ยาหอม 3 เดือน ราคาภาคเกษตรดีขึ้น (น้ำมิตร)

ยาหอม 3 เดือน ราคาภาคเกษตรดีขึ้น

12 December 2017

ในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี (8 ธ.ค.60) ดร.สมคิด เผยว่า วันนี้มาให้กำลังใจ และให้กระทรวงเกษตรฯน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 10 ที่รับสั่งให้ดูแลประชาชนให้มีความสุข พร้อมทั้งกำชับให้เร่งเครื่องทำงานให้กับเกษตรกรเชื่อจะเห็นผลเปลี่ยนแปลงภายใน 3 เดือน

“ในระยะเร่งด่วนต้องเร่งแก้ไขปัญหาทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลผลิต ส่วนปัญหาราคายางพาราเป็นปัญหาสะสม เนื่องจากมีการขยายพื้นที่ปลูกยางเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีผลผลิตล้นตลาด ซึ่งการแก้ไขปัญหาระยะสั้นต้องประคองราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และในระยะยาว ต้องมีการหารือกับผู้ประกอบการเพื่อทำให้ยางมีมูลค่ามากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมด้านปศุสัตว์ ด้วยการจัดหาโคเนื้อให้กับชุมชน”

ส่วนในระยะกลางและระยะยาว ต้องทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พัฒนาให้เกิดเอสเอ็มอีภาคเกษตร ปรับเปลี่ยนทำเกษตรแปลงใหญ่ นำเครื่องจักร เทคโนโลยีมาใช้ ในส่วนสหกรณ์ จะต้องเร่งสร้างให้มีความเข้มแข็ง เน้นการแก้ไขปัญหาหนี้สินสหกรณ์ รวมถึงต้องมีการจัดทำฐานข้อมูล Big Data โดยรวบรวมข้อมูลจากหลายกระทรวง เพื่อทำให้การแก้ไขปัญหาเกษตรกรได้ตรงจุด

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เผยถึง 3 มาตรการในการดันราคายางพารา

1.สัปดาห์หน้าจะประชุมกับสมาคมผู้ส่งออกยางพารา และสภาอุตสาหกรรมฯเพื่อเร่งการซื้อยางให้มากขึ้น

2.เร่งรัดใช้ยางพาราของส่วนราชการไม่น้อยกว่า 5-8 หมื่นตันในระยะเร่งด่วน โดย 2 มาตรการนี้หากยังไม่เพียงพอเตรียมใช้

มาตรการที่ 3 จะให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)ซื้อในราคาแทรกแซงไม่ตํ่ากว่าต้นทุนของเกษตรกร ส่วนจะใช้เงินเท่าไรจะต้องมาหารืออีกรอบหนึ่ง ที่สำคัญจะไม่นำยางในสต๊อกรัฐ 1.04 แสนตัน ออกมาขายแต่จะเร่งรัดการใช้ในหน่วยราชการ ซึ่งเชื่อว่าราคายางจะค่อยๆ ขยับขึ้นเกษตรกรจะต้องขายได้ไม่ตํ่ากว่าต้นทุน

นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ต่อไปพืชสินค้าเกษตร จะต้องมีคณะทำงานดูเป็นรายชนิดร่วมกันทั้งกระทรวงเกษตรฯ พาณิชย์ รวมทั้ง ธ.ก.ส. มีการวิเคราะห์เตือนภัย เช่น ภาวะสต๊อก ภาวะตลาด และราคา จะได้ใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจในการแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ดีเป้าหมายแรกเน้นเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย 3.96 ล้านราย (ข้อมูลจากก.มหาดไทย) จะเร่งช่วยเหลือก่อนเป็นลำดับแรก ทั้งเรื่องหนี้สินในระบบและนอกระบบ ซึ่งบางส่วนอาจต้องขอเงินจากรัฐบาลมาช่วย และจะทำแผนฟื้นฟูอาชีพเป็นรายบุคคล โดยแผนนี้จะต้องใช้เวลา 3-5 ปี เพื่อให้ฟื้นตัว นอกจากนี้จะดึงเอสเอ็มอีเกษตรตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมาช่วยเพื่อไม่ให้เกษตรกรเป็นหนี้ เหล่านี้เป็นแนวคิดที่จะทำออกมาเป็นแผนงานภายใน 2 สัปดาห์ก่อนนำเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,321 วันที่ 10 - 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

http://www.thansettakij.com/content/240514
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่