เมื่อวันที่ 6 ตุลา 60 ดิฉันได้ออกจากที่ทำงานโดยการที่ไม่ได้เขียนใบลาออก พอสิ้นเดือนตุลามีเงินเข้ามาในบัญชีของดิฉัน
ดิฉันเข้าใจว่าเป็นเงินของสามีเลยทำการถอนเงินส่วนนั้นออกมาใช้จ่ายจนหมด พอตกมาวันที่ 7 พฤศจิกา 60 ทางที่ทำงานได้ติดต่อหาดิฉันมา เเต่ดิฉันไม่ได้รับสาย
พอมาวันที่ 28 พฤศจิกา 60 ทางบริษัทได้ติดต่อไปทางพี่คนที่รู้จัก ว่า ทางบุคคลของได้รับสารภาพผิดไปว่าไม่ได้เเจ้งชื่อน้องออกภายใน 7 วัน เลยมีเงินเดือนเข้าไปให้น้อง ให้น้องนำเงินส่วนนั้นมาคืน ไม่งั้นทางสาขาจะดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ โดยมีหลักฐานพร้อม
เเต่ในส่วนนี้ดิฉันยอมรับว่าผิดนะค่ะ เเต่ในเรื่องนี้ดิฉันกลับเป็นคนรับผิดไปคนเดียวหรอค่ะในส่วนนี้ดิฉันยินยอมทยอยจ่ายให้ต่อเมื่อดิฉันได้งานใหม่ทำเเต่เขากลับจะให้จ่ายก้อนเดียวจำนวนเงินนั้นอยู่ที่ 6,700 บาท และอีกอย่างทางบริษัทสามารถดูการ จ่าย-ถอนในบัญชีของดิฉันได้ด้วยหรอค่ะด้วยการไม่ยินยอม ( อีกอย่างก่อนที่จะเข้างานทุกครั้งต้องมีการรูดบัตรตลอด ขาด ลา มาสาย หยุดเขาต้องรู้หมดในทำนองนี้เหมือนอะไรค่ะ)
ขอคนรู้หรือทนายให้คำปรึกษาทิ้งเบอร์ไว้ให้ยิ่งดีค่ะ
ดิฉันเข้าใจว่าเป็นเงินของสามีเลยทำการถอนเงินส่วนนั้นออกมาใช้จ่ายจนหมด พอตกมาวันที่ 7 พฤศจิกา 60 ทางที่ทำงานได้ติดต่อหาดิฉันมา เเต่ดิฉันไม่ได้รับสาย
พอมาวันที่ 28 พฤศจิกา 60 ทางบริษัทได้ติดต่อไปทางพี่คนที่รู้จัก ว่า ทางบุคคลของได้รับสารภาพผิดไปว่าไม่ได้เเจ้งชื่อน้องออกภายใน 7 วัน เลยมีเงินเดือนเข้าไปให้น้อง ให้น้องนำเงินส่วนนั้นมาคืน ไม่งั้นทางสาขาจะดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ โดยมีหลักฐานพร้อม
เเต่ในส่วนนี้ดิฉันยอมรับว่าผิดนะค่ะ เเต่ในเรื่องนี้ดิฉันกลับเป็นคนรับผิดไปคนเดียวหรอค่ะในส่วนนี้ดิฉันยินยอมทยอยจ่ายให้ต่อเมื่อดิฉันได้งานใหม่ทำเเต่เขากลับจะให้จ่ายก้อนเดียวจำนวนเงินนั้นอยู่ที่ 6,700 บาท และอีกอย่างทางบริษัทสามารถดูการ จ่าย-ถอนในบัญชีของดิฉันได้ด้วยหรอค่ะด้วยการไม่ยินยอม ( อีกอย่างก่อนที่จะเข้างานทุกครั้งต้องมีการรูดบัตรตลอด ขาด ลา มาสาย หยุดเขาต้องรู้หมดในทำนองนี้เหมือนอะไรค่ะ)