโดยปกติถ้าใช้ iCloud เดียวกันเปิด Bluetooth ไว้เราจะสามารถเปิดและต่อ hotspot อัตโนมัติจาก iPad ได้โดยไม่ต้องไปยุ่งกับ iPhone ตอนหลังจะทำให้ฟังก์ชันนี้กลับคืนมาต้อง Reset ทั้งเครื่องเลย ไม่รุมันไปเอ๋อตรงไหน
สุดท้ายทางบริษัทยังแก้ปัญหาให้ผมไม่ได้ เลยขอเลขรุ่นของ iPhone ทั้งหมดจากผม !!!!! ผมไม่เข้าใจว่าเอาไปทำอะไร แต่ก็หาให้ครับ เครื่องชาวบ้านเขาไม่มีปัญหา มีปัญหาเครื่องตัวเอง เพราะ iPhone8+ ดันไม่มีเลขรุ่นบอกอยู่หลังเครื่อง แต่ก็หามาจนได้เครื่องไทยรุ่น A1897 นะครับ ก็ส่งไปตามระเบียบ

และนี่คือคำตอบสุดท้ายที่ผมได้จากบริษัทครับ คือจะตอบกลับผมในวันจันทร์หน้าคือวันที่ 4 ซึ่งผมกลับมาที่ไทยแล้ว

ผมก็ค่อนข้างเสียความรู้สึกนะครับ ผมเดินทางแบบแบ็คแพ็ค มีความจำเป็นจะต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต ซึ่งความเร็วไม่ถึง 1 Mbps ทำให้ใช้งานลำบากมาก การค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่ต้องกลับมาทำโดยใช้ Wi-Fi ของโรงแรม ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น ทางบริษัทก็เลยส่ง Link สำหรับขอเงินคืนมาให้ ซึ่งสามารถทำเรื่องได้หลังจากกลับมายังประเทศไทย

6 ธ.ค. 60 หลังจากกลับมาประเทศไทยผมจึงได้ทำเรื่องขอเงินคืนตามปกติ ทางบริษัทบอกให้ส่งซิมคืน ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวซิมนะครับ คือต้องส่งคืนทั้งการ์ดเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้มาถึงตรงนี้ผมพึ่งรู้สึกตัวว่า บาร์โค้ดบนการ์ด กับเลขหลังซิมมันเป็นเลขเดียวกันครับ!!!!! ย้อนกลับไปดูรูปได้ แล้วตอนแรกที่ผมส่งเลขบนการ์ดไป ทำไมถึงต้องให้ผมจิ้มซิมออกมาเพื่อส่งไปเพิ่มอีกด้วยอ่ะ…...

สุดท้ายพอจบกระบวนการ ณ วันที่ 18 ธ.ค. 60 นี่คือเมลที่ผมได้รับหลังจากทำเรื่องขอเงินคืนไปครับ “ทางเราได้รับแบบฟอร์มคำร้องขอคืนเงินของคุณลูกค้าเรียบร้อยแล้ว แต่ทางเราต้องขออภัยคุณลูกค้าที่ไม่สามารถทำการคืนเงินให้คุณลูกค้าได้ เนื่องจากทางบริษัทไม่มีนโยบายรับประกันคืนเงินอันเนื่องมาจากความเร็วของอินเตอร์เน็ตนะคะ ทางเราต้องขออภัยคุณลูกค้ามา ณ ที่นี่ด้วย”

เพลง อ้าว ของอะตอมดังขึ้นมาในหัว อ้าวเฮ้ยยยย!!! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่าาาาาาา……. ก็ตามนั้นแหล่ะครับท่านผู้อ่าน ที่ผ่านมาทั้งหมดไม่มีการชดเชยใด ๆ ทั้งนั้นครับ ไม่รับประกันความเร็ว แต่หน้าเว็บเขียนว่า “ไม่จำกัดปริมาณ ความเร็วสูงสุดตลอดเวลา Speed ไม่ตก”
สรุป Timeline
- 28 พ.ย. 60 เปิดใช้งาน Sugoi Sim พบปัญหาความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูล ไม่ถึง 1 Mbps ลูกค้าทำการแจ้งบริษัททันทีเมื่อเปิดใช้งานและพบปัญหา
- 29-30 พ.ย. 60 บริษัทขอนำหมายเลข Simcard ชื่อรุ่นของ iPhone เลขรุ่นของ iPhone ไปตรวจสอบ
- 1 ธ.ค. 60 บริษัทขอหมายเลขรุ่นโทรศัพท์เพิ่มอีกครั้งเพื่อนำไปตรวจสอบและจะขอแจ้งผลการตรวจสอบในวันจันทร์ที่ 4 ธ.ค.60 ซึ่ง จขกท.มีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 3 ธ.ค.60 จขกท.จึงขอให้ทางบริษัทรับผิดชอบ บริษัทแนะนำให้ จขกท. ทำเรื่องคืนเงินเมื่อกลับไทย
- 6 ธ.ค.60 จขกท เริ่มดำเนินการทำเรื่องขอคืนเงิน
- 18 ธ.ค.60 บริษัทแจ้งว่าไม่สามารถคืนเงินให้ลูกค้าได้ เนื่องจากไม่มีนโยบายรับประกันความเร็ว
** บริษัทไม่มีการแสดงความรับผิดชอบอื่นใดนอกเหนือจากที่กล่าว ดังนั้นลูกค้าต้องรับความเสี่ยงในการใช้งานเอาเอง
[CR] รีวิว การใช้งาน Sugoi Sim และความรับผิดชอบของบริษัท
แต่ครั้งนี้ไปเที่ยวโอซาก้าไปนานกว่าเดิมคือ 28 พ.ย. - 3 ธ.ค. จึงทำให้คิดว่า Pocketwifi และ ซื้อซิมเพื่อใช้งานที่นู่นราคาพอ ๆ กัน คือ Pocketwifi ราคาถูกสุดตกวันละ 200 นิด ๆ 6 วันก็จะประมาณ 1,200 บาท
ส่วนซิมการ์ดผมเจอยี่ห้อ Sugoi Sim ราคา 599 บาท ผมไปกับแฟนใช้ 2 ซิม เท่ากับ 1,198 บาท ราคาไม่ต่างกัน แถมซื้อประกันการเดินทางร่วมด้วยได้ราคาถูกลงอีก แถมบัตร Starbuck อีก 100 บาท และยังโฆษณาว่า 4G Unlimited! ไม่จำกัดประมาณ ความเร็วสูงสุดสปีดไม่ตก โอ้วววววววว… โปรขนาดนี้ใครเล่าจะกลับไปใช้ Pocketwifi ที่ต้องมาเปิดแชร์กัน ระวังแบตหมด เดินห่างกันมากก็ไม่ได้ แจ่ม ๆ แบบนี้จัดสิครับรออะไร
ว่าแล้วก็จัดมา 4 ซิมพร้อมประกันภัยการเดินทาง ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าวิธีการสั่งซิมมาใช้นั้น ต้องสั่งเป็นรายบุคคลเท่านั้นซึ่งทำให้ต้องเสียค่าส่ง 60 บาททุกครั้งที่สั่ง ผมสอบถามไปทางบริษัทแล้วต้องสั่งผ่านระบบเท่านั้น สรุปคือถึงสั่งเยอะ ๆ พ่วงประกันด้วย ก็ไม่มีวิธีประหยัดค่าส่งว่างั้นเหอะ ส่วนผมก็เห็นว่าราคาค่อนข้างดีอยู่แล้วเลยยอมจ่ายเพิ่มไปครับ
หลังจากนั้นวันที่ 28 พ.ย. 60 ผมได้เดินทางจากไทยไปญี่ปุ่น ถึงสนามบิน ผมก็เปลี่ยนซิมเข้าเครื่องในทันที อ้อ ลืมบอกไปว่าการใช้งานซิมนั้นสำหรับ iPhone ตั้งค่าง่ายมาก แค่ไป Install Profile หน้าเว็บตามสติ๊กเกอร์ที่แปะหน้าซิมก่อนออกจากไทย พอไปถึงญี่ปุ่นแค่เปลี่ยนซิมก็ใช้งานได้เลย แต่……………………………..
เกิดอาการความเร็ว Download ใช้ได้ไม่เกิน 1 Mbps ซึ่งเมื่อพบปัญหาผมได้ให้เพื่อนที่มาด้วยกันและแฟนผมเช็คความเร็ว ก็มีอาการเดียวกัน ผมจึงรีบแจ้งปัญหาเข้าไปทาง Inbox ของเพจ Facebook ทันที ซึ่งพนักงานได้ตอบกลับมาว่าให้ผมลอง Reset Network Setting ดู หลังจากที่ลองทำก็ไม่หาย ก็เลยถ่ายรูปส่งการ์ด และบอกรุ่นไอโฟนไปตามที่พนักงานบอกมา คือ 6,6s+,7 และ 8+ ทุกรุ่นรองรับ 4G ทั้งหมด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สุดท้ายทางบริษัทยังแก้ปัญหาให้ผมไม่ได้ เลยขอเลขรุ่นของ iPhone ทั้งหมดจากผม !!!!! ผมไม่เข้าใจว่าเอาไปทำอะไร แต่ก็หาให้ครับ เครื่องชาวบ้านเขาไม่มีปัญหา มีปัญหาเครื่องตัวเอง เพราะ iPhone8+ ดันไม่มีเลขรุ่นบอกอยู่หลังเครื่อง แต่ก็หามาจนได้เครื่องไทยรุ่น A1897 นะครับ ก็ส่งไปตามระเบียบ
และนี่คือคำตอบสุดท้ายที่ผมได้จากบริษัทครับ คือจะตอบกลับผมในวันจันทร์หน้าคือวันที่ 4 ซึ่งผมกลับมาที่ไทยแล้ว
ผมก็ค่อนข้างเสียความรู้สึกนะครับ ผมเดินทางแบบแบ็คแพ็ค มีความจำเป็นจะต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต ซึ่งความเร็วไม่ถึง 1 Mbps ทำให้ใช้งานลำบากมาก การค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่ต้องกลับมาทำโดยใช้ Wi-Fi ของโรงแรม ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น ทางบริษัทก็เลยส่ง Link สำหรับขอเงินคืนมาให้ ซึ่งสามารถทำเรื่องได้หลังจากกลับมายังประเทศไทย
6 ธ.ค. 60 หลังจากกลับมาประเทศไทยผมจึงได้ทำเรื่องขอเงินคืนตามปกติ ทางบริษัทบอกให้ส่งซิมคืน ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวซิมนะครับ คือต้องส่งคืนทั้งการ์ดเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สุดท้ายพอจบกระบวนการ ณ วันที่ 18 ธ.ค. 60 นี่คือเมลที่ผมได้รับหลังจากทำเรื่องขอเงินคืนไปครับ “ทางเราได้รับแบบฟอร์มคำร้องขอคืนเงินของคุณลูกค้าเรียบร้อยแล้ว แต่ทางเราต้องขออภัยคุณลูกค้าที่ไม่สามารถทำการคืนเงินให้คุณลูกค้าได้ เนื่องจากทางบริษัทไม่มีนโยบายรับประกันคืนเงินอันเนื่องมาจากความเร็วของอินเตอร์เน็ตนะคะ ทางเราต้องขออภัยคุณลูกค้ามา ณ ที่นี่ด้วย”
เพลง อ้าว ของอะตอมดังขึ้นมาในหัว อ้าวเฮ้ยยยย!!! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่าาาาาาา……. ก็ตามนั้นแหล่ะครับท่านผู้อ่าน ที่ผ่านมาทั้งหมดไม่มีการชดเชยใด ๆ ทั้งนั้นครับ ไม่รับประกันความเร็ว แต่หน้าเว็บเขียนว่า “ไม่จำกัดปริมาณ ความเร็วสูงสุดตลอดเวลา Speed ไม่ตก”
สรุป Timeline
- 28 พ.ย. 60 เปิดใช้งาน Sugoi Sim พบปัญหาความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูล ไม่ถึง 1 Mbps ลูกค้าทำการแจ้งบริษัททันทีเมื่อเปิดใช้งานและพบปัญหา
- 29-30 พ.ย. 60 บริษัทขอนำหมายเลข Simcard ชื่อรุ่นของ iPhone เลขรุ่นของ iPhone ไปตรวจสอบ
- 1 ธ.ค. 60 บริษัทขอหมายเลขรุ่นโทรศัพท์เพิ่มอีกครั้งเพื่อนำไปตรวจสอบและจะขอแจ้งผลการตรวจสอบในวันจันทร์ที่ 4 ธ.ค.60 ซึ่ง จขกท.มีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 3 ธ.ค.60 จขกท.จึงขอให้ทางบริษัทรับผิดชอบ บริษัทแนะนำให้ จขกท. ทำเรื่องคืนเงินเมื่อกลับไทย
- 6 ธ.ค.60 จขกท เริ่มดำเนินการทำเรื่องขอคืนเงิน
- 18 ธ.ค.60 บริษัทแจ้งว่าไม่สามารถคืนเงินให้ลูกค้าได้ เนื่องจากไม่มีนโยบายรับประกันความเร็ว
** บริษัทไม่มีการแสดงความรับผิดชอบอื่นใดนอกเหนือจากที่กล่าว ดังนั้นลูกค้าต้องรับความเสี่ยงในการใช้งานเอาเอง